พระเมตตา ‘พระพันปีหลวง’ จุดกำเนิด ‘ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล’ ฟื้นคืนระบบนิเวศไทยยั่งยืน
พระเมตตา ‘พระพันปีหลวง’ จุดกำเนิด ‘ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล’ ฟื้นคืนระบบนิเวศไทยยั่งยืน
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งพระเมตตาธรรมอันแผ่ไพศาล ที่หล่อหลอมให้ผืนแผ่นดินไทยคงความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติสืบมา ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกลและน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศทางทะเล
ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของความสมดุลทางธรรมชาติ และเป็นแหล่งชีวิตของสรรพสัตว์นานาชนิด โดยเฉพาะ “เต่าทะเล” สัตว์โบราณที่ดำรงเผ่าพันธุ์มายาวนานนับล้านปี หากแต่กำลังเผชิญภัยคุกคามรอบด้านจนจำนวนลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ด้วยเหตุนี้ โครงการอนุรักษ์เต่าทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นและดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
โดยในครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อสัมผัสถึงผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานที่เกิดจากพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ซึ่งได้รับการสานต่อและปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนก่อให้เกิดความหวังในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลของไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป
ซึ่งความเป็นมาของ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ อำเภอสัตหีบ ถือกำเนิดจากพระราชหฤทัยของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยต่อสรรพชีวิตในผืนทะเลไทย พระองค์จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการอนุรักษ์เต่าทะเลขึ้นตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2522
โดยพระราชทานพื้นที่ “เกาะมันใน” จังหวัดระยอง อันเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อใช้เป็นสถานที่ดำเนินงาน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อโครงการว่า“โครงการสมเด็จฯ อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล” พร้อมทั้งพระราชทานพันธุ์เต่าทะเลและพ่อแม่พันธุ์แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการเพาะฟักและขยายพันธุ์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ได้วางรากฐานแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลไทยอย่างเป็นระบบ และยั่งยืน
ต่อมา กองทัพเรือได้สนองพระราชเสาวนีย์อย่างจริงจัง โดยในปีพุทธศักราช 2532 ได้จัดตั้งศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ณ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พร้อมทั้งกำหนดพื้นที่เกาะคราม เกาะอีร้า และเกาะจาน เป็นเขตอนุรักษ์แหล่งวางไข่ของเต่าทะเลที่ปลอดภัย และมีการจัดตั้งระบบเฝ้าระวัง รวบรวมไข่เต่าทะเลจากธรรมชาติ เพื่อนำมาเพาะฟักและอนุบาลในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
พลเรือตรีเอตม์ ยุวนางกูร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ ได้กล่าวถึงพระราชดำริอันทรงคุณค่าว่า “พระองค์ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์เต่าทะเล เพื่อเพิ่มและขยายพันธุ์เต่าทะเลในธรรมชาติ รวมถึงให้เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน เพื่อปลุกจิตสำนึกให้คนไทยร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล”
“การดำเนินงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ล้วนเป็นผลจากการน้อมนำแนวพระราชดำริมาปฏิบัติอย่างจริงจัง จนสามารถเพิ่มจำนวนเต่าทะเลในน่านน้ำไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน” ภายในศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลแห่งนี้ ได้พัฒนาเป็นแหล่งอนุรักษ์แบบครบวงจร ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บไข่เต่าทะเลจากแหล่งวางไข่ธรรมชาติ การเพาะฟักในโรงฟักไข่ที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม การอนุบาลลูกเต่าใน “โรงอนุบาลเต่า” ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิตเต่าทะเล ไปจนถึงการเลี้ยงดูใน“บ้านเต่าทะเล” เพื่อศึกษาพฤติกรรมและพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการดูแลรักษาเต่าทะเลที่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย อันนำไปสู่การก่อตั้ง “โรงพยาบาลเต่าทะเล” แห่งแรกของประเทศไทย และเป็นแห่งที่สองของโลก โดยแห่งแรกตั้งอยู่ในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา
ในส่วนของมิติด้านการท่องเที่ยว เรามุ่งสร้างความตระหนักรู้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจวิถีชีวิตของเต่าทะเลอย่างลึกซึ้ง รวมถึงตระหนักถึงภัยคุกคามที่เกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น การทิ้งถุงพลาสติกลงสู่ทะเล ซึ่งเมื่อสัตว์ทะเลเผลอบริโภคเข้าไป ย่อมก่อให้เกิดอันตราย ไม่เพียงต่อเต่าทะเลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในระบบนิเวศทางทะเลด้วย
เราจึงมุ่งมั่นดำเนินทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรเต่าทะเล ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลในการรักษาและฟื้นฟู อีกทั้งยังได้ขยายขอบเขตการดูแลไปสู่ “สัตว์ทะเลหายาก” เพื่อให้การอนุรักษ์เกิดผลอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นาวาเอกขวัญเมือง คเรศตรี ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ได้กล่าวถึงพัฒนาการของศูนย์ฯ ว่า ในอดีตเมื่อพบเต่าทะเลบาดเจ็บ ทางศูนย์ต้องประสานขอความช่วยเหลือจากสัตวแพทย์เฉพาะทางจากหน่วยงานภายนอก และยังไม่มีสถานที่รองรับการรักษาที่เหมาะสม จนกระทั่งได้มีการก่อสร้างโรงพยาบาลเต่าทะเลขึ้นในปีพุทธศักราช 2556 และเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในปีเดียวกัน ปัจจุบันศูนย์อนุรักษ์ฯ สามารถดูแลรักษาเต่าทะเลได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัยโรค การผ่าตัด ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ ก่อนปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการอนุรักษ์เต่าทะเลไทย
ภาพของเต่าทะเลที่ได้รับการรักษาจนกลับมาแข็งแรง และค่อยๆ คลานลงสู่ผืนทรายก่อนจะมุ่งหน้าสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่ เป็นภาพที่สะท้อนถึงความสำเร็จของศูนย์อนุรักษ์ และพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวงที่ทรงมีต่อทุกสรรพชีวิตอย่างแท้จริง
สำหรับในกระบวนการปล่อยลูกเต่าคืนสู่ธรรมชาติ นาวาเอกขวัญเมืองได้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า ลูกเต่าที่จะปล่อยต้องมีอายุประมาณ 3-6 เดือน และมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ โดยก่อนปล่อยจะนำลูกเต่าไปวางบนชายหาดห่างจากแนวน้ำประมาณ 4-6 เมตร เพื่อให้ลูกเต่าได้ปรับตัวและจดจำสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้พวกมันสามารถกลับมาวางไข่ยังถิ่นกำเนิดได้เมื่อเติบโต
นอกจากภารกิจด้านการอนุรักษ์แล้ว ศูนย์แห่งนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และสื่อมวลชน ได้เข้ามาศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับเต่าทะเล ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์
ด้านพลเรือตรีเอตม์ ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนว่าการอนุรักษ์จะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากขาดความร่วมมือจากประชาชน เราจึงมีการรณรงค์ไม่ให้บริโภคไข่เต่าทะเล ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จากกระดองเต่า และลดการทิ้งขยะลงทะเล โดยเฉพาะพลาสติก ซึ่งเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสัตว์ทะเล พร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “หากทุกคนช่วยกัน แม้เพียงเล็กน้อย ก็จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับธรรมชาติได้”
การดำเนินงานของศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ มิได้เป็นเพียงโครงการหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นภาพสะท้อนของพระปรีชาสามารถ และพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งหวังให้การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปอย่างยั่งยืน
ผลสัมฤทธิ์ที่ปรากฏในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเต่าทะเลที่เพิ่มขึ้น แหล่งวางไข่ที่ได้รับการฟื้นฟู หรือการตื่นตัวของสังคมในการอนุรักษ์ ล้วนเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของการน้อมนำแนวพระราชดำริมาปฏิบัติ เหนือสิ่งอื่นใด คือการปลูกฝังจิตสำนึกให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติ และร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานให้คงอยู่สืบไป
ในห้วงเวลาที่ลูกเต่าตัวน้อยก้าวเดินบนผืนทราย มุ่งหน้าสู่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ เปรียบเสมือนความหวังที่กำลังเติบโต และเป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิตที่ได้รับการปกป้องใต้ร่มพระบารมีของสมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าพึงน้อมนำแนวพระราชดำริมาปฏิบัติ ร่วมกันพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้ผืนทะเลไทยยังคงความงดงามและอุดมสมบูรณ์ตราบนานเท่านาน
พระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จะยังคงสถิตอยู่ในหัวใจของปวงชนชาวไทย และสะท้อนผ่านทุกชีวิตของเต่าทะเลที่ได้รับการปกป้อง ให้ดำรงอยู่คู่ผืนทะเลไทยสืบไปอย่างยั่งยืน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระเมตตา ‘พระพันปีหลวง’ จุดกำเนิด ‘ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล’ ฟื้นคืนระบบนิเวศไทยยั่งยืน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th