โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SCGC-GC ศึกษาตั้งบริษัทร่วมทุนธุรกิจ 'โอเลฟินส์-พอลิโอเลฟินส์'

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 พ.ค. เวลา 04.53 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 04.13 น.

SCGC ชี้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างระยะยาว หลังตลาดโลกเผชิญโอเวอร์ซัพพลาย-การแข่งขันจากผู้ผลิตต้นทุนต่ำ เดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกับ GC ตั้งบริษัทร่วมธุรกิจโอเลฟินส์-โพลีโอเลฟินส์ คาดใช้เวลาศึกษาถึงปลายไตรมาส 3/2569 หากเดินหน้าต่อ ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือนจัดโครงสร้างสินทรัพย์-บุคลากร หวังเสริมแกร่งอุตสาหกรรมฐานรากไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) ลงนาม MoU (ไม่ผูกพันทางกฎหมาย) ร่วมกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เพื่อศึกษาการตั้งบริษัทร่วมทุนในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย

โครงการครอบคลุมสินทรัพย์หลักของทั้งสองฝ่าย ทั้งโรงงานโอเลฟินส์ รวมถึง PE และ PP โดยมีเป้าหมายยกระดับสู่ผู้นำปิโตรเคมีในภูมิภาค ผ่านการเพิ่มขนาดธุรกิจและประสิทธิภาพการบริหารวัตถุดิบ ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ ดีลดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับการตรวจสอบสถานะ การเจรจา และการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยคาดสรุปการศึกษาได้ภายในไตรมาส 3/2569 และจะรายงานความคืบหน้าต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดจากการที่ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (GC) ร่วมกับ บมจ.เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (SCGC) ประกาศการลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น ซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ (พอลิเอทิลีนและพอลิโพรพิลีน)

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของซัพพลายเชน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับโลก

นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า “วัตถุประสงค์ของการศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ คือ การสร้างธุรกิจปิโตรเคมีที่มีศักยภาพในระดับแนวหน้าของภูมิภาค ต่อยอดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย ที่มีโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการ การผนึกความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมทั้งสร้างความแข็งแกร่ง ผ่านการบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตลอดจนสามารถพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงได้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรมปลายทางสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง แข่งขันได้ในระดับสากล และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย”

SCGC-GC ศึกษาตั้งบริษัทร่วม สู้ศึกปิโตรเคมีโลกต้นทุนต่ำ

ด้านนายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC เปิดเผยว่า นอกจากการบริหารสถานการณ์เฉพาะหน้าจากความผันผวนของราคาน้ำมัน วัตถุดิบ และซัพพลายเชนโลกแล้ว อุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างระยะยาว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างความแข็งแรงให้กับอุตสาหกรรมฐานรากของประเทศ

โดยเฉพาะกลุ่มโอเลฟินส์และโพลีโอเลฟินส์ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของเม็ดพลาสติกประเภท PE และ PP รวมถึง HDPE, LLDPE และ LDPE ที่มีสัดส่วนการใช้รวมกันประมาณ 70% ของตลาดเม็ดพลาสติกทั้งในไทยและตลาดโลก

นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า การหารือความร่วมมือระหว่างผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรม เช่น กลุ่ม GC ในเครือ ปตท. และ SCGC จึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการเพิ่มความแข็งแรงของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย โดยแต่ละฝ่ายมีจุดแข็งที่สามารถนำมาเสริมกันได้

ทั้งนี้ GC มีจุดแข็งด้านต้นน้ำ ทั้งโรงกลั่น ก๊าซ วัตถุดิบ และฟังก์ชันเทรดดิ้งระดับโลก ขณะที่ SCGC มีจุดแข็งด้านปลายน้ำ การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง หรือ HVA ฐานตลาดลูกค้าที่หลากหลาย และเทคโนโลยีเฉพาะทาง

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากสถานการณ์สงครามหรือวิกฤตตะวันออกกลางครั้งนี้โดยตรง แต่เป็นประเด็นที่ภาคอุตสาหกรรมมองเห็นมาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากปิโตรเคมีโลกกำลังเผชิญภาวะโอเวอร์ซัพพลาย การแข่งขันเชิงโครงสร้างที่เปลี่ยนไป และการเข้ามาของผู้ผลิตรายใหม่อย่างต่อเนื่อง

หากผู้ผลิตไทยไม่เร่งสร้างความแข็งแรง อาจเผชิญแรงกดดันจากผู้เล่นต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่กว่าและมีต้นทุนต่ำกว่า ซึ่งสามารถเข้ามาทดแทนหรือแย่งส่วนแบ่งตลาดได้ในระยะยาว

สำหรับความคืบหน้าเบื้องต้น GC และ SCGC อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัทร่วมสำหรับธุรกิจโอเลฟินส์และโพลีโอเลฟินส์ โดยคาดว่าจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 5 เดือน หรือถึงปลายไตรมาส 3/2569 เพื่อประเมินว่าการรวมสินทรัพย์และบริหารจัดการร่วมกันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันได้มากน้อยเพียงใด

หากผลการศึกษาออกมาเป็นบวก และได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารรวมถึงผู้ถือหุ้นของทั้งสองฝ่าย ขั้นตอนต่อไปจะต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 12 เดือน ในการจัดโครงสร้างธุรกิจ จัดระบบการบริหารสินทรัพย์ พนักงาน และการดำเนินงานของบริษัทร่วมใหม่

นายศักดิ์ชัยย้ำว่า แนวทางดังกล่าวไม่ใช่การควบรวมทั้งบริษัท แต่เป็นการนำเฉพาะสินทรัพย์ในสายธุรกิจโอเลฟินส์และโพลีโอเลฟินส์ของทั้งสองฝ่ายมาบริหารร่วมกัน เพื่อสร้างประสิทธิภาพ เพิ่มความยืดหยุ่น และทำให้ธุรกิจหลักในไทยแข่งขันได้ดีขึ้นในระดับโลก

ขณะเดียวกัน ธุรกิจอื่นของ SCGC เช่น ธุรกิจปลายน้ำ ธุรกิจต่างประเทศ และโครงการ Long Son Petrochemicals หรือ LSP ในเวียดนาม จะยังคงเดินหน้าตามแผนเดิม โดยการจัดโครงสร้างใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้ฐานธุรกิจปิโตรเคมีในไทยมีความแข็งแรงมากขึ้น

ทั้งนี้ วิกฤตราคาน้ำมันและความเสี่ยงจากเส้นทางพลังงานสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านต้นทุนพลังงานเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบความมั่นคงของอุตสาหกรรมฐานรากไทย เพราะหากปิโตรเคมีขาดวัตถุดิบ หรือไม่สามารถเดินเครื่องผลิตได้ต่อเนื่อง ผลกระทบจะส่งต่อไปทั้งซัพพลายเชน

อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องครอบคลุมตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ อาหาร ยานยนต์ การแพทย์ ก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ซึ่งล้วนพึ่งพาวัตถุดิบปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติกเป็นส่วนสำคัญ

ดังนั้น การทำให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยแข็งแรงขึ้น ทั้งด้านวัตถุดิบ เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และความร่วมมือระหว่างผู้เล่นหลัก จึงไม่ใช่เพียงยุทธศาสตร์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เป็นความจำเป็นเชิงเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางโลกที่ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสงคราม พลังงาน และซัพพลายเชนระหว่างประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SCGC-GC ศึกษาตั้งบริษัทร่วมทุนธุรกิจ ‘โอเลฟินส์-พอลิโอเลฟินส์’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...