ผถห.TFG อนุมัติจ่ายเงินปันผลอีก 0.30 บ./หุ้น รับทรัพย์ 24 เม.ย.นี้ ปักธงรายได้ปี 69 เติบโต 10-15% ทุบสถิติใหม่ต่อเนื่อง
ผู้ถือหุ้น บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจากงวดผลการดำเนินงานปี 68เพิ่มอีก 0.30บาท/หุ้น เตรียมรับเงินเข้ากระเป๋าวันที่ 24เม.ย.นี้ ปันผลรวมทั้งปีเท่ากับ 0.70บาทต่อหุ้น ฟากผู้บริหาร "เพชร นันทวิสัย" ระบุเดินเกมรุกปี 69ตั้งเป้ารายได้โต 10-15%นิวไฮต่อเนื่อง เร่งเครื่องโมเดล Market Driven เต็มรูปแบบ ลุยขยาย Thai Foods Fresh Market แตะ 850สาขา ปักหมุดเวียดนามเป็น Growth Engine แห่งใหม่ หลังปี 68สร้างสถิติกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์เติบโต 136%
นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569ในวันที่ 8เมษายนที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากงวดผลการดำเนินงานปี 2568 (1ม.ค.-31ธ.ค.2568) ในอัตรา 0.30บาท/หุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4มีนาคม 2569และกำหนดจ่ายวันที่ 24เม.ย. 2569โดยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.40บาท/หุ้น รวมจ่ายปันผลทั้งปี 2568อยู่ที่ 0.70บาท/หุ้น สะท้อนผลการดำเนินงานที่เติบโต ฐานะการเงินที่มั่นคง และมุ่งสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอให้กับผู้ถือหุ้น
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568บริษัทฯมีรายได้รวม 73,358.74ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.01%จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 7,440.84ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.68%ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) จากยอดขายที่เติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมาจากธุรกิจร้านค้าปลีก 37.34% , ธุรกิจไก่ 27.23%, ธุรกิจสุกร 19.27%และธุรกิจอาหารสัตว์ 14.85%ตามลำดับ
แผนการดำเนินงานในปี 2569บริษัทฯตั้งเป้ารายได้เติบโต 10–15%ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ผ่านการขับเคลื่อนองค์กรสู่โมเดล Market Driven อย่างเต็มรูปแบบ เดินหน้าขยายธุรกิจค้าปลีก “Thai Foods Fresh Market” เพิ่มเป็น 850สาขา จาก 615สาขาในปีก่อน เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงและเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง ควบคู่กับการขยายฐานการผลิตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสริมความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ บริษัทฯยังเร่งขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งเป็น Growth Engine สำคัญ ผ่านการก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ ขยายธุรกิจไก่ และเพิ่มฟาร์มสุกร คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569และเริ่มสนับสนุนรายได้และต้นทุนการผลิตตั้งแต่ปี 2570เป็นต้นไป
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TFG กล่าวอีกว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาเนื้อสัตว์ในช่วงนี้ มีปัจจัยหนุนจากสภาพอากาศ และอุปสงค์การบริโภคที่ฟื้นตัว แม้สถานการณ์สงครามจะส่งผลให้ต้นทุนบางส่วนปรับสูงขึ้น แต่ทั้งนี้ บริษัทมีล็อกราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ล่วงหน้าแล้วราว 60–70%ซึ่งช่วยจำกัดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบ ควบคู่กับการเดินหน้าลงทุนตามแผน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว