โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“จีน” เตรียมยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้า 53 ประเทศในแอฟริกา สวนทางสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

"จีน" เตรียมยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้า 53 ประเทศในแอฟริกา หวังเสริมแหล่งวัตถุดิบและเชื่อมเศรษฐกิจ สวนทางสหรัฐใช้นโยบายการค้าเข้มงวดมากขึ้น

วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 00.51 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า จีนเตรียมยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจาก 53 ประเทศในแอฟริกาแบบทยอยเริ่มตั้งแต่วันศุกร์นี้ โดยถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับภูมิภาคที่อุดมไปด้วยทรัพยากร และเป็นการดำเนินนโยบายที่แตกต่างอย่างชัดเจนจากสหรัฐ ซึ่งกำลังหันไปใช้นโยบายกีดกันทางการค้ามากขึ้น

ก่อนหน้านี้ จีนได้ยกเลิกภาษีให้กับ 33 ประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดในแอฟริกาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 และจะขยายมาตรการดังกล่าวไปยังอีก 20 ประเทศภายในเดือนเมษายน 2571 ส่งผลให้เกือบทุกประเทศในแอฟริกา รวมถึงเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างไนจีเรียและแอฟริกาใต้ ได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ยกเว้นเพียงเอสวาตินี ซึ่งยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน

นโยบายนี้ถูกประกาศครั้งแรกในการประชุมระหว่างจีนกับ 53 ประเทศแอฟริกาในมณฑลหูหนานเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 โดยกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า การยกเลิกภาษีจะช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาให้กับประเทศในแอฟริกา

สำหรับจีน การเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากแอฟริกาจะช่วยเสริมความมั่นคงด้านทรัพยากร โดยเฉพาะน้ำมันดิบจากแองโกลา ซึ่งคิดเป็นราว 5% ของการนำเข้าน้ำมันทั้งหมดของจีนในเดือนมีนาคม รวมถึงแร่หายากจากนามิเบีย เช่น ดิสโพรเซียม

ด้านประเทศแอฟริกาต่างแสดงความคาดหวังต่อมาตรการนี้ โดยเคนยาได้เริ่มส่งออกสินค้าปลอดภาษีล็อตแรก เช่น อะโวคาโด กาแฟ และถั่ว ไปยังจีน ขณะที่ผู้นำหลายประเทศเชื่อว่านโยบายดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ผู้ค้า และผู้ส่งออกจำนวนมาก รวมถึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้า เช่น โกโก้และสิ่งทอจากกานา

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานในแอฟริกาที่ยังไม่พัฒนาเพียงพอ โดย United Nations Conference on Trade and Development ระบุว่า ช่องว่างด้านคมนาคม พลังงาน และเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ต้นทุนการค้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 50% ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนได้เร่งลงทุนผ่านโครงการ Belt and Road Initiative ซึ่งครอบคลุมโครงการโครงสร้างพื้นฐานข้ามพรมแดนในแอฟริกา โดยมีมูลค่าการลงทุนและสัญญาก่อสร้างกว่า 213,000 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา และแอฟริกาเป็นภูมิภาคที่ได้รับเงินลงทุนมากที่สุด

นอกจากการค้า จีนยังเพิ่มการลงทุนในกลุ่มประเทศ Global South เพื่อขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งถูกมองว่าเป็นการถ่วงดุลอิทธิพลของสหรัฐที่กำลังใช้นโยบายภาษีเข้มงวดทั่วโลก

ทั้งนี้ นโยบายศูนย์ภาษียังเชื่อมโยงกับประเด็นดุลการค้า โดยในปี 2568 จีนมีดุลการค้าเกินดุลกับแอฟริกาสูงถึง 102,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 60% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่านโยบายดังกล่าวจะช่วยลดดุลการค้าได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากจีนยังคงส่งออกสินค้า เช่น อุปกรณ์พลังงานหมุนเวียน ไปยังแอฟริกาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีความกังวลเกี่ยวกับการระบายสินค้าส่วนเกินจากกำลังการผลิตภายในประเทศ

นักวิเคราะห์มองว่า เป้าหมายระยะยาวของจีนคือการเชื่อมโยงเศรษฐกิจแอฟริกาเข้ากับระบบเศรษฐกิจของตน และลดผลกระทบจากนโยบายจำกัดอิทธิพลของชาติตะวันตกในเวทีโลก

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...