น้ำมันพุ่ง-ตั๋วบินแพงดัน ‘ไทยเที่ยวไทย’ ยูดี ทาวน์ หั่นราคาตั๋วสงกรานต์โซนพรีเมียมรับกำลังซื้อกลุ่ม Gen Z
งัดสูตร ‘เข้าฟรี’ สู้ราคาน้ำมัน: ยูดี ทาวน์ เทงบ 30 ล้าน ปักหมุดสงกรานต์อุดรฯ เงินสะพัดร้อยล้าน ประเมินผลกระทบสงครามตะวันออกกลางฉุดมู้ดการจับจ่ายระยะสั้น เชื่อแรงบวกจาก ‘ไทยเที่ยวไทย’ ชดเชยรายได้ท่องเที่ยวต่างแดน ลดภาระค่าครองชีพนักท่องเที่ยว ยกเลิกค่าบัตรผ่านประตู 100 บาท พร้อมหั่นราคาโซนพรีเมียมเหลือไม่เกิน 4,900 บาท ผนึกกำลังเครือมิกซ์ยูส-โรงแรม-ศูนย์ประชุม ดันอุดรธานีสู่ ‘ไมซ์ซิตี้’ เต็มรูปแบบ รับอานิสงส์ซอฟต์พาวเวอร์ลิซ่า x ททท.
27 มีนาคม 2569 - สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงไตรมาสที่ 2 อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและบริการในจังหวัดอุดรธานีมองว่า นี่อาจเป็นโอกาสสำคัญที่กระตุ้นให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น เพื่อเลี่ยงต้นทุนตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศที่ปรับตัวสูงตามราคาพลังงาน
นางสาวอภิชา วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ ระบุว่าพฤติกรรมการระมัดระวังการใช้จ่าย (Cautious Spending) เป็นโจทย์หลักที่บริษัทต้องเผชิญในปีนี้
ดังนั้นเพื่อจูงใจให้คนออกมาใช้ชีวิตและกระตุ้นเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท บริษัทจึงตัดสินใจปรับรูปแบบการจัดงานสงกรานต์ "Udon Songkran Festival 2026" โดยเน้นความคุ้มค่าเป็นหัวใจหลัก
แนวทางสำคัญ คือ การยกเลิกการเก็บค่าบัตรผ่านประตู 100 บาทในโซนกิจกรรม และเปิดให้เข้าฟรีตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีการปรับลดราคาจองโต๊ะในโซนวีไอพีจากระดับราคาสูงในปีที่ผ่านมา ลงมาเหลือไม่เกิน 4,900 บาท พร้อมเพิ่มโควตาจำนวนที่นั่งต่อโต๊ะจาก 4 คน เป็น 6 คน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเพื่อนและครอบครัวที่ต้องการความคุ้มค่า
"ด้วยภาวะน้ำมันแพงและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ปีนี้เราอยากให้คนออกมาสนุกกันได้ง่ายขึ้น จึงปรับให้เข้าฟรีในโซนชุ่มฉ่ำ และลดราคาโต๊ะวีไอพีลงมาเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน"
ในเชิงทราฟฟิก ยูดี ทาวน์ ตั้งเป้าผู้เข้าใช้บริการเฉลี่ย 34,500 คนต่อวัน โดยมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย 75% และต่างชาติ 25% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Expat ที่พำนักในพื้นที่ เช่น เกาหลีใต้ และสแกนดิเนเวีย โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือ Gen Z ที่มีพฤติกรรมกล้าใช้จ่ายและให้ความสำคัญกับการนำเสนอไลฟ์สไตล์ผ่านภาพลักษณ์ที่ดูดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ของศูนย์การค้ายังคงรักษาความแข็งแกร่งอยู่ที่ 98%
ด้านแนวโน้มภาพรวมในจังหวัด นายภาสกร วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาทิพย์ 456 จำกัด ผู้บริหารโรงแรมโมโค และศูนย์ประชุมนานาชาติ มลฑาทิพย์ ฮอลล์ วิเคราะห์ว่าอุดรธานีมีความพร้อมในฐานะ "ไมซ์ซิตี้" (MICE City) ที่มีการประชุมขนาดใหญ่และกิจกรรมโปรโมตการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอานิสงส์จากแคมเปญซอฟต์พาวเวอร์ ททท. ที่ส่งผลให้อัตราการเข้าพักโรงแรมในเครือเฉลี่ยอยู่ที่ 75-80%
"สถานการณ์ราคาน้ำมันปัจจุบันอาจไม่น่ากลัวเท่าช่วงโควิด เพราะคนยังมีความต้องการเดินทางและใช้ชีวิต ตราบใดที่อุดรธานียังมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายและมีบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการระดับพรีเมียมได้"
ปัจจุบัน ธุรกิจทั้ง 3 ส่วนภายใต้กลุ่มอุดรพลาซ่ากำลังมุ่งเน้นการเชื่อมโยงระบบนิเวศการค้า (Synergy) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับแบรนด์ค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เข้ามาในพื้นที่
โดยมุ่งหวังว่าการยกระดับอุดรธานีสู่"เมืองเฟสติวัลระดับภูมิภาค" จะเป็นแรงส่งสำคัญให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นเติบโตอย่างยั่งยืนแม้ในสภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน