โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ค่าเงินบาท’ เปิดเช้านี้ที่ 32.54 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นมาก’ กรอบวันนี้ 32.40-32.75 บาท/ดอลลาร์

Businesstoday

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 02.28 น. • Businesstoday

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.54 บาท/ดอลลาร์ ‘แข็งค่าขึ้นมาก’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.95 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.40-32.75 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง และเข้าใกล้โซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 32.51-33.00 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงหนุนของกระแสข่าวที่ประธานาธิบดีอิหร่านส่งสัญญาณพร้อมเจรจายุติสงครามกับสหรัฐฯ

ปัจจัยดังกล่าวยังสอดคล้องกับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ใกล้บรรลุเป้าหมายในการลดขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านอย่างสมบูรณ์ และจะเสร็จสิ้นปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดมีความหวังมากขึ้นว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจทยอยคลี่คลายลงได้

ขณะเดียวกัน ตลาดยังปรับลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางหลักอาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดและตึงตัวต่อไป สะท้อนจากการที่ผู้เล่นในตลาดกลับมาประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีโอกาสราว 38% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 1 ครั้งในปีนี้ ส่วนธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยราว 2-3 ครั้ง ซึ่งกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ การปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังเป็นอีกแรงหนุนให้ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับขึ้นทดสอบโซน 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่บรรยากาศโดยรวมในตลาดการเงินได้พลิกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทนั้น กรุงไทยมองว่า การแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงของเงินบาท จนทะลุกรอบล่าง 32.70 บาทต่อดอลลาร์ที่เคยประเมินไว้ในวันก่อนหน้า เป็นการตอกย้ำว่าเงินบาทยังเผชิญความผันผวนสูงในลักษณะ Two-Way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางอย่างรวดเร็วและรุนแรง ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นการเจรจาหยุดยิงและยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจยกระดับปฏิบัติการทางทหารเพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านกลับมาเจรจา

ทั้งนี้ การประเมินทิศทางเงินบาทในระยะข้างหน้า อาจจำเป็นต้องใช้การวิเคราะห์แบบ Scenario Analysis ควบคู่กับการประเมินมุมมองของผู้เล่นในตลาด ว่า ณ เวลานั้น ตลาดกำลังให้น้ำหนักกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางในรูปแบบใด

ล่าสุด หากประเมินจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางหลัก อาจสะท้อนว่าตลาดเริ่มมีความหวังมากขึ้นว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจทยอยคลี่คลายลงได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ ตามไทม์ไลน์ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยระบุไว้ก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจยังไม่ได้มั่นใจต่อภาพดังกล่าวมากนัก ดังจะเห็นได้จากการประเมินโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้เพียง 38% โดยมองว่า หากผู้เล่นในตลาดเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้ใน 1-2 สัปดาห์ โอกาสดังกล่าวควรอยู่ในระดับราว 90% เป็นอย่างน้อย

หากพัฒนาการในตะวันออกกลางยังคงมีแนวโน้มทยอยคลี่คลายได้ตามที่ตลาดคาดหวัง อาจเห็นเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเพิ่มเติม พร้อมกับบอนด์ยีลด์ระยะยาวทั่วโลกทยอยปรับลดลง สอดคล้องกับการลดความคาดหวังต่อการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางหลัก ขณะที่ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ ซึ่งจะหนุนให้เงินบาทแข็งค่าทะลุโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้

อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะมีธุรกรรมการจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติรวมกันมากกว่า 1 แสนล้านบาท

ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้นและยืดเยื้อมากกว่าที่ตลาดคาด หรือพัฒนาการของสถานการณ์เข้าสู่กรณี Moderate หรือ Worst Case Scenarios เงินดอลลาร์อาจกลับมาแข็งค่าขึ้น พร้อมกับบอนด์ยีลด์ระยะยาวทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ตามการเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก ซึ่งจะกดดันให้ราคาทองคำเสี่ยงปรับตัวลงแรง และอาจลงไปทดสอบโซนแนวรับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

หากประเมินร่วมกับธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติในช่วงไตรมาส 2 เงินบาทก็มีความเสี่ยงที่จะพลิกกลับมาอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ และอาจอ่อนค่าทะลุระดับดังกล่าวไปสู่โซน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ได้

กรุงไทยย้ำว่า แม้จะมีกระแสข่าวเกี่ยวกับความพยายามในการเจรจาหยุดยิงของสหรัฐฯ แต่ยังไม่ควรเชื่อมั่น 100% และยังคงต้องระมัดระวังต่อพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมขับเคลื่อนตลาดการเงินได้ทั้งสองทิศทาง

ดังนั้น เงินบาท รวมถึงสินทรัพย์อื่น ๆ จะยังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk ท่ามกลางความผันผวนที่สูงกว่าปกติ ผู้เล่นในตลาดจึงควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis ควบคู่กับกลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง

ทั้งนี้ แม้เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่กรุงไทยยังไม่เปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทที่ยังคงอยู่ในทิศทาง “อ่อนค่าลง” หรืออย่างน้อยยังแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในเชิงเทคนิคัลตามกลยุทธ์ Trend-Following จนกว่าจะเห็นเงินบาทแข็งค่าทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน จึงจะพิจารณาปรับมุมมองใหม่ว่าเงินบาทอาจกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...