โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบงก์ใหญ่กำไรเกินคาด บิ๊ก KBANK รับระวังสินเชื่อ

ทันหุ้น

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

#KBANK #ทันหุ้น – แบงก์ไทยโชว์ฟอร์มแกร่ง Q1/2569 ทะลุเป้า ทั้ง KBANK BBL KTB ยกเว้น SCB ด้านบิ๊ก KBANK รับทิศทางไตรมาส 2/2569 ยังต้องระวังปล่อยสินเชื่อ เน้นสินเชื่อที่มีหลักประกัน ชี้การตั้งสำรองคงให้เคียงกับปัจจุบันไม่ตระหนก รวมถึงควบคุม NPL ยังคงเป้าหมายการเติบโตในปี 2569 ไว้เหมือนเดิม สินเชื่อเติบโต 0-2%

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ยังคงตั้งเป้าการเติบโตแบบระมัดระวัง โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 เป็นที่น่าพอใจ โดยธนาคารสามารถทำกำไรไว้ที่14,667 ล้านบาท โดยสถานการณ์ 2 เดือนแรก ภาพรวมธนาคารเติบโตได้ดี แต่พอเดือนมีนาคมที่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลให้ภาพรวมชะงักไปเล็กน้อย

ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้ผลประกอบการเติบโตมาจากการที่ธนาคารเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยเน้นสินเชื่อที่มีหลักประกัน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรายใหญ่ แม้จะมีส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ต่ำ แต่มีความปลอดภัยและรายใหญ่ยังมีความต้องการสินเชื่อเพื่อนำไปลงทุน ในขณะที่สินเชื่อ SME ธนาคารเลือกกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโต เช่น กลุ่มโรงแรม กลุ่มอาหาร

@รักษาการตั้งสำรอง

ในขณะที่การตั้งสำรองของธนาคารจะรักษาให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปัจจุบัน ซึ่งในไตรมาส 1/2569 ธนาคารตั้งสำรองจำนวน9,823 ล้านบาท แต่จะไม่เห็นการตั้งสำรองที่สูงเท่ากับปี 2565 เนื่องจากธนาคารเชื่อมั่นว่า ระดับสำรองที่มีอยู่เพียงพอต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ และสถานการณ์ในอนาคต ที่มีความท้าทายจากในและนอกประเทศ

สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (เปอร์เซ็นต์ NPL Gross) อยู่ที่ระดับ 3.19% โดยธนาคารยังคงต้องติดตามคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิดในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน และมีแนวโน้มที่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น

ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีการเติบโตได้ดี ส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการบริหารความมั่งคั่งให้ลูกค้า เช่น กองทุน ประกัน ซึ่งในระยะถัดไปรายได้จากธุรกิจดังกล่าวจะเติบโตได้ดีต่อเนื่องเช่นกัน โดยเป็นไปตามความต้องการของลูกค้าที่ต้องการออมเงินและลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับตนเอง

@คงเป้าหมายธุรกิจ

อย่างไรก็ดีแผนธุรกิจปี 2569 ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ(Loan Growth) อยู่ที่0-2% ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่2.75-2.95% การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ(Net Fee Income Growth) เติบโตที่Mid-to-high single-digit ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่Mid-40s

เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ(NPL Ratio – Gross) อยู่ที่น้อยกว่า 3.25% อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Credit Cost) อยู่ที่ในช่วง 140-160 bps (Normalized Level) โดยมองว่าสินเชื่อปีนี้น่าจะอยู่ในกรอบ 0-2% ตั้งอยู่บนฐาน GDP ที่ 0.8-1.2% หากสถานการณ์ไม่เลวร้ายจนไปสู่สงคราม ธนาคารจะยังคงเป้าหมายทางการเงินไว้ แต่ต้องระมัดระวังและปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้า

ทั้งนี้ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK ประกาศกำไรไตรมาส 1/2569 ที่ 14,667 ล้านบาท โต 6% (YoY) สูงกว่าคาดการณ์ที่ 11,477 ล้านบาทค่อนข้างมาก แม้จะโดนกดดันจาก NIM และเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ได้อานิสงส์รายการพิเศษ (One-Time) และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ที่โตแรง โดยเฉพาะจากธุรกิจ Wealth Management และกำไรจากเงินลงทุน

@ KTB-BBL เกิดคาด

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB เปิดเผยรายงานกำไร 12,437 ล้านบาท โต 6.2% (YoY) สูงกว่าคาดการณ์ ที่ 11,123 ล้านบาท มาจากธุรกิจสินเชื่อหลัก และแรงหนุนจากธุรกิจ Wealth และตลาดเงินตลาดทุนที่รายได้ค่าธรรมเนียมพุ่ง 13.9% พร้อมชูยุทธศาสตร์“Value-led AI” และ“Virtual Banking” ปั้น New S-Curve ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ขณะที่บริหารค่าใช้จ่ายได้ดีส่งผลให้ Cost to Income Ratio ลดลงเหลือ 38.9%

ด้านธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL โชว์ 10,994 ล้านบาท ลดลง 12.9% แต่สูงกว่าคาดที่ 9,702 ล้านบาท เล็กน้อย สินเชื่อรายใหญ่ยังเดินหน้าโต 2.0% จากสิ้นปีก่อน โดยธนาคารยึดมั่นแนวทาง “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” เน้นเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้าสู้ศึกราคาน้ำมันและสงครามตะวันออกกลาง พร้อมโชว์ความแกร่งด้วย Coverage Ratio สูง 318.1% และเงินกองทุน (BIS Ratio) ที่ 20.9%

ด้าน ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB แจ้งกำไรที่ 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.5% YoY ใกล้เคียงคาดจากอัตราลดดอกเบี้ยที่ลดลงและกำไรลงทุนหด แม้กำไรจะลดลงตามกลไกดอกเบี้ย แต่ธนาคารเร่งปรับทัพปั้นรายได้ใหม่มาชดเชย โดยมุ่งเน้นที่ธุรกิจ บริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และงาน วาณิชธนกิจ (IB) เป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อนกำไรต่อจากนี้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...