โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทส. ผนึกภาคเอกชน-พันธมิตร 20 องค์กร ขับเคลื่อนศก.หมุนเวียน มุ่งจัดการพลาสติกยั่งยืน

Khaosod

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 10.48 น.
ทส. ผนึกภาคเอกชน-พันธมิตร 20 องค์กร ขับเคลื่อนศก.หมุนเวียน มุ่งจัดการพลาสติกยั่งยืน

ทส. ผนึกภาคเอกชน–พันธมิตรกว่า 20 องค์กร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งจัดการพลาสติกอย่างยั่งยืน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 พ.ค. 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานสักขีพยานในพิธีประกาศเจตนารมณ์และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ “รวมพลัง ขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน : AXTRA Circular Impacts”

ระหว่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” และองค์กรพันธมิตรกว่า 20 แห่ง จากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชั้น 2 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การลงนามครั้งนี้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ

ตลอดจนผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะ ร่วมประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนการจัดการพลาสติกอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Circular Retail” เพื่อผลักดันภาคค้าปลีกไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม

โดยมุ่งลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็น ส่งเสริมการเก็บกลับคืน คัดแยก และรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างเป็นระบบ รวมถึงพัฒนานวัตกรรมและบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด 5R ได้แก่ Re-educate, Reduce, Recycle, Replace และ Reinvent เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

โอกาสนี้ นายสุชาติ กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความท้าทายทั้งด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และข้อจำกัดด้านทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตควบคู่กันอย่างสมดุลและยั่งยืน

โดยการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันต้องคำนึงถึง “3 ประโยชน์” ได้แก่ ประเทศชาติต้องมั่นคง ประชาชนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี และองค์กรต้องสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนถือเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนของเสียให้กลับมาเป็นทรัพยากร ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่ และลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด

พร้อมเน้นย้ำว่า การสร้างความยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัย “พลังแห่งความร่วมมือ” จากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และประชาชนทุกคน เพื่อร่วมกันผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในอนาคต

ด้านดร.รวีวรรณ เน้นย้ำถึงความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของภาคค้าปลีกไทย ซึ่งมีบทบาทเชื่อมโยงความร่วมมือไปยังทุกภาคส่วน และเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร ช่วยยกระดับระบบจัดการขยะของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในระยะยาว

ขณะที่ นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินมาตรการจัดการพลาสติกอย่างต่อเนื่อง โดยแม็คโครและโลตัสมีนโยบายงดให้บริการถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และยุติการจำหน่ายบรรจุภัณฑ์โฟม พร้อมส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ส่งผลให้ตลอดระยะเวลากว่า 37 ปีที่ผ่านมา สามารถช่วยหลีกเลี่ยงการทิ้งพลาสติกลงสู่สิ่งแวดล้อมได้มากกว่า 350,000 ตัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทส. ผนึกภาคเอกชน-พันธมิตร 20 องค์กร ขับเคลื่อนศก.หมุนเวียน มุ่งจัดการพลาสติกยั่งยืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...