สมเด็จพระพันปีหลวง ผู้ทรงใช้ “ฉลองพระองค์” เป็นเครื่องมือการทูต
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้รับการยกย่องจากสื่อทั่วโลกให้ว่าเป็น“พระราชินีที่ทรงสิริโฉมงดงามที่สุดในโลก”
ความสิริโฉมงดงามนี้อาจเกี่ยวโยงกับ “เซนส์” ทางแฟชั่น ที่เรียกได้ว่าเป็นพระปรีชาสามารถของพระองค์ เพราะนอกจากจะทรงเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับพระองค์เองแล้วนั้น ยังทรงชูเครื่องแต่งกายด้วยการใช้“ผ้าไทย” อันเป็นวัฒนธรรมของชาติ ประยุกต์เข้ากับเครื่องแต่งกายสากลได้อย่างลงตัว แม้วันเวลาผ่านไปนานเพียงใด ผู้คนก็ยังคงกล่าวขานถึงฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อยู่เสมอ
ด้วยเหตุนี้“สำนักพิมพ์มติชน”จึงเปิดวงเสวนา ชวนทุกคนรำลึกถึงพระองค์ บนเวที“สิรินิรันดร์ พระพันปีหลวง” ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 5 เมษายน 2569 ช่วงเย็น
โดยเวทีนี้ได้เปิดตัวหนังสือใหม่แกะกล่อง ที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ท่าน 2 เล่มอีกด้วย ได้แก่
1. “Beauty of the Nation แฟชั่นและการทูตไทยในฉลองพระองค์” เขียนโดย ดร. ศิบดี นพประเสริฐ ที่บอกเล่าเรื่องราวแฟชั่น ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือทางการทูตยุคใหม่
2. หนังสือสมุดภาพ “สิรินิรันดร์ พระพันปีหลวง” ที่นักสะสมรุ่นเก๋าอย่าง ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ และเอนก นาวิกมูล ร่วมกันรังสรรและรวบรวมขึ้นอย่างสุดความสามารถ
พร้อมกับ “กษิดิศ อนันทนาธร” รับหน้าที่เป็นพิธีกร
บนเวทีทั้ง 3 ท่านได้บอกเล่าเรื่องราวอันน่าประทับใจและน่าสนใจในหนังสือให้เราฟังเป็นน้ำจิ้ม
สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงใช้ ฉลองพระองค์ เป็นเครื่องมือการทูต
อย่าง ดร. ศิบดี นพประเสริฐ เจ้าของผลงาน “Beauty of the Nation แฟชั่นและการทูตไทยในฉลองพระองค์” ได้กล่าวว่า สมเด็จพระพันปีหลวงทรงสร้างชุดไทยขึ้นมาใหม่ เนื่องจากการเสด็จประพาสยุโรปและสหรัฐอเมริกาในยุค 2500 หรือยุคสงครามเย็นนั้นมีเวลาไม่มากนัก
ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระองค์ จะต้องเสด็จฯ ไปหลายที่ใน 1 วัน ดังนั้น จึงต้องทรงออกแบบฉลองพระองค์ขึ้นใหม่ โดยใช้วัฒนธรรมไทยแทรกเข้าไปด้วย ซึ่งในครั้งนี้ก็ได้ “ปิแอร์ บัลแมง” ดีไซน์เนอร์ระดับโลกมาช่วย ซึ่งการใช้ “ผ้าไทย” ถือเป็นโจทย์หลักที่พระองค์มีพระราชประสงค์ให้ใช้ เพื่อให้ต่างชาติได้เห็นว่า ประเทศไทยก็มีวัฒนธรรมของตนเองมาเนิ่นนาน
ถือเป็นการสวมใส่ฉลองพระองค์ที่ไม่ได้ปรากฏเพียงความงาม แต่ยังสะท้อนว่า พระองค์มีพระปรีชาสามารถในการใช้ฉลองพระองค์เพื่อการทูตอีกด้วย
“ท่านใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีมาแต่เดิม ครีเอตชุดไทยขึ้นมาใหม่ เพื่อให้สวมใส่ง่าย เหมาะสมกับยุคสมัย เพราะชุดไทยแต่เดิมจะต้องนุ่งสด ห่มสด แต่เวลาเสด็จเยือนรัฐอย่างเป็นทางการ (State Visit) มีกำหนดการแน่นมาก บางวันมี 3-4 งานติด เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ไม่ได้มีมาก จึงทรงสร้างชุดไทยขึ้นมาใหม่ ใน พ.ศ. 2502-2503 ซึ่งต่อมาก็คือชุดไทยพระราชนิยม ตั้งแต่ พ.ศ. 2508 จนปัจจุบัน…
ในส่วนของชุดสากล ผมมองว่ามีกิมมิกอยู่อย่างหนึ่ง คือ สมเด็จฯ โปรดให้บัลแมงใช้ผ้าไหมไทยเป็นหลัก เป็นโจทย์เลย ซึ่งบัลแมงก็มีหลักการออกแบบให้สมเด็จพระพันปีหลวง คล้าย ๆ กับที่เซอร์นอร์แมน ฮาร์ทเนล มีหลักการออกแบบให้ควีนเอลิซาเบธที่ 2 คือว่า เวลาที่ท่านอยู่ท่ามกลางฝูงชนจะต้องโดดเด่น สง่างาม
ส่วนในชุดไทยผมว่ามันมีมิติในเชิงการทูตวัฒนธรรมด้วยในแง่ที่พระองค์ท่านเป็นตัวแทนของประเทศ นำเสนอสิ่งที่เรียกว่า Thai Identity หรือความเป็นไทยในสายตานานาชาติ”ธิบดีกล่าว
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเผยเรื่องราว “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ” กับฉลองพระองค์ในการทูตจากสายตาเจ้าของผลงาน “Beauty of the Nation” ใครอยากรู้แบบเต็ม ๆ ก็ต้องสั่งซื้อมาให้ได้เป็นเจ้าของสักเล่ม
ถัดมาที่ ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ และเอนก นาวิกมูลสำหรับบนเวที “สิรินิรันดร์ พระพันปีหลวง” ซึ่งชื่อก็ตรงกับหนังสือภาพเล่มล่าสุดที่ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์มติชน
ทั้ง 2 ท่านนำเสนอภาพแบบจัดเต็มที่เอามาเสิร์ฟให้คนในงานได้ชม เพราะยกมาเป็นอัลบั้ม ทั้งยังชัดแจ๋วและเป็นภาพออริจินัลอีกด้วย
โดยเอนกกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า“ผมเกิด พ.ศ. 2496 สิ่งที่เห็นคล้าย ๆ กับคนที่เกิดยุคเดียวกันก็คือภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ติดอยู่ตามร้านกาแฟ บ้าน นั่นคือภาพประทับใจ
ส่วนในบ้านผมเป็นร้านขายหนังสือ ก็จะเห็นภาพในแบบเรียนเก่าหรือหนังสืออนุสรณ์สมัยก่อน เปิดหน้าแรกจะเห็นรูปในหลวงและสมเด็จฯ นั่นคือคติที่เขาจะพิมพ์กัน และมีภาพจากนิตยสารเก่า ๆ เช่น ศรีสัปดาห์ สตรีสาร สกุลไทย จะเห็นบ่อยมาก และมีในสมุดจดนักเรียนสมัยก่อน นี่คือสิ่งที่เราได้เห็นผ่านตา และประทับใจตั้งแต่เด็ก ๆ อีกอย่างก็คือปฏิทิน”
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเห็นว่า ยุคก่อนไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ล้วนแล้วแต่มีรูปของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ประดับอยู่บนหนังสือแบบต่าง ๆ ทั้งสิ้น ไม่ได้มีแค่เพียงร้านค้า ซึ่งภาพเหล่านี้เองก็เรียกได้ว่าเป็นของเก่าหายากอันมีความงดงาม ที่ปัจจุบันหาชมแทบไม่ได้แล้ว
เอนกยังได้นำมาให้เราได้ชมกันในงาน ไม่ว่าจะเป็นภาพสมเด็จพระพันปีหลวงในโฆษณาร้านขายยาและบนนิตยสาร Mirror, ภาพขณะที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ยังทรงเป็นพระคู่หมั้นกัน บนนิตยสารสตรีสาร บัตรภาพเล็ก ๆ ภาพบนหนังสือวาดเขียน ฯลฯ
ทั้งนี้ยังพูดถึง“ฉลองพระองค์”ของสมเด็จพันปีหลวงที่ปรากฏอยู่ในภาพเก่า ขณะให้ทุกคนได้ชมพระฉายาลักษณ์อันงดงามของพระองค์ท่าน ด้วยว่า“แบบที่เป็นไทยพระราชนิยมเริ่มในช่วง พ.ศ. 2502-2503 กลายเป็นชุดที่สวยมาก 7-8 ชุด ชุดไทยบรมพิมาน, ชุดไทยจักรพรรดิ, ชุดไทยจิตรลดา ซึ่งน่าสนใจว่ามีการออกแบบทำได้ดีมาก ๆ จนปัจจุบันเราใส่ได้ไม่เขอะเขิน”
สำหรับใครที่เป็นสายสะสมของเก่าหรือชอบดูภาพเก่าเรียกได้ว่าอิ่มเอม
ถัดมาที่ท่านสุดท้าย ซึ่งเป็นอีกแรงหลักในการกำเนิดหนังสือภาพ “สิรินิรันดร์ พระพันปีหลวง”นั่นก็คือ ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ นักสะสมของเก่าตัวยงอีกท่าน ที่วันนี้ก็จัดเต็มไม่แพ้เอนก เพราะยกทัพภาพเก่าอันงดงามมาเป็นอัลบั้มให้ได้ชม ไม่ว่าจะเป็นภาพสมัยที่ทั้ง 2 พระองค์ ทรงเป็นพระคู่หมั้นกัน ที่เจนีวา, ภาพขณะสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เสด็จเยือนโรงเรียนเดิมของพระองค์ คือเซนต์ฟรัง, ภาพเดี่ยวของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ บนนิตยสารต่าง ๆ
ไม่เพียงแค่โชว์ภาพเก่าแก่หายากเท่านั้น แต่ยังกล่าวถึงความพิเศษของหนังสือด้วยว่า
“รูปคมทุกรูป เพราะผมได้รับการสนับสนุนภาพเหล่านี้จากนักสะสมที่เก็บฟิล์ม ฟิล์มทุกชิ้นที่เอามาแสกนเป็นขนาด 120 มันคมมาก ขยายออกมาแล้วไม่มีแตก ผมการันตีเลยว่าหนังสือภาพนี้ขนาดใหญ่ ได้เห็นภาพอย่างอิ่มตาแน่นอน…
ข้อมูลบรรยายใต้ภาพตรงทุกอย่าง ตรวจแล้วตรวจอีก ทั้งผมและคุณเอนก รวมถึงทีมแปล ซึ่งมี 2 ภาษา คือไทยและอังกฤษ หัวหน้าคนแปลก็คือ พีรศรี โพวาทอง ท่านก็ช่วยคอมเมนต์ ทำให้หนังสือไม่มีผิด…ผมยืนยันเลยว่าเล่มนี้ทรงคุณค่ามากแล้วทางมติชนก็พิถีพิถัน ประณีต”
สำหรับใครที่สนใจ 2 หนังสือใหม่แกะกล่องของสำนักพิมพ์มติชน ได้แก่ “Beauty of the Nation แฟชั่นและการทูตไทยในฉลองพระองค์” และ“สิรินิรันดร์ พระพันปีหลวง” สามารถชมและช็อปได้ในบูธ J02 ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 6 เมษา 69 วันสุดท้าย หรือสั่ง-พรีออเดอร์ออนไลน์ได้ที่สำนักพิมพ์มติชน
ส่วนใครที่อยากฟังและดูภาพแบบชัด ๆ ที่ปรากฏในงาน สามารถดูได้ที่คลิปด้านล่างนี้เลย
อ่านเพิ่มเติม :
- 4 ดอกไม้ที่ได้ชื่อจากพระนามาภิไธย “สมเด็จพระพันปีหลวง” มีอะไรบ้าง?
- พระกระยาหารโปรด ของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง
- พระพันปีหลวง 2 รัชกาล เสด็จสวรรคตห่างจากพระบรมราชสวามี เป็นระยะเวลา 9 ปี
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 เมษายน 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมเด็จพระพันปีหลวง ผู้ทรงใช้ “ฉลองพระองค์” เป็นเครื่องมือการทูต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com