โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้ว่าธปท.เผยเงินกู้ 4 แสนลบ.จะช่วยดัน GDP ปี69โตเพิ่มเป็น 2.1% จาก1.5%

JS100

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • JS100:จส.100
ผู้ว่าธปท.เผยเงินกู้ 4 แสนลบ.จะช่วยดัน GDP ปี69โตเพิ่มเป็น 2.1% จาก1.5%

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การที่รัฐบาลจะออกพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินกรอบวงเงิน 400,000 ล้านบาท จะช่วยผลักดันให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) ปี 69 เพิ่มขึ้นมาที่ 2.1% จากเดิมคาดไว้ 1.5% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อน่าจะขยับขึ้นมาที่ 3-3.1% จากเดิม 2.9% แต่ปี 70 คาดว่า GDP จะขยายตัวชะลอลงมาที่ 1.6% จากเดิมที่คาดไว้ 2% เนื่องจากฐานในปีนี้สูงขึ้น ส่วนเงินเฟ้อคาดขยายตัว 1.4% จาก 1.5% กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3% ขณะที่เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีจำนวนมาก ที่เข้ามาประคองเศรษฐกิจ

สำหรับมาตรการกระตุ้นและบรรเทาเยียวยา นายวิทัย กล่าวว่า มีผลต่อเงินเฟ้อทั้งปีแต่ไม่มาก คาดว่าในไตรมาส 3 จะดีดขึ้นบ้าง โดยในบางเดือนเงินเฟ้ออาจสูงถึง 4-5% ในส่วนธปท.จะมีการปรับมาตรการบรรเทาผลกระทบหลายตัว ซึ่งในครั้งนี้มาตรการการคลังจะใช้เป็นตัวหลัก

ธปท.เตรียมปรับมาตรการสนับสนุนสินเชื่อ SME เช่น โครงการ SME Credit Boost ให้สอดคล้องกับวิกฤติจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ให้มีการค้ำประกันง่ายขึ้น เพื่อให้ SME เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น รวมถึงขอให้ธนาคารใช้ที่ดินเข้ามาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ หรือโครงการ Secure+ ขณะที่ ต้องติดตามหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) ถ้าจำเป็นต้องผ่อนปรนคล้ายกับมาตรการฟ้า-ส้ม ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องออกมาเป็นมาตรการเฉพาะจุด

ผว.ธปท.ยังยืนยันไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation เพราะประเมินขณะนี้เงินเฟ้อสูงแต่จะทยอยปรับลดลงในไตรมาส 2 ปี 70 โดยเชื่อว่าเงินเฟ้อจะสูงไม่ยาว

#ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...