โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตะลึง! พบห้องผ่าตัด-เครื่องเอกซเรย์ ในฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ไทย-สหรัฐ ผนึกกำลังเร่งล่า

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ตะลึง! พบห้องผ่าตัด-เครื่องเอกซเรย์ ในฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ไทย-สหรัฐ ผนึกกำลังเร่งล่า

วันที่ 8 พ.ค. 69 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนางหัทยา คูสกุล อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนจากกระทรวงแรงงาน ร่วมแถลงผลการหารือกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ภายหลังเดินทางเยือนระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และแรงงานบังคับ

นางหัทยาฯ เปิดเผยว่า ไทยได้หารือกับหน่วยงานสหรัฐที่ทำหน้าที่ติดตามและประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์ทั่วโลก ซึ่งไทยถูกจัดให้อยู่ในระดับเทียร์ 2 ต่อเนื่อง 4 ปี โดยไทยได้นำเสนอผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามค้ามนุษย์ การคุ้มครองแรงงาน และการแก้ปัญหาแรงงานบังคับอย่างรอบด้าน รวมถึงความคืบหน้าการผลักดันให้สินค้าไทยถูกถอนออกจากบัญชีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานเด็กและแรงงานบังคับ โดยสหรัฐได้ชื่นชมการทำงานของไทยที่บูรณาการทุกหน่วยงาน ทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม และการกำหนดนโยบาย ซึ่งสิ่งที่สหรัฐให้ความสนใจและติดตามการดำเนินงานของไทย คือ ตัวเลขสถิติการจับกุมการป้องกันปราบปราม อีกทั้งไทยก็มีมาตรการเข้มข้นมากขึ้น ทั้งกฎหมายใหม่ พ.ร.บ.ใหม่ที่นำมาบังคับใช้ มีกลไกระหว่างหน่วยงานในการดูแลเหยื่อการค้ามนุษย์ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ สหรัฐยังให้ความสำคัญกับปัญหาค้ามนุษย์ออนไลน์และแก๊งหลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังพบว่าชาวอเมริกันตกเป็นเหยื่อสูงที่สุด มูลค่าความเสียหายมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมแสดงความจริงจังที่จะร่วมมือกับไทยในการติดตามจับกุมผู้กระทำผิด

ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า สหรัฐให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเครือข่ายที่ตั้งอยู่ในกัมพูชา เมียนมา และลาว ซึ่งหลอกลวงเหยื่อกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ไม่เฉพาะชาวอเมริกัน

ขณะเดียวกัน ไทยยังได้รับคำชื่นชมเรื่องการตั้งศูนย์ติดตามและช่วยเหลือผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสหรัฐเตรียมนำรูปแบบไปเป็นต้นแบบจัดตั้งศูนย์ในลักษณะเดียวกัน รวมถึงความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล การยึดทรัพย์ และออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง

อีกประเด็นสำคัญที่ไทยนำเสนอ คือข้อมูลแก๊งโอร์เสม็ด ซึ่งถือเป็นเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค มีคนเกี่ยวข้องมากกว่า 10,000 คน โดยภายในพื้นที่พบห้องควบคุมตัว สถานที่บังคับใช้แรงงานและทรมานผู้คน รวมถึงห้องผ่าตัด เครื่องเอกซเรย์ และอุปกรณ์ทางสูตินรีเวช ทำให้ทั้งไทยและสหรัฐตั้งข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงกับขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล พร้อมระบุอีกว่า ปัจจุบันยังมีชาวต่างชาติถูกหลอกเข้ามาในประเทศไทย ก่อนถูกส่งต่อไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยช่วงแรกเป็นการสมัครใจเดินทาง แต่เมื่อถึงปลายทางกลับถูกบังคับใช้แรงงานและถูกทรมานหากขัดขืน

ที่ผ่านมา มีข้อมูลจากสถานทูตบราซิลว่า มีชาวบราซิลอย่างน้อย 30 คน ถูกหลอกไปทำงานในกัมพูชา ขณะเดียวกันยังพบเหยื่อจากไต้หวันและญี่ปุ่นถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน ทำให้ไทยต้องเร่งสกัดไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของขบวนการเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งจากการหารือครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาเข้าใจถึงความตั้งใจและความจริงจังของไทยในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ และเชื่อว่าจะส่งผลเชิงบวกต่อการพิจารณาจัดอันดับเทียร์ของไทยในอนาคต

ทั้งนี้ สํานักงานตํารวจแห่งชาติเตรียมยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ผ่านระบบ SHIELD หรือ ชิว เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ 18 ประเทศ และอีก 3 องค์กรสำคัญระดับโลก รวมถึงเอฟบีไอ และตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ด้วย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...