โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มิน อ่อง หล่าย ผู้นำคณะรัฐประหารเมียนมา ตั้ง “เย วิน อู” นายทหารคนสนิท ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 16.49 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 16.49 น.
พลเอก เย วิน อู (Ye Win Oo) ที่มาภาพ:https://www.irrawaddy.com/news/burma/gen-ye-win-oo-from-myanmar-juntas-torture-chambers-boss-to-army-chief.html

หลังจากการคาดเดามานานหลายสัปดาห์ว่าใครจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำกองทัพเมียนมาคนต่อไป ล่าสุด พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร ได้ส่งมอบตำแหน่งนี้ให้กับ พลเอก เย วิน อู (Ye Win Oo) นายทหารคนสนิทที่ไว้วางใจมาอย่างยาวนาน

พลเอก เย วิน อู ในวัย 60 ปี ก้าวขึ้นเป็นผู้บัญชาการกองทัพเมียนมา (commander of the Myanmar Armed Forces) ลำดับที่ 10 อย่างเป็นทางการ และเป็นสัญญานว่าเป็นการเสริมความแข็งแกร่งและกระชับอำนาจของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ให้แน่นขึ้น

พิธีส่งมอบตำแหน่งเกิดขึ้นในวันจันทร์( 30 มีนาคม 2569) ที่กรุงเนปิดอว์ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ มิน อ่อง หล่าย ได้รับการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการเข้าสู่กระบวนการโหวตในรัฐสภาเพื่อดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดี

แม้ว่าพลเอกอาวุโส โซ วิน (Soe Win) จะมีความอาวุโสและได้รับความนิยมในกองทัพมากกว่า แต่ มิน อ่อง หล่าย กลับเลือก เย วิน อู ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็น “หูเป็นตา” ให้กับเขาโดยเฉพาะ

นักวิเคราะห์ทางการเมืองอาวุโสรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Irrawaddy ว่า “เผด็จการทุกคน ตั้งแต่เนวิน จนถึงตาน ฉ่วย ต่างก็แต่งตั้งคนสนิทให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดทั้งสิ้น มิน อ่อง หล่าย เองก็ทำแบบเดียวกันในการแต่งตั้ง เย วิน อู การที่เลือกเย วิน อู คนนี้ มิน อ่อง หล่าย กำลังทำให้มั่นใจว่าผู้บัญชาการทหารคนใหม่จะไม่กล้าท้าทายอำนาจของเขา ในขณะที่เขาเองก้าวขึ้นไปรับตำแหน่งประธานาธิบดี”

เย วิน อู เพิ่งได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (Commander-in-Chief (Army) ) เพียงไม่กี่สัปดาห์ ก่อนที่จะถูกดันขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในกองทัพ การพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างรวดเร็วนี้ตอกย้ำถึงความไว้วางใจที่มิน อ่อง หล่าย มีต่อเขาอย่างมาก แม้ว่าตัว เย วิน อู จะไม่มีผลงานการรบที่โดดเด่นในสนามรบจริง (Frontline) เลยก็ตาม

ในพิธีส่งมอบตำแหน่ง มิน อ่อง หล่าย ได้กล่าวชื่นชม เย วิน อู ว่าปฏิบัติหน้าที่อย่าง “แข็งขันและเต็มกำลัง” ในช่วงวิกฤติของประเทศ ขณะที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ก็ได้กล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกโดยย้ำถึงวิสัยทัศน์เดียวกับมิน อ่อง หล่าย ที่จะมุ่งมั่นสร้างกองทัพที่ “ทันสมัยและมีขีดความสามารถในการรบ” ต่อไป

พิธีส่งมอบตำแหน่ง ที่มาภาพ: https://www.irrawaddy.com/news/politics/myanmar-junta-chief-installs-loyalist-ye-win-oo-as-military-commander.html

นักวิเคราะห์ระบุว่า การที่ เย วิน อู ศิษย์เก่าจาก โรงเรียนนายร้อย (Officer Training School – OTS) รุ่นที่ 77 ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในโครงสร้างกองทัพที่โดยปกติแล้วจะถูกผูกขาดโดยศิษย์เก่าจาก วิทยาลัยป้องกันประเทศ (Defense Services Academy – DSA) สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจอย่างยิ่งยวดที่ มิน อ่อง หล่าย มีต่อเขา และถือเป็นอดีตผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองทหารคนแรก ที่ได้ก้าวขึ้นมากุมบังเหียนกองทัพเมียนมาทั้งหมด

นักวิเคราะห์ทางทหารในเมียนมากล่าวว่า “เขามีประวัติทางการทหารที่ไม่โดดเด่นนัก เขาไต่เต้าขึ้นมาตามลำดับชั้นได้ก็เพราะเขาเป็นคนสนิทที่จงรักภักดีของ มิน อ่อง หล่าย เท่านั้น”

เย วิน อู มีความใกล้ชิดกับมิน อ่อง หล่าย มาตั้งแต่ช่วงปี 2000 เมื่อครั้งที่มิน อ่อง หล่าย ยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการภาคสามเหลี่ยม (Triangle Region commander) และหลังจากที่มิน อ่อง หล่าย ก้าวขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดในปี 2554 เส้นทางรับราชการของ เย วิน อู ก็พุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว

โดยได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วยความมั่นคงทหาร (Office of the Chief of Military Security Affairs :OCMSA) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้นำรัฐบาลทหารต้องการใช้เพื่อ “แยกมิตรออกจากศัตรู” ทั้งภายในกองทัพและภายนอก

เย วิน อู ไเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยแพทย์ทหาร (Defense Services Medical Academy) และผู้บัญชาการกองทัพภาคตะวันตกเฉียงใต้ ก่อนจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าสำนักงานกิจการความมั่นคงทางทหาร (OCMSA)

เย วิน อูมีบทบาทโดยตรงในการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 โดยเป็นผู้นำการเข้าจับกุม อู วิน มิ้นต์ ประธานาธิบดี และ ออ ง สาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ในฐานะหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง เขายังควบคุมดูแลศูนย์สอบสวนที่มีรายงานว่ามีผู้ถูกควบคุมตัวหลายร้อยคนถูกทรมานหรือเสียชีวิตนับตั้งแต่การรัฐประหาร องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและอดีตผู้ถูกควบคุมตัวได้บันทึกหลักฐานการใช้วิธีการของ OCMSA เช่น การใช้น้ำเดือด การเผาด้วยสารเคมี ความรุนแรงทางเพศ และการทำร้ายจนเสียชีวิต

เย วิน อู ยังดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นควบคู่กันไป โดยทำหน้าที่เป็นเลขาธิการทั้งของสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council) ซึ่งเป็นองค์กรปกครองของรัฐบาลทหาร และสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติ (National Defense and Security Council) ซึ่งมีหน้าที่ดูแลให้กลไกการบริหารของระบอบดำเนินไปได้

โดยมีแนวโน้มว่า มิน อ่อง หล่าย จะให้ความสำคัญกับเขามากกว่า อ่อง ลิน ดวย (Aung Lin Dwe) ซึ่งเป็นหนึ่งในคนสนิทอีกคนที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการของ SAC

ไม่นานหลังการรัฐประหารเย วิน อู ถูกมาตรการคว่ำบาตรอย่างหนักจากนานาชาติ โดยถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรจากสหรัฐ สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร แคนาดา และประเทศอื่น ๆ จากบทบาทระดับสูงในระบอบทหารและการมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการปราบปรามขบวนการประชาธิปไตย

เย วิน อู เดินทางเคียงข้าง มิน อ่อง หล่าย แทบทุกครั้ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และนั่งอยู่เคียงข้างในการประชุมคณะรัฐมนตรีและการหารือระดับสูง ในการพบปะกับนักการทูตต่างประเทศ มิน อ่อง หล่าย มักให้ เย วิน อูนั่งเคียงข้าง มากกว่า วันนะ หม่อง ลวิน (Wunna Maung Lwin) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมา

เย วิน อู ไม่ได้เป็นเพียงคนสนิทของ มิน อ่อง หล่าย เท่านั้น แต่ยังใกล้ชิดกับครอบครัวของผู้นำรัฐประหารอีกด้วย โดยเย วิน อู และภรรยาเป็นที่ทราบกันว่าได้รับความเอ็นดูจาก จู จู หล่า ภรรยาของ มิน อ่อง หล่าย ภรรยาของเขา ดอว์ นีลาร์ (Daw Nilar) มีความใกล้ชิดกับ จู จู หล่า (Kyu Kyu Hla) ภรรยาของผู้นำรัฐบาลทหาร และมักร่วมเดินทางไปด้วยกันทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเดินทางไปยังรัสเซียด้วย และเช่นเดียวกับภรรยาของนายทหารระดับสูงคนอื่น ๆ ถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรโดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

เย วิน อู มีความใกล้ชิดกับ มิน อ่อง หล่าย และครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการ (General Staff Officer: G1) ในกองบัญชาการย่างกุ้งเมื่อราว 10 ปีก่อน

เย วิน อู ยังมีความเกี่ยวข้องทางเครือญาติผ่านการแต่งงานกับรัฐมนตรีกลาโหม พลเอก หม่อง หม่อง เอ (Maung Maung Aye)

แม้เย วิน อู จะปรากฏตัวร่วมกับผู้นำรัฐบาลทหาร มิน อ่อง หล่าย อยู่บ่อยครั้งในสื่อของรัฐ แต่เขามักถูกมองข้าม ในรายการข่าวภาคค่ำที่ออกอากาศผ่านสื่อภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหาร เย วิน อู มักถูกเห็นกำลังจดบันทึกตามที่ วิน อ่อง หล่าย สั่งการหรือบอกกล่าว

เย วิน อู (ขวา) และ มิน อ่อง หล่าย(กลาง) ในการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียนครั้งที่ 18 เมื่อปี 2564 ที่มาภาพ:https://www.irrawaddy.com/news/burma/gen-ye-win-oo-from-myanmar-juntas-torture-chambers-boss-to-army-chief.html

ในทางกลับกัน หลายฝ่ายมองว่า รองผู้นำรัฐบาลทหาร พลเอกอาวุโส โซ วิน คือ “มือขวา” อันดับหนึ่งของ มิน อ่อง หล่าย ในระบอบทหาร

อย่างไรก็ตาม เย วิน อู ได้รับความไว้วางใจมากขึ้นจาก มิน อ่อง หล่าย จากบทบาทในการรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับขบวนการต่อต้าน ซึ่งมีรายงานว่าเชื่อมโยงกับการใช้สถานที่ควบคุมตัวเพื่อการทรมาน

เย วิน อู เป็นนักเรียนนายทหารรุ่นที่ 77 ของโรงเรียนฝึกนายทหาร (Officer Training School: OTS) ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับนักเรียนนายร้อยรุ่นที่ 30 ของสถาบัน Defense Services Academy

ภายหลังการเลื่อนตำแหน่งของเย วิน อู พลเอก จอว์ สวาร์ วิน (Kyaw Swar Lin) เสนาธิการทหารบก ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ ขณะที่พลโท โก โก อู (Ko Ko Oo) เข้ารับตำแหน่งเสนาธิการทหารแทน

ทั้งนี้ มิน อ่อง หล่าย จอว์ สวาร์ วิน และ โก โก อู ต่างมาจากเครือข่ายของอดีตรองประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (SPDC) พลเอกอาวุโสหม่อง เอ (Maung Aye) ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลลำดับที่ 2 ในรัฐบาลทหารชุดก่อน

เชื่อกันว่าการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดในปี 2554 ของ มิน อ่อง หล่าย ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนของ หม่อง เอ ขณะที่ จอว์ สวาร์ วิน, โก โก อู และอดีตพลโท โม มินต์ ทุน (Moe Myint Tun) ต่างอยู่ในกลุ่มนายทหารขนาดเล็กที่เติบโตขึ้นภายใต้การสนับสนุนของมิน อ่อง หล่าย

พลเอก จอว์ สวาร์ ลิน เข้ารับตำแหน่งเสนาธิการทหารแทน โม มินต์ ทุนหลังจากฝ่ายหลังถูกจำคุกในข้อหาคอร์รัปชันเมื่อต้นปี 2023

จอว์ สวาร์ ลิน เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังจากเข้ามารับตำแหน่งนายทหารคนสนิท (Personal Staff Officer: PSO) ของ หม่อง เอ ต่อจาก จอว์ สวาร์ ลิน

ด้านพลโท โก โก อู ซึ่งเป็นหนึ่งในนายทหารคนสนิทของ มิน อ่อง หล่าย เป็นที่รู้จักจากบทบาทในการเจรจากับกองกำลัง กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (Myanmar National Democratic Alliance Army) และฝ่ายจีน เกี่ยวกับการสู้รบบริเวณชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา รวมถึงเป็นตัวแทนของมิน อ่องหล่าย ในการหารือกับกองทัพอินเดีย อีกด้วย ทั้งนี้ โก โก อูเคยดำรงตำแหน่ง PSO ให้กับ หม่อง เอ ระหว่างปี 2543 ถึง 2554

แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพทั้งหมด แต่นักวิเคราะห์มองว่า ความจงรักภักดีส่วนบุคคลอย่างเหนียวแน่นของผู้นำกองทัพคนใหม่ต่อ มิน อ่อง หล่าย จะทำให้อำนาจที่แท้จริงยังคงกระจุกตัวอยู่ในมือของผู้นำรัฐบาลทหารต่อไป

เรียบเรียงจาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...