"ณัฐชา" ทุบโต๊ะจี้รัฐเลิก "ตัดเสื้อโหลแจกเงิน" ท้า พม. กล้าชน ครม. ทวงเบี้ยคนแก่แช่แข็ง 16 ปี รับมือสังคมสูงวัยขั้นสุด
">
"ณัฐชา" สะท้อนเสียงเศร้าผู้สูงอายุช่วงสงกรานต์ สับเละสวัสดิการรัฐไทยย่ำอยู่กับที่ ปล่อยเบี้ยผู้สูงอายุค้างเติ่งมาเกือบ 2 ทศวรรษ จี้หยุดมาตรการแจกเงินครั้งคราว 100 บาทแบบขอไปที ชี้ประเทศไทยจ่อเข้าสู่ "Super Aged Society" แต่รัฐมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแค่ 12 แห่งทั่วประเทศ! ประกาศเกาะติดงบปี 70 ท้ากระทรวง พม. กล้าเสนอตัวเลขจริงจังเพื่อศักดิ์ศรีผู้เสียภาษีมา 60 ปี
วันที่ 14 เมย.2569 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการเชิงประเด็นการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อความมั่นคงของประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่า ตนได้ลงพื้นที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์และรับฟังเสียงสะท้อนปัญหาจากกลุ่มผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารัฐไทยไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ โดยเฉพาะเบี้ยผู้สูงอายุที่ไม่ได้ขึ้นมา 16 ปีแล้ว ที่ผ่านมาประเทศเผชิญวิกฤตมากมายแล้วกลุ่มที่ถูกซ้ำเติมที่สุดก็คือผู้สูงอายุ ขณะนี้ประเทศไทยก็เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว คาดว่าอีก 1-2 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุขั้นสุดหรือซุปเปอร์เอจ โซไซตี้ ซึ่งหมายถึง 1 ใน 4 ของประชากรไทยเป็นผู้สูงอายุ แต่การเตรียมความพร้อมรองรับยังไม่ดีเท่าที่ควร โดยมีผู้สูงอายุ 14 ล้านคน แต่ในกลุ่มนี้ขาดรายได้ถึง 8 ล้าน 7 แสนคน อีก 2 ล้าน 9 แสน คนมีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี สะท้อนว่าประชาชนกลุ่มนี้ต้องต่อสู้ด้วยตนเอง และเป็นภาระวัยแรงงานซึ่งขณะนี้ถือว่าขาดแคลน
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติการทำงานปีนี้จะเดินหน้าผลักดันสวัสดิการของรัฐเพื่อจัดสรรให้ประชาชน ไม่ใช่เพียงลดแลกแจกแถม หรือให้เงินเป็นครั้งคราว แต่จะต้องมีมาตรการรับมือสังคมผู้สูงอายุเป็นรูปธรรม เช่นศูนย์ดูแลเดย์แคร์ กรณีที่กลุ่มแรงงานไม่สามารถอยู่ดูแลผู้สูงอายุได้ และผู้สูงอายุจะไปอยู่ที่ไหน ซึ่งอาจจะเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบรายเดือนหรือเดย์แคร์ แต่ปัจจุบันมีเพียง 12 แห่งทั่วประเทศ แต่ละแห่งรองรับผู้สูงอายุได้ไม่เกิน 2,000 คน แต่ถ้าเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุ 14 ล้านคนในตอนนี้ รัฐไม่สามารถดูแลได้ แต่ขณะเดียวกันมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเอกชน ประมาณ 1,000 แห่ง แต่ละแห่งมีค่าใช้จ่ายต่างกัน ไม่สอดคล้องกับรายได้ของผู้สูงอายุ และรายได้ของวัยแรงงานที่ดูแลผู้สูงอายุ
" วันนี้เราต้องปักหลักให้มั่นว่า ปัจจุบันเราควรจัดสรรงบประมาณ เพื่อประชากร 1 ใน 4 ของประเทศคือกลุ่มผู้สูงอายุ แต่งบประมาณได้รับเพียงเศษเสี้ยวไม่ถึงแสนล้านบาท นี่คือสิ่งที่ควรเร่งรัดพิจารณาโดยด่วน ซึ่งในสภาไม่ว่าพรรคการเมืองไหน ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล หากปิดสีเสื้อปิดชื่อพรรค ฟังจากการประชุมสภาสมาชิกทุกพรรคต่างเรียกร้องเงินผู้สูงอายุ สิทธิผู้สูงอายุ ว่าประเทศไทยดูแลดีเท่าที่ควรหรือไม่ " นายณัฐชากล่าว
นายณัฐชา ยังกล่าวถึงการจัดทำร่าง ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2570 ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดูเป็นหลัก ตนในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เกาะติด สถานการณ์ ที่จะต้องดูแลกลุ่มเปราะบางท่ามกลางวิกฤต ซึ่งจะต้องดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ถูกซ้ำเติม ว่าจะมีมาตรการอย่างไร
" ไม่ใช่การตัดเสื้อโหลแจก 100 บาทเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แล้วบอกว่าทำแล้ว ไม่ได้ เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ต้องการการดูแล ซึ่งเป็นผู้เสียภาษีตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ควรได้รับการดูแลอย่างเป็นเกียรติเต็มศักดิ์ศรีมากกว่านี้ ผมขอเรียกร้องให้กระทรวง พม. กล้าชน หยิบยกเรื่องนี้มาพูดบนโต๊ะ ครม. เพื่อนำเสนองบประมาณ เพราะปัจจุบันงบประมาณกระทรวง พม.ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ไม่มีงบบริหารจัดการไม่มีงบลงทุนและไม่มีงบจัดสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุ พรรคฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุนหากโครงการเหล่านี้เกิดขึ้นในปี 70"" นายณัฐชากล่าว