‘ค่าเงินบาท’ เปิดเช้านี้ที่ 32.32 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย’ กรอบวันนี้ 32.30-32.55 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.32 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.40 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.20-32.55 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (18 มีนาคม 2569) ที่ระดับ 32.32 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.40 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 32.20-32.55 บาทต่อดอลลาร์
นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USD/THB) ทยอยแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 32.24-32.43 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดทยอยเปิดรับความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความหวังว่าสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจเริ่มคลี่คลายลง ซึ่งจะช่วยให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซทยอยกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ผู้เล่นในตลาดยังรอติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในช่วงวันพฤหัสบดีตามเวลาประเทศไทย ส่งผลให้ตลาดยังคงระมัดระวังต่อการปรับมุมมองเชิงบวก และยังประเมินว่า FED อาจลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้อีกราว 1 ครั้งในปีนี้
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท นายพูนมองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มชะลอลงบ้าง ตามการทยอยเปิดรับความเสี่ยงอย่างระมัดระวังของผู้เล่นในตลาด แต่ยังต้องเน้นว่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk หรือสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ด้วยเหตุนี้ จึงยังคงมุมมองเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรประเมินสถานการณ์ผ่าน Scenario Analysis และใช้กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในภาวะที่ตลาดการเงินยังมีความผันผวนสูง
ในช่วงระหว่างวัน หากไม่มีพัฒนาการเพิ่มเติมจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง คาดว่าเงินบาทอาจเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways โดยอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง ตราบใดที่นักลงทุนต่างชาติยังทยอยขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทอาจชะลอลงบริเวณแนวต้านสำคัญแถว 32.50 บาทต่อดอลลาร์ จากการประเมินโฟลว์ธุรกรรมของผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะฝั่งผู้ส่งออกที่อาจทยอยขายเงินดอลลาร์ในโซนดังกล่าว รวมถึงปัจจัยทางเทคนิค
แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและยืดเยื้อมากกว่าที่คาด โดยเฉพาะหากยาวนานเกิน 5 สัปดาห์ตามกรอบเวลาที่ประธานาธิบดี Donald Trump เคยระบุไว้ เงินบาทก็มีโอกาสอ่อนค่าต่อได้ไม่ยาก โดยมีแนวต้านถัดไปอยู่ในช่วง 32.80-33.00 บาทต่อดอลลาร์