โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผบ.ตร.เร่งประชุมตามคดี ชายจีนซุกอาวุธ พบพิรุธให้ปากคำขัดแย้งกับหลักฐาน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ผู้สื่อข่าวนครบาล
ผบ.ตร.เร่งประชุม ชุดสืบสวนเพื่อขยายผล คดีชาวจีนซุกซ่อนอาวุธจำนวนมาก เบื้องต้นผู้ต้องหาให้สารภาพว่าซื้อผ่านทางออนไล

ผบ.ตร.เร่งประชุม ชุดสืบสวนเพื่อขยายผล คดีชาวจีนซุกซ่อนอาวุธจำนวนมาก เบื้องต้นผู้ต้องหาให้สารภาพว่าซื้อผ่านทางออนไลน์ และมีความชื่นชอบเรื่องอาวุธ ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหาอ้างว่า สะสมอาวุธไว้เพื่อเตรียมกระทำตัวเอง เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อคำให้การ ขัดแย้งกับหลักฐานที่พบ พร้อมทั้งกำชับตำรวจเร่งขยายผลสืบสวนสอบสวนในทุกมิติ หากเชื่อมโยงถึงใคร ดำเนินคดีไม่ละเว้น

พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าทางคดี กรณีนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งถูกจับกุมหลังตรวจพบการครอบครองอาวุธจำนวนมาก โดยมีชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมประชุมติดตามแนวทางการสืบสวนขยายผล

เบื้องต้น จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า อาวุธทั้งหมดที่พบมีไว้ในครอบครอง เนื่องจากต้องการนำมาใช้ก่อเหตุทำร้ายตัวเองจนถึงแก่ชีวิต แต่ตำรวจไม่เชื่อคำให้การ เนื่องจากพบข้อพิรุธหลายประเด็น เช่น ลักษณะของอาวุธที่ตรวจยึดได้ รวมถึงอานุภาพและปริมาณอาวุธที่มีความรุนแรงสูง จึงรับฟังไว้เป็นเพียงแนวทางการสอบสวน ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงจะเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านในทุกมิติ

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังให้การว่า เป็นผู้มีความชื่นชอบเกี่ยวกับอาวุธ และสั่งซื้ออาวุธทั้งหมดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยจากการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง เบื้องต้นยังไม่พบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุวินาศกรรม หรือเหตุความรุนแรงมาก่อน แต่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน ข้อมูลโทรศัพท์มือถือ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการกระทำความผิด

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายหมิงเฉิน ซัน ในความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ภรรยาของผู้ต้องหามีส่วนร่วมในการกระทำความผิดหรือให้การช่วยหรือไม่

ส่วนการตรวจสอบหนังสือเดินทาง เอกสารทะเบียนราษฎร และประวัติการเดินทางเข้า-ออกประเทศนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงฝ่ายปกครองในพื้นที่ ร่วมตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด พร้อมกำชับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองและติดตามบุคคลต่างชาติที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ระบบวิเคราะห์เชื่อมโยงทางคดี

สำหรับอาวุธปืนพกสั้นที่ตรวจพบในตัวผู้ต้องหา ซึ่งภายหลังตรวจสอบพบว่า มีชื่อครอบครองเดิมเป็นของตำรวจนายหนึ่งนั้น จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า อาวุธปืนมีการซื้อขายเปลี่ยนมือหลายทอด จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า อาวุธปืน ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหาได้อย่างไร และกระบวนการซื้อขายเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า หากการสืบสวนพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นผู้จำหน่ายอาวุธ ผู้ให้การสนับสนุน หรือผู้ให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น รวมถึงหากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเช่นเดียวกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...