‘ศ’ โลโก้ใหม่ ‘ศรีจันทร์’ หยิบความเป็นไทยบุกตลาดเมคอัพโลก
การเปลี่ยนโลโก้ของบางแบรนด์อาจเป็นแค่เรื่องดีไซน์แต่สำหรับ‘ศรีจันทร์’ มันสะท้อน‘ทิศทางธุรกิจ’ หลังอยู่คู่คนไทยมากว่า 78 ปี นี่ไม่ใช่แค่การรีแบรนด์ แต่คือการรีโพสิชันตัวเอง จากแบรนด์เครื่องสำอางไทยไปสู่ ‘Thai Beauty Leader’ ในระดับสากล
[ ‘ศ’ โลโก้ใหม่ ที่ไม่ได้แค่สวยขึ้น ]
‘รวิศ หาญอุตสาหะ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัดเล่าว่า โลโก้ใหม่ที่ใช้ตัวอักษรไทย ‘ศ’ แทนที่จะเลือกใช้ภาษาอังกฤษเหมือนแบรนด์ที่อยากดูอินเตอร์ส่วนใหญ่ แต่นี่คือการเลือกต่าง เพราะศรีจันทร์กำลังสื่อสารว่าความเป็นไทยไม่ใช่ข้อจำกัดของการไปตลาดโลกแต่เป็นจุดแข็งมากกว่า
ดีไซน์ของตัว ‘ศ’ ซึ่งเป็นตัวอักษรแรกของทั้งแบรนด์ ‘ศรีจันทร์’ (SRICHAND)และ‘ศศิ’ (sasi)ที่มีความหมายว่า‘พระจันทร์’เหมือนกัน ความพิเศษคือการออกแบบที่ ‘ซ่อนเสี้ยวพระจันทร์’ เอาไว้ในลายเส้น ซึ่งเป็นรากของชื่อแบรนด์และสะท้อนตัวตนเดิมในรูปแบบที่ร่วมสมัยมากขึ้น
มันจึงไม่ใช่แค่โลโก้ใหม่ แต่คือการประกาศจุดยืนว่า แบรนด์ไทยก็ไปไกลได้ โดยไม่ต้องทิ้งความเป็นไทย เพราะสิ่งที่ศรีจันทร์มี ไม่ได้มีแค่ตัวตน แต่ยังมีฐานที่สะสมมา 78 ปี ทั้งฐานลูกค้า ความเชื่อมั่น และประสบการณ์ในตลาด ซึ่งวันนี้ถูกนำมาใช้เป็นแรงส่งในการขยายสู่ตลาดโลก
สะท้อนผ่านผลประกอบการปี 2568 ที่บริษัทมีรายได้กว่า 2,055 ล้านบาท และกำไรที่เติบโตถึง 34% ตัวเลขเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ แต่คือสัญญาณว่าแบรนด์กำลังอยู่ในจุดที่พร้อมจะโตขึ้นกว่าเดิม
[ โตนอกประเทศ ไม่ใช่แค่ความฝัน ]
ที่ผ่านมา ศรีจันทร์เริ่มขยายตลาดออกไปต่างประเทศและเห็นการเติบโตสูงถึง +135% ในช่วงปี 2567–2568 โดยมีตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น จีน และลาว
สิ่งที่น่าสนใจคือ แบรนด์ไม่ได้ไปแบบ ‘ลองดู’ แต่ไปด้วยแนวคิด National Pride และ Soft Power คือการเอาความเป็นไทยไปเป็นจุดขาย แทนที่จะพยายามกลืนให้เหมือนคนอื่น
แต่ในอีกมุมหนึ่ง แนวทางนี้ก็มีโจทย์ที่ต้องพิสูจน์ต่อ เพราะการใช้ความเป็นไทยเป็นจุดขาย จะเวิร์กได้จริงก็ต่อเมื่อมันถูกแปลงเป็น ‘คุณค่า’ ที่ผู้บริโภครู้สึกได้ ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์หรือเรื่องเล่า
โดยเฉพาะในตลาดที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกจำนวนมาก และคุ้นเคยกับแบรนด์ระดับโลกอยู่แล้ว การจะทำให้คนเลือก ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ความแตกต่าง แต่ต้องทำให้ความแตกต่างนั้นมีความหมายมากพอ
[ อากาศไทย กลายเป็นข้อได้เปรียบ ]
อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือวิธีคิดเรื่องสินค้า แทนที่จะมองว่าอากาศร้อน ชื้น หรือฝุ่นเยอะเป็นปัญหา แต่ศรีจันทร์กลับใช้สิ่งเหล่านี้เป็นจุดตั้งต้นในการพัฒนา
สิ่งนี้สะท้อนออกมาทั้งในสูตรที่ออกแบบมาให้เหมาะกับผิวคนไทยและคนเอเชีย รวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบ เช่น ดอกคามิลเลีย หรือกุหลาบมอญ และต่อยอดด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้สินค้าใช้งานได้จริงในสภาพอากาศแบบบ้านเรา
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็มีคำถามเหมือนกันว่า แนวคิดแบบนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน เมื่อออกไปอยู่ในตลาดที่สภาพอากาศและพฤติกรรมผู้บริโภคต่างออกไป เพราะสิ่งที่แบรนด์กำลังพยายามทำจึงไม่ใช่แค่ขายความสวย แต่คือขายความเข้าใจผิวซึ่งถ้าทำได้ชัด ก็อาจกลายเป็นจุดแข็งในตลาดโลกได้
[ จาก Beauty สู่ Health & Wellness ]
อีกก้าวที่กำลังจะเกิดขึ้น ‘รวิศ’ บอกว่าคือการขยายจากเครื่องสำอาง หรือ T-Beauty ไปสู่ Health & Wellness เพื่อให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนได้มากกว่าแค่เรื่องความสวย
การขยับครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเพิ่มสินค้า แต่คือการขยายบทบาทของแบรนด์ จากการดูแลภายนอก ไปสู่การดูแลในภาพรวมมากขึ้น ซึ่งถ้าทำได้จริง ก็จะเปิดโอกาสให้เติบโตได้อีกเยอะ
แต่ในอีกด้าน ตลาดนี้ก็มีการแข่งขันสูง และมีผู้เล่นอยู่ก่อนแล้วจำนวนมาก การจะเข้าไปยืนในตลาดนี้ได้ จึงต้องพิสูจน์ตัวเองในมุมใหม่ ไม่ใช่แค่ชื่อแบรนด์เดิม