โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เศรษฐกิจเวียดนามโต 7.83% ในไตรมาสแรก ชะลอตัวเซ่นพิษสงครามตะวันออกกลางดันต้นทุนขนส่งพุ่ง แต่นายกฯ ยันไม่ทิ้งเป้าจีดีพี 10%

THE STANDARD

อัพเดต 05 เม.ย. เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. เวลา 09.39 น. • thestandard.co
เศรษฐกิจเวียดนามโต 7.83% ในไตรมาสแรก ชะลอตัวเซ่นพิษสงครามตะวันออกกลางดันต้นทุนขนส่งพุ่ง แต่นายกฯ ยันไม่ทิ้งเป้าจีดีพี 10%

เศรษฐกิจเวียดนามชะลอตัวลงในไตรมาสแรกของปี 2026 เมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่บานปลายได้ดันต้นทุนพลังงานสูงขึ้นและสร้างอุปสรรคต่อเส้นทางการค้าโลก ส่งผลให้เป้าหมายการเติบโตระดับ 2 หลักของเลขาธิการ โต เลิม เผชิญแรงกดดันมากขึ้น

สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศขยายตัว 7.83% เมื่อเทียบเป็นรายปี ลดลงจากระดับ 8.46% ในไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนหน้า แม้จะยังสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 7.6% และสูงกว่าระดับ 7.05% ในไตรมาสแรกของปี 2025

สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า “สภาพแวดล้อมโลกในไตรมาสแรกของปี 2026 ยังคงมีความซับซ้อนและคาดเดาไม่ได้ โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่บานปลายได้ทำให้ราคาพลังงานผันผวน เกิดการชะงักของอุปทาน และเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น”

วิกฤตพลังงานตะวันออกกลางกดดันเศรษฐกิจ

เป้าหมายการเติบโตระดับ 10% ในปีนี้กำลังเผชิญแรงกดดัน เนื่องจากเวียดนามพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมากกว่า 80% ของอุปทานทั้งหมด สงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 ทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักไปโดยปริยาย

ข้อมูลจาก Petrolimex ชี้ว่าราคาน้ำมันเบนซินในประเทศพุ่งขึ้น 21% ในขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งถึง 84% ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น 10.81% เป็นตัวการหลักที่ดันดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมีนาคมให้ปรับตัวสูงขึ้น 4.65% เร่งตัวจากระดับ 3.35% ในเดือนกุมภาพันธ์

รัฐบาลได้ดึงเงินจากกองทุนเชื้อเพลิงฉุกเฉินมาใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ปรับลดภาษีเชื้อเพลิง อุดหนุนราคา และสนับสนุนให้พนักงานทำงานจากบ้านเพื่อลดการบริโภค ขณะที่สายการบินต้องลดเที่ยวบินลงเนื่องจากขาดแคลนน้ำมันเครื่องบิน เจ้าหน้าที่ระดับสูงยังเร่งหาแหล่งน้ำมันทดแทนจากกลุ่มอ่าวอาหรับ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

แรงหนุนจากต่างชาติท่ามกลางภาวะขาดดุล

ในด้านการค้าระหว่างประเทศ ยอดส่งออกเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 20.1% แตะ 4.64 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.51 ล้านล้านบาท) ขณะที่การนำเข้าพุ่งขึ้น 27.8% แตะ 4.71 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.53 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้ขาดดุลการค้าประจำเดือน 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.18 หมื่นล้านบาท)

เมื่อมองภาพรวมตลอดไตรมาสแรก ยอดส่งออกขยายตัว 19.1% เป็น 1.22 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.01 ล้านล้านบาท) แต่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 27% เป็น 1.26 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.12 ล้านล้านบาท) ทำให้ขาดดุลรวม 3.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.18 แสนล้านบาท) ขณะที่ผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมีนาคมขยายตัว 6.9% ชะลอจากระดับ 8.6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดค้าปลีกรายไตรมาสเพิ่มขึ้น 10.9%

อย่างไรก็ตาม กระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศยังส่งสัญญาณเชิงบวก โดยยอดเงินทุนไหลเข้าในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 9.1% แตะ 5.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.76 แสนล้านบาท) ขณะที่ยอดคำมั่นสัญญาลงทุนใหม่ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้เงินทุนในอนาคตเพิ่มขึ้น 42.9% เป็น 1.52 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.95 แสนล้านบาท)

เหงียน ถิ เฮือง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติยอมรับว่า “เมื่อก้าวเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนามยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรค และการบรรลุเป้าหมายการเติบโตยังเป็นภารกิจที่ท้าทาย”

นายกรัฐมนตรี ฝั่ม มิญ จิ๊ญ ระบุว่าจะยังคงรักษาเป้าหมายการเติบโต 10% โดยเน้นย้ำถึงแผนเพิ่มการลงทุนภาครัฐและสร้างความหลากหลายให้ตลาดส่งออก “ประเทศของเรายังคงเผชิญกับข้อจำกัด ข้อบกพร่อง และความยากลำบากมากมาย รวมถึงความท้าทายและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับแรงกดดันด้านการบริหารเศรษฐกิจมหภาคและการรับประกันความมั่นคงทางพลังงาน” เขากล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.63 บาท ณ วันที่ 5 เมษายน 2569

ภาพ: Daniel_Ferryanto / Shutterstock

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...