ลุ้นมอเตอร์โชว์แตะ 8 หมื่นคัน น้ำมันแพงแห่จองไฮบริด-อีวี
อานิสงส์น้ำมันแพง คนไทยแห่จองรถอีวี-ไฮบริดล้นงานมอเตอร์โชว์ เผยครึ่งทางยอดจอง 41,778 คัน ทุบสถิติขาดลอย ผู้จัดลุ้นยอดปิดงานทะลุ 8 หมื่นคัน ชี้คนสนใจรถใหม่และพลังงานประหยัดมากขึ้นจับตายอดจองจะกลายเป็นยอดขายได้มากน้อยแค่ไหน เพราะมีบางค่ายจากจีนให้จองโดยไม่ต้องวางเงิน “โตโยต้า-มาสด้า” เผยผู้บริโภคเป็นคนตัดสินเลือกพลังงานที่เหมาะสม
นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 หรือ Motor Show 2026 เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า
ปีนี้คาดว่ายอดจองรถยนต์จากการจัดงานมอเตอร์โชว์จะไปถึงระดับ 80,000 คันมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 65,000 ล้านบาท ได้ไม่ยาก เพราะหลังจากในช่วง 7 วันแรก หรือครึ่งทางของการจัดงานมียอดจองไปแล้วกว่า 41,778 คัน เติบโต 68.8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ถือเป็นการสร้างสถิติใหม่ของการจัดงานตลอดระยะเวลา 46 ปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่ของจำนวนรถยนต์ใหม่ที่เข้ามาจัดแสดงมากกว่า 51 รุ่น ขณะที่ยอดจองคาดว่าจะไปถึงระดับ 80,000 คัน จำนวนผู้เข้าชมงานมากกว่า 1.6 ล้านคน เงินสะพัดกว่า 65,000 ล้านบาทนั้น มีโอกาสไปถึงอย่างแน่นอน
เชื่อ 2 วันสุดท้ายยิ่งแรง
ผู้จัดงานกล่าวอีกว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึง หรือ 2 วันสุดท้ายของการจัดงาน คาดว่าจะมียอดจองพุ่งสูง เพราะผู้ที่สนใจมองหารถคันใหม่ส่วนหนึ่งจะตัดสินใจในช่วงท้ายของงาน โดยแบบสำรวจความต้องการของผู้เข้าชมงานปีนี้พบว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ยังใช้ระยะเวลาในการตัดสินใจ โดยเมื่อเข้ามาชมงานแล้วจะกลับไปตัดสินใจก่อนมาจองในช่วงวันท้าย ๆ
ประกอบกับครึ่งทางของการจัดงานมียอดจองกว่า 40,000 คัน อีกทั้งตอนนี้ยังมีค่ายรถยนต์จำนวนหนึ่งไม่ได้รายงานยอดจองเข้ามา แต่จะไปรายงานยอดจองในช่วงวันสุดท้ายของการจัดงาน ซึ่งคาดว่าจะมีอีกจำนวนไม่น้อยที่เป็นยอดจองจากตรงนี้
ค่ายรถ-ไฟแนนซ์อัดยอด
นายจาตุรนต์กล่าวอีกว่า อีกปัจจัยสนับสนุน คือการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายของค่ายรถยนต์ต่าง ๆ และบริษัทไฟแนนซ์ที่ต้องการตุนยอดไว้ให้มากที่สุด ในงานมีบางค่ายรถจัดแคมเปญ ปลอดดอกเบี้ย ผ่อนยาว 72 เดือน ก็มีให้เห็น หรือแม้แต่ค่ายรถหรูบางรายมีการจัดเงื่อนไงพิเศษ ผ่อนเดือนไม่ถึง 10,000 บาท ก็มีออกมาเช่นเดียวกัน
ขณะที่บริษัทไฟแนนซ์เองก็พยายามหามาตรการ เพิ่มเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีความต้องการใช้รถยนต์คันใหม่สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น แต่ท้ายที่สุดก็ต้องขึ้นอยู่กับโปรไฟล์และขีดความสามารถของผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์คันนั้น ๆ ด้วย
วิกฤตราคาน้ำมันช่วยดัน
นายจาตุรนต์ยอมรับว่า ช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ด้านวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม รถยนต์ถือเป็นปัจจัยหลักที่ผู้คนยังมีความจำเป็นต้องใช้อยู่
ส่วนจะเป็นรถยนต์พลังงานแบบใดนั้น ผู้บริโภค ผู้ใช้งานจะเป็นคนตัดสินใจอย่างในงานปีนี้มีรถยนต์ xEV ที่มีความหลากหลาย ทั้งรถยนต์ไฮบริด (HEV) ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) ไฟฟ้า (EV) จากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ มาให้ผู้บริโภคได้ตัดสินใจเลือก ซึ่งท้ายที่สุดผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินใจว่ารถยนต์พลังงานแบบใดเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานของตัวเองมากกว่า
คนไทยมั่นใจ รถ EV เพิ่มขึ้น
ปีที่ผ่านมายอดจองในงานจะเห็นว่าเป็นรถยนต์ในกลุ่ม xEV สูงถึง 80% และรถในกลุ่ม EV 30% แต่วันนี้จากสถานการณ์พลังงาน และการประเมินโดยคร่าว ๆ ในช่วงครึ่งทางของงาน เห็นว่าความสนใจในส่วนของรถยนต์ EV มีเพิ่มขึ้นจากปีก่อน รวมถึงในส่วนของรถยนต์ไฮบริดก็มีมากเช่นเดียวกัน
“เรายังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นสัดส่วนระหว่างรถยนต์ไฮบริดและอีวีจะเป็นเท่าไรในขณะนี้ และคนที่คิดจะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ EV เลยในทันทีก็มีอยู่ แต่จำนวนไม่มากนัก เพราะยังต้องมีอีกหลาย ๆ องค์ประกอบ แต่ยอมรับว่าคนไทย ผู้บริโภคที่มาชมงานนั้น มีความมั่นใจกับรถ EV เพิ่มขึ้นแน่นอน”
“ผมว่าในทุกวิกฤตยังมีโอกาส อย่างในงานมอเตอร์โชว์ ทุกคนต่างมองเห็นโอกาส พยายามเอาตัวรอด เพราะงานนี้ถือเป็นที่รวบรวมเอารถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ เข้ามาจัดแสดงให้ทดลองขับ และมีโปรโมชั่นต่าง ๆ มารวมอยู่ในพื้นที่กว่าแสนตารางเมตร เราดึงผู้ต้องการซื้อ-ขายมาอยู่ในงานเดียวกัน เรียกว่ามีผู้ซื้อผู้ขายทุกระดับ งานมอเตอร์โชว์ถือเป็นงานที่สร้างเศรษฐกิจไทย ช่วยหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ต่อเนื่อง”
จับตาดีมานด์ที่แท้จริง
แหล่งข่าวระดับผู้บริหารจากค่ายรถยนต์รายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีความตระหนกจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับตนเองเป็นหลัก
ช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่ากระแสของรถยนต์ไฟฟ้ามีความคึกคักมากขึ้น แต่มีผู้บริโภคบางกลุ่มยังมองว่าไม่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานของตน สิ่งสำคัญที่ต้องจับตาในวันนี้คือดีมานด์ที่เพิ่มมากขึ้นนั้น สุดท้ายจะกลายเป็นยอดขายได้มากน้อยแค่ไหน
“ต้องไม่ลืมว่าขณะนี้สถาบันการเงินยังคงเน้น และเข้มงวดกับมาตรการการปล่อยสินเชื่อ อันเนื่องมาจากปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่มีอัตราสูงขึ้น ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว วันนี้กระแสยอดจองรถยนต์ใหม่มีมาอย่างคึกคัก แต่ทุกคนต้องไม่ลืมว่าเมื่อยอดทุกอย่างเทเข้ามาในช่วงนี้ หลังจากนี้ไปสถานการณ์ตลาดอาจจะซบเซา เพราะดีมานด์ถูกดึงออกมาใช้ล่วงหน้าแล้ว”
หวั่น“ยอดลม” ไม่มีเงินจอง
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเพิ่มว่า สำหรับกระแสของรถยนต์อีวีที่มีความคึกคักและยอดจองเข้ามาค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมานั้น เมื่อลงรายละเอียดจะพบว่าค่ายรถยนต์อีวีจีนบางราย ที่เปิดรับจองรถยนต์รุ่นใหม่ใช้วิธีการเปิดให้ลูกค้าจองโดยไม่ต้องมีการวางเงินจองก็มี สำหรับรถยนต์ที่ประกาศราคาคาดการณ์ออกมาโดยยังไม่ประกาศราคาขาย
หมายความว่าเมื่อราคาจริงประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ยอดจองที่มีเข้ามาก่อนหน้านี้ ลูกค้าที่ไม่ต้องการจองรถก็สามารถยกเลิกการจองได้ทันทีไม่มีเงื่อนไขผูกมัด ซึ่งแตกต่างจากค่ายญี่ปุ่นนั้นยังคงให้ลูกค้าที่สนใจจองรถต้องวางเงินจองด้วยตามมาตรฐานของการจองรถยนต์
เปิดมุมมองโตโยต้า-มาสด้า
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า จากสถานการณ์พลังงานที่เกิดขึ้นนั้นไม่ว่าจะเลือกใช้พลังงานรูปแบบไหนต่างก็มีความเสี่ยงทั้งน้ำมัน หรือรถยนต์ไฟฟ้า ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และการใช้งานที่แตกต่างกัน ว่ารถยนต์พลังงานรูปแบบใดจะเหมาะสมมากกว่ากัน สำหรับโตโยต้ามีพลังงานหลากหลายให้ลูกค้า ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล เบนซิน ไฮบริด และไฟฟ้า
เช่นเดียวกับ นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้าเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากมาสด้าเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกออกสู่ตลาดประเทศไทย ได้รับกระแสตอบรับดีมาก ส่งผลให้ยอดจองในช่วงครึ่งทางของงานมอเตอร์โชว์ ทุกรุ่นทะลุเกิน 2,100 คัน อย่างไรก็ตาม จากกระแสพลังงานในวันนี้ มาสด้าเชื่อว่ารถยนต์อีวียังคงมีความต้องการสูง แม้จะมีผลกระทบของราคาน้ำมันเข้ามามากขึ้นในปัจจุบัน แต่ท้ายที่สุด ผู้บริโภค ผู้ใช้รถยนต์จะเป็นผู้ตัดสินเลือกเองว่าพลังงานแบบใดจะเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเอง ส่วนความต้องการรถยนต์อีวี ปีนี้คาดว่าจะมีความต้องการอยู่ใกล้เคียงปีก่อน คือ 10-20% ของยอดขายโดยรวม
เผยสถิติยอดจองปี 2568
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2568 (ครั้งที่ 46) ระหว่างวันที่ 24 มี.ค.-6 เม.ย. 2568 มียอดจองรถยนต์และจักรยานยนต์รวมกว่า 77,379 คัน โดย 5 อันดับแรกประกอบด้วย BYD/DENZA : 10,353 คัน ตามด้วย Toyota จำนวน 9,819 คัน, GAC (AION/HYPTEC) จำนวน 7,018 คัน, DEEPAL/AVATR/ChangAn จำนวน 6,589 คัน, Honda จำนวน 5,948 คัน
@prachachat.netMotor Show 2026 ลุ้นนิวไฮ…ยอดจอง 80,000 คัน . #MotorShow2026 #MotorShow #รถยนต์ #รถEV #ประชาชาติธุรกิจ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลุ้นมอเตอร์โชว์แตะ 8 หมื่นคัน น้ำมันแพงแห่จองไฮบริด-อีวี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net