‘ดาวโจนส์’ ปิดตลาดลดลง 84.41 จุด กังวลสงครามทำเงินเฟ้อพุ่ง
The Bangkok Insight
อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 01.33 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 01.33 น. • The Bangkok Insight"ดาวโจนส์" ปิดลบในวันอังคาร (24 มี.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในขณะนี้ จะก่อให้เกิดเงินเฟ้อ และลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยในปีนี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,124.06 จุด ลดลง 84.41 จุด หรือ -0.18%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,556.37 จุด ลดลง 24.63 จุด หรือ -0.37% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,761.90 จุด ลดลง 184.86 จุด หรือ -0.84%
นักลงทุนพยายามประเมินว่าสงครามในตะวันออกกลางจะสิ้นสุดลงเมื่อใด โดยในช่วงแรก ตลาดได้แรงหนุนในระดับหนึ่งหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯ กำลังเจรจากับ "บุคคลที่เหมาะสม" ในอิหร่าน เพื่อบรรลุข้อตกลงยุติการสู้รบ และทางอิหร่านได้ตกลงว่าจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม รายงานที่ว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีแผนที่จะส่งทหารอีกหลายพันนายจากกองพลร่มที่ 82 (82nd Airborne Division) ไปยังตะวันออกกลาง ได้ทำให้นักลงทุนกังวลว่าสงครามอาจยืดเยื้อและทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอีก
นักวิเคราะห์จาก BMO Private Wealth ให้ความเห็นว่า นักลงทุนพยายามตั้งหลัก โดยมีการจับตาข่าวสารจากทั้งโซเชียลมีเดียและสำนักข่าวต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด แม้ว่านักลงทุนพยายามรักษามุมมองเชิงบวกจากการที่ทรัมป์ได้ประกาศเลื่อนการโจมตีอิหร่าน
แต่ก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและแนวโน้มขาขึ้นของอัตราดอกเบี้ย โดยวิตกว่าหากทั้งสองปัจจัยนี้เกิดขึ้นเป็นเวลานาน ก็อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 4% ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์ดีดขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งทำให้ตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และทำให้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีความซับซ้อนมากขึ้น
โดยเฟดได้ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปี 2569 ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง
เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลางซึ่งนักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง นอกจากนี้ นักลงทุนมองว่ามีความเป็นไปได้มากกว่า 30% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปี
ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 4.394% ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลาง
หุ้น 4 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารร่วงลง 2.5% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลง 0.76% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 2.05% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 1.67%
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'อิหร่าน' ขู่ตอบโต้หนัก โจมตี 'โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน-น้ำจืด' ตอ.กลาง
- 'อิหร่าน' ถล่ม 'อิสราเอล' อาคารเรียนโดนลูกหลงด้วย เจ็บเกือบ 200 ราย
- 'อิหร่าน' ยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง เล็งฐานทัพร่วมสหรัฐ-อังกฤษ ระยะกว่า 4,000 กม. แต่ไปไม่ถึงเป้า
ดิดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg