โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แว่นตา AI’ มาแรงในจีน ลุ้นก้าวสู่ ‘อุปกรณ์ยุคใหม่’ แทนที่สมาร์ตโฟน

Xinhua

อัพเดต 22 มี.ค. เวลา 16.49 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. เวลา 09.49 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้เข้าชมงานทดลองใช้แว่นตาอัจฉริยะในนิทรรศการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคนานาชาติแห่งประเทศจีน ปี 2025 ที่เมืองชิงเต่า มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน วันที่ 19 ก.ย. 2025)

ปักกิ่ง, 22 มี.ค. (ซินหัว) — ก่อนหน้านี้ แว่นตาปัญญาประดิษฐ์ หรือแว่นตาเอไอ มักเป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มผู้หลงใหลเทคโนโลยี แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เราได้เห็นนักกีฬาสกีดีกรีแชมป์โอลิมปิกสกีฟรีสไตล์ของจีนอย่างสวีเมิ่งเถา สวมแว่นตาปัญญาประดิษฐ์เพื่อบันทึกการฝึกซ้อมในยิมก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาว มิลาน-คอร์ตินา 2026 ขณะที่เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงในเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน ก็ใช้แว่นตาเอไอในการตรวจสอบสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ด้านบล็อกเกอร์ชาวออสเตรเลียรายหนึ่งก็เผยในวิดีโอว่า แว่นตาเอไอเป็นเพื่อนร่วมทางที่เชื่อถือได้มากที่สุดระหว่างที่เขาท่องเที่ยวในจีน

แว่นตาเอไอกำลังดึงดูดการลงทุนและก่อให้เกิดการแข่งขันอย่างดุเดือดในหมู่บริษัทเทคโนโลยีจีน โดยนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมมองว่าอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะชนิดนี้กำลังเปลี่ยนจากตลาดเฉพาะกลุ่มไปสู่การใช้งานในวงกว้างของผู้บริโภคในจีน และถูกมองว่าเป็นแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในยุคถัดไป ต่อจากสมาร์ตโฟนและสมาร์ตวอตช์

เมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้ อาลีบาบา (Alibaba) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน ได้เปิดตัวแว่นตาเอไอรุ่นแรกที่ขับเคลื่อนด้วยเควน (Qwen) โมเดลภาษาขนาดใหญ่ ขณะที่ไชน่า ยูนิคอม (China Unicom) ผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของจีน เปิดตัวแว่นตาเอไอรุ่นใหม่เช่นกัน ขณะที่ภาพผู้บริโภคหลั่งไหลเข้าไปทดลองแว่นตาเอไอรุ่นล่าสุดในร้านของหัวเหวย (Huawei) และเสียวหมี่ (Xiaomi) ก็กลายเป็นไวรัลบนโลกสื่อสังคมออนไลน์

อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาดแว่นตาเอไอของบริษัทชั้นนำในจีนไม่ได้เป็นแค่การตามกระแส แต่เป็นการแข่งขันเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดอุปกรณ์ปลายทางเคลื่อนที่ยุคถัดไป

หวังจวิ้นเจี๋ย รองประธานบริษัทผู้ผลิตแว่นตาอัจฉริยะแห่งหนึ่งในจีน เปิดเผยว่าสมาร์ตโฟนได้ถึงขีดจำกัดทางกายภาพแล้ว ทั้งในด้านขนาดหน้าจอและวิธีการโต้ตอบ ทำให้มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดสำหรับนวัตกรรมใหม่ๆ ในทางกลับกันแว่นตาอัจฉริยะ ซึ่งอยู่ใกล้สมองมนุษย์และสามารถรับข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ สามารถทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมระหว่างโลกจริงและโลกดิจิทัล”

ขณะเดียวกัน เมื่อการแข่งขันด้านโมเดลปัญญาประดิษฐ์ทวีความเข้มข้น จุดสนใจจึงย้ายไปสู่การใช้งานจริง ซือเหว่ยซิน รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีขั้นสูงเซินเจิ้น ระบุว่าบริษัทจำนวนมากที่เข้าสู่ตลาดนี้ มีเป้าหมายเพื่อช่วงชิงอำนาจในการกำหนดทิศทางของยุคถัดไปที่การประมวลผลที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์

ไอดีซี (IDC) บริษัทวิจัยข้อมูลตลาดระดับโลก คาดการณ์ว่าผู้ผลิตจีนจะครองสัดส่วนร้อยละ 45 ของตลาดแว่นตาเอไอทั่วโลกในปี 2026 โดยยอดจัดส่งจากแบรนด์จีนทั่วโลกจะแตะ 22.67 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 56.3 เมื่อเทียบปีต่อปี

แรงขับเคลื่อนสำคัญของการใช้งานในวงกว้างนี้คือการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แว่นตาปัญญาประดิษฐ์ถูกบรรจุอยู่ในโครงการเงินอุดหนุนระดับชาติของจีนเป็นครั้งแรก โดยภาครัฐมอบส่วนลดร้อยละ 15 แก่ผู้ซื้อแว่นตาประเภทนี้ สูงสุดไม่เกิน 500 หยวน (ราว 2,400 บาท)

เจดี.คอม (JD.com) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระบุว่าตลาดแว่นตาเอไอมีการเติบโตแบบเลขสองหลักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2025 และมียอดเพิ่มขึ้นทุกเดือนหลังจากมีการเพิ่มเงินอุดหนุนในปีนี้

นอกเหนือจากนโยบายสนับสนุนของรัฐ จุดแข็งของจีนยังอยู่ที่ความแข็งแกร่งด้านการผลิต ตัวอย่างเช่น ในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน ผู้ผลิตสามารถผลิตแว่นตาเอไอ ของเล่นเอไอ และหุ่นยนต์อัจฉริยะได้อย่างรวดเร็ว ขั้นตอนอาจเป็นการออกแบบในตอนเช้า สร้างตัวอย่างในตอนบ่าย ผลิตจำนวนมากในวันถัดไป และส่งออกภายในหนึ่งสัปดาห์

เจิงจิ้นเจ๋อ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศกว่างตง เปิดเผยว่ายอดจำหน่ายแว่นตาเอไอในตลาดอิเล็กทรอนิกส์หัวเฉียงเป่ยในเซินเจิ้น ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็น “ซิลิคอนวัลเลย์ด้านฮาร์ดแวร์ของจีน” เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้ซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงเวลาเดียวกัน

เย่ชิงชิง นักวิเคราะห์จากไอดีซีจีน ระบุว่าแม้ตลาดนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงมีความท้าทายด้านการขยายตลาดในวงกว้าง โดยอุปสรรคหลักอยู่ที่ห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการเพิ่มกำลังการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ เช่น ชิปขั้นสูง จอแสดงผล และแบตเตอรี่

ฟังก์ชันในปัจจุบันของแว่นตาเอไอ เช่น การถ่ายภาพ การแปลภาษา และการนำทาง สามารถถูกแทนที่ได้ง่ายโดยสมาร์ตโฟน ทำให้ผู้ใช้มีแรงจูงใจน้อยในการใช้งานระยะยาว นอกเหนือจากความแปลกใหม่ จึงควรมุ่งเน้นการใช้จุดเด่นเฉพาะของแว่นตา เช่น การโต้ตอบแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง การรับรู้แบบเรียลไทม์ และบริการเชิงรุก เพื่อพัฒนาการใช้งานที่ผสานเข้ากับชีวิตประจำวัน

ขณะเดียวกัน เมื่อแว่นตาปัญญาประดิษฐ์มีความสามารถมากขึ้น ความกังวลด้านกฎหมายและความเป็นส่วนตัวจึงเพิ่มขึ้น โดยทนายความชาวจีนรายหนึ่งเตือนว่าความสามารถของแว่นตาเอไอในการบันทึกวิดีโอและเสียงในที่สาธารณะท้าทายกรอบความยินยอมตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของจีน แว่นตาเอไอที่ไม่มีหลักประกันด้านความเป็นส่วนตัว เมื่อยิ่งแพร่หลายเร็วเท่าใด ความเสี่ยงทางสังคมจะยิ่งเพิ่มขึ้นมากขึ้นเท่านั้น จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดกฎเกณฑ์และเส้นแบ่งทางกฎหมายที่ชัดเจน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมนี้อย่างยั่งยืน

ผู้นำในอุตสาหกรรมบางรายยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับการกลายสภาพเป็นของใช้ทั่วไปในบ้านของแว่นตาเอไอ โดยสวีฉือ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเอ็กซ์เรียล (XREAL) ผู้ผลิตแว่นตาอัจฉริยะ เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันของอุตสาหกรรมแว่นตาเอไอ กับตลาดสมาร์ตโฟนในปี 2005-2006 ก่อนการเปิดตัวไอโฟน (iPhone) โดยกล่าวว่าระบบนิเวศยังคงกระจัดกระจายอย่างมาก ทำให้ “โมเมนตัมแบบยุคไอโฟน” ของแว่นตาเอไอนั้นยังมาไม่ถึง และจะต้องอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มเติม

หลี่หงเหว่ย ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของเรย์นีโอ (RayNeo) บริษัทแว่นตาเอไอในเซินเจิ้น ให้กรอบเวลาที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเขาคิดว่าปี 2025 ยังไม่ใช่ปีแห่งการเติบโตแบบก้าวกระโดด ปี 2026 อาจเป็นจุดเริ่มต้น และปี 2027-2028 จะเป็นช่วงเวลารุ่งเรืองของแว่นตาเอไอ บ่งชี้ว่าการใช้งานในวงกว้างอาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

ข้อมูลทางการระบุว่าในปี 2025 อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์หลักของจีนมีมูลค่าเกิน 1.2 ล้านล้านหยวน (ราว 5.68 ล้านล้านบาท) และมีบริษัทมากกว่า 6,200 แห่ง โดยแว่นตาเอไอกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสูงในภาคส่วนนี้ที่กำลังเติบโต

เมื่อต้นเดือนมีนาคม หลี่เล่อเฉิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน เรียกปัญญาประดิษฐ์ว่าเป็น “แรงขับเคลื่อนใหม่ที่ทรงพลัง” ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมระบุว่าจีนจะเดินหน้ากลยุทธ์ “เอไอ+การผลิต” และพัฒนาเอไอเอเจนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในปี 2026

ทั้งนี้ ท้ายที่สุดแล้วแว่นตาเอไออาจกลายเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงทิศทางการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์ในตลาด ตลอดจนบทบาทในการพลิกโฉมเศรษฐกิจจีน

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเดินผ่านบูธของเควนในงานโมบายล์ เวิลด์ คองเกรส ปี 2026 ในเมืองบาร์เซโลนาของสเปน วันที่ 2 มี.ค. 2026)
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเยี่ยมชมบูธของเทคโนในงานโมบายล์ เวิลด์ คองเกรส ปี 2025 ในเมืองบาร์เซโลนาของสเปน วันที่ 3 มี.ค. 2025)
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้เข้าชมกำลังชมบูธแว่นตาอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ในการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ปี 2025 ในเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน วันที่ 28 ก.ค. 2025)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...