โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ยัน! น้ำมันไทยสำรองสต็อกยาว 100 วัน วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก

The Bangkok Insight

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

นายกฯ ยันน้ำมันไทยสำรองสูงสุดในอาเซียน สต็อกยาว 100 วัน วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก

วันนี้ (15 มี.ค.) เมื่อเวลา 13.14 น. ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการส่งออกน้ำมันไปยัง สปป.ลาว ในขณะที่ประเทศกำลังเกิดวิกฤติ โดยยืนยันว่ายังคงมีการขายและส่งออกตามปกติ ซึ่งตนเองได้ชี้แจงในประเด็นนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

นายกฯ

สำหรับการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคจากตะวันออกกลาง (ศบก.) ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าภาคอุตสาหกรรมแย่งซื้อน้ำมันจากภาคประชาชนหน้าปั๊มจนอาจเกิดการไม่เพียงพอนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่าได้รับการยืนยันจากผู้ค้าน้ำมันทุกราย ทั้งไทยออยล์, บางจาก, เชลล์, เอสพีอาร์ซี (คาลเท็กซ์) และผู้ประกอบการที่นำเข้าน้ำมันดิบ ว่าขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณของการขาดแคลนน้ำมันแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีย้ำว่าเนื่องจากปัจจุบันเป็นวิกฤตการณ์ที่มีการสู้รบซึ่งไม่ใชาสถานการณ์ปกติ ประชาชนผู้บริโภคจึงควรตระหนักรู้และเริ่มใช้มาตรการประหยัดพลังงาน แม้จะยังไม่มีการขาดแคลนแต่การประหยัดจะช่วยเพิ่มจำนวนวันสำรองน้ำมันภายในประเทศ โดยปัจจุบันการสำรองเพิ่มจาก 60 วัน เป็น 90 วัน และคาดหวังว่าจะขยับขึ้นไปถึง 100 วัน จากการที่เราไม่ส่งออกไปประเทศที่สาม พร้อมยืนยันว่าในกลุ่มอาเซียน ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองมากที่สุด ซึ่งหากเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นที่มีสำรองกว่า 200 วัน ก็ต้องพิจารณาจากขนาดเศรษฐกิจและระบบโลจิสติกส์ที่แตกต่างกันด้วย

ในส่วนของกระแสข่าวเรื่องปริมาณน้ำมันดิบในโรงกลั่น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าตัวเลขสำรอง 100 วันนั้นได้รวมส่วนนี้ไว้แล้ว ประชาชนจึงไม่ต้องวิตกกังวล แต่ต้องไม่ประมาทหรือ "ลั้ลลา" ต้องตระหนักถึงการประหยัดน้ำมัน ส่วนเรื่องพลังงานไฟฟ้านั้นยืนยันว่าไม่มีปัญหาแน่นอน เนื่องจากประเทศไทยผลิตไฟฟ้าโดยใช้ก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้เองจากอ่าวไทย และมีการเพิ่มโรงผลิตก๊าซที่พร้อมทำงานหนักขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์

สำหรับราคาน้ำมันที่ผันผวนตามตลาดโลก รัฐบาลจะใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยพยุงราคาเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน โดยจะพิจารณาตามงบประมาณและสภาวะเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรียังได้ขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือ และย้ำว่าไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกถึงขั้นไปซื้อน้ำมันมากักเก็บไว้เอง เพราะรัฐบาลจะบริหารจัดการอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ราคากระโดดสูงขึ้นจนคุมไม่ได้ แม้ไทยจะผลิตน้ำมันเองไม่ได้ทั้งหมดและต้องนำเข้าจากพื้นที่ที่มีปัญหาอยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง แต่ยังมีแหล่งนำเข้าจากภูมิภาคอื่นรองรับ หากสถานการณ์แย่ลงจนสำรองลดเหลือ 50 วัน ก็ยังสามารถบริหารจัดการได้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงแนวคิดการซื้อน้ำมันจากรัสเซียว่ามีการพูดคุยอยู่ รวมถึงการเจรจากับทุกประเทศ เนื่องจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีคู่ค้าทั่วโลก ในโลกธุรกิจไม่มีใครกล้าตัด ปตท. ออกจากระบบเพราะจะเสียลูกค้ารายใหญ่ในภูมิภาคอาเซียนไป ซึ่งกลไกตลาดจะเป็นตัวขับเคลื่อนความร่วมมือเหล่านี้

ทางด้าน นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลหลังจากการประชุมเศรษฐกิจภาคใต้ 14 จังหวัด โดยนำความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมันมาสื่อสารต่อที่ประชุม ศบก. ซึ่งพบว่าปัญหาในบางปั๊มน้ำมันพื้นที่ต่างจังหวัดเกิดจากความต้องการที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง เนื่องจากราคาน้ำมันขายปลีกและขายส่งมีความแตกต่างกันมาก ทำให้รถบรรทุกจากบริษัทใหญ่ที่ปกติซื้อจาก Jobber หรือโรงกลั่น เปลี่ยนมาเข้าคิวซื้อที่ปั๊มเพราะราคาถูกกว่า โดยทางสภาหอการค้าฯ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะมีมาตรการดูแลอย่างเป็นธรรม และจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องไปยังสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...