ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! “ทรัมป์” เตรียมเข้าฟังศาลสูงพิจารณาคดีสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์! "ทรัมป์" เตรียมเข้าฟังศาลสูงพิจารณาคดีสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด ด้วยตัวเอง ซึ่งอาจเปลี่ยนแนวทางการให้สัญชาติแก่เด็กที่เกิดในสหรัฐจากพ่อแม่ที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย
วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 09.13 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ มีแผนเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีของศาลฎีกาสหรัฐในวันพุธ เกี่ยวกับประเด็นสิทธิการได้สัญชาติอเมริกันโดยกำเนิด (Birthright Citizenship) ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐที่ดำรงตำแหน่งอยู่คนแรกที่เข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีของศาลสูงด้วยตนเอง
กำหนดการอย่างเป็นทางการจากทำเนียบขาว ระบุว่า ทรัมป์จะเดินทางไปยังศาลฎีกา ซึ่งผู้พิพากษาจะพิจารณาคำอุทธรณ์ของทรัมป์ต่อคำตัดสินของศาลชั้นล่าง ที่เคยสั่งระงับคำสั่งฝ่ายบริหารของเขาที่จำกัดสิทธิการได้สัญชาติของเด็กที่เกิดในสหรัฐ
คำสั่งดังกล่าว ซึ่งทรัมป์ลงนามในวันแรกของการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ระบุว่า เด็กที่เกิดในสหรัฐจากพ่อแม่ที่อยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย หรืออยู่ชั่วคราว จะไม่ได้รับสัญชาติอเมริกัน ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากแนวปฏิบัติเดิมที่ยึดตามบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 14 และกฎหมายของรัฐบาลกลางตั้งแต่ปี 1940 ที่ให้สัญชาติแก่ผู้ที่เกิดบนแผ่นดินสหรัฐเกือบทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยพิจารณาเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีของศาลฎีกาเกี่ยวกับนโยบายภาษีของเขาเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ตัดสินใจไม่เข้าร่วมเพราะไม่ต้องการให้เป็นสิ่งรบกวนการพิจารณาคดี อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ทรัมป์ระบุชัดเจนว่าเขาตั้งใจจะเข้าร่วมการพิจารณาคดีด้วยตนเอง
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมจะไป” และเมื่อถูกถามว่าเขาจะไปด้วยตัวเองหรือไม่ เขาตอบว่า “ผมคิดว่าใช่ ผมเชื่อว่าจะไป”
ในสมัยแรกของเขา ทรัมป์เคยเดินทางไปศาลฎีกาเพื่อเข้าร่วมพิธีสาบานตนของผู้พิพากษา Neil Gorsuch ซึ่งเป็นผู้พิพากษาคนแรกที่เขาแต่งตั้ง โดยปัจจุบันยังมีผู้พิพากษาที่เขาแต่งตั้งอีกสองคนคือ Brett Kavanaugh และ Amy Coney Barrett
แม้ในอดีตจะมีประธานาธิบดีบางคนเกี่ยวข้องกับศาลฎีกาโดยตรง แต่ไม่ได้เข้าร่วมการพิจารณาคดีในระหว่างดำรงตำแหน่ง เช่น Richard Nixon ที่เคยว่าความคดีหนึ่งก่อนจะเป็นประธานาธิบดี และ William Howard Taft ที่เคยดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาหลังพ้นตำแหน่งประธานาธิบดี
นโยบายจำกัดสิทธิการได้สัญชาติของทรัมป์เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมการเข้าเมืองอย่างเข้มงวด แต่ขณะนี้นโยบายดังกล่าวยังไม่สามารถบังคับใช้ได้ เนื่องจากถูกศาลหลายแห่งสั่งระงับไว้ และคาดว่าศาลฎีกาจะมีคำตัดสินขั้นสุดท้ายภายในช่วงต้นฤดูร้อนปีนี้
อ้างอิง : www.bloomberg.com