โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส เปิดกลยุทธ์ความยั่งยืน

Manager Online

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส โกลบอล ลิมิเต็ด (“เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส” หรือ “บริษัท”, รหัสหุ้น: 01519) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรระดับโลก ได้เผยแพร่รายงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ประจำปี 2025 โดยนำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดในด้านการดำเนินงานโลจิสติกส์อัจฉริยะ การจัดการพลังงาน การคุ้มครองสิทธิพนักงาน การพัฒนาบุคลากร จริยธรรมทางธุรกิจ และกิจกรรมเพื่อสังคม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผสานแนวคิดความยั่งยืนเข้ากับเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโลก และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ในปีที่ผ่านมา เจแอนด์ที ได้เดินหน้าพัฒนาระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้ในทุกขั้นตอนของกระบวนการ ตั้งแต่การรับพัสดุ การคัดแยก การขนส่ง ไปจนถึงการจัดส่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางการขนส่ง ยกระดับความเร็วและความแม่นยำของศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งปลายทาง

ด้านการขยายศูนย์กระจายสินค้า ภายในปี 2025 บริษัทได้ลงทุนสร้างศูนย์โลจิสติกส์หลักจำนวน 14 แห่งทั่วโลก โดยมีพื้นที่รวมกว่า 1.05 ล้านตารางเมตร พร้อมทั้งลงทุนในอุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดพลังงานในระดับอุตสาหกรรม อาทิ มอเตอร์ลูกกลิ้งแบบแม่เหล็กถาวรความเร็วสูงจำนวนกว่า 150,000 ชิ้น และสายพานลำเลียงกว่า 400 เส้น

ด้านการขนส่งปลายทาง เจแอนด์ที เร่งพัฒนาเครือข่ายพาหนะขนส่งไร้คนขับ โดยภายในสิ้นปี 2025 มีการใช้งานพาหนะขนส่งอัจฉริยะมากกว่า 1,000 คัน ซึ่งใช้ระบบ AI ในการวางแผนเส้นทางอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งในระยะสุดท้าย โดยในประเทศไทย เจแอนด์ที ได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2025 โดยใช้พลังงานสะอาดทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงแบบเดิม ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมผลักดันให้การจัดส่งสีเขียวกลายเป็นมาตรฐานใหม่อย่างต่อเนื่อง

ด้านบรรจุภัณฑ์สีเขียว บริษัทได้ผลักดันการใช้ถุงรักษ์โลกที่ใช้ซ้ำได้ในระดับโลก โดยมีจำนวนการใช้งานกว่า 38.27 ล้านใบ และถูกนำกลับมาใช้ซ้ำรวมกว่า 3.33 พันล้านครั้ง

สำหรับประเทศไทย เจแอนด์ที นับว่าเป็นผู้นำในการนำวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในระบบขนส่งโลจิสติกส์ ได้แก่ ถุงรักษ์โลกแบบใช้ซ้ำ ถุงกันน้ำที่ย่อยสลายได้ เทปกาวย่อยสลายได้ และใบปะหน้าพัสดุในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยครอบคลุมการใช้งานในเส้นทางหลัก 100%

ในด้านการขนส่งคาร์บอนต่ำ เจแอนด์ที ยังคงเดินหน้าปรับปรุงรูปแบบการขนส่งโลจิสติกส์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผ่านการใช้ยานพาหนะพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ในประเทศจีน บริษัทมีการใช้งานรถบรรทุกหัวลาก LNG จำนวน 1,697 คัน คิดเป็น 30% ของจำนวนรถบรรทุกทั้งหมด ส่งผลให้ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง 6% เมื่อเทียบกับปี 2024 ส่วนฟิลิปปินส์ มีการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ B5 ในการขนส่ง 100% เป็นประเทศแรกของบริษัทที่ดำเนินการเต็มรูปแบบ ขณะที่สิงคโปร์ มีการนำรถขนส่งไฟฟ้ามาใช้ คิดเป็น 6% ของจำนวนรถทั้งหมด พร้อมทั้งส่งเสริมการขนส่งร่วมกับระบบรางและทางทะเล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม

เจแอนด์ที มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้าง เปิดรับความหลากหลาย และมอบโอกาสแก่ทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยพัฒนาระบบดูแลพนักงานอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการเติบโตในสายอาชีพ การดูแลสุขภาพ และคุณภาพชีวิตโดยรวม

ในประเทศจีน บริษัทได้มีการลงนาม “ข้อตกลงด้านความโปร่งใสของอัลกอริทึมและสิทธิแรงงาน ประจำปี 2025” ในเซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นข้อตกลงฉบับแรกของอุตสาหกรรมขนส่งด่วนในประเทศจีน ซึ่งครอบคลุมพนักงานกว่า 290,000 คน ทั้งในสาขาที่บริษัทบริหารเองและแฟรนไชส์ทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การคุ้มครองค่าตอบแทน การพัฒนาอาชีพ และความโปร่งใสของระบบอัลกอริทึม เพื่อยกระดับกลไกการคุ้มครองสิทธิแรงงานในรูปแบบการจ้างงานใหม่

ในด้านการพัฒนาบุคลากร เจแอนด์ที เดินหน้าตาม 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การสร้างเส้นทางอาชีพ การพัฒนาบุคลากร การเสริมความแข็งแกร่งด้านต่างประเทศ และการวางรากฐานองค์กรอย่างยั่งยืน โดยในปี 2025 บริษัทได้เสริมหลักสูตรฝึกอบรมด้านดิจิทัลและระบบจัดการองค์ความรู้สำหรับพนักงานทั่วโลกเพิ่มขึ้น 60% และชั่วโมงการฝึกอบรมโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 2.8 เท่า

นอกจากนี้ ในช่วงระยะเวลาของการรายงาน บริษัทยังได้จัดและเข้าร่วมการอบรมด้านความปลอดภัยมากกว่า 27,000 ครั้ง ครอบคลุมผู้เข้าร่วมกว่า 1.4 ล้านคนทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและยกระดับการคุ้มครองพนักงานอย่างต่อเนื่อง

เจแอนด์ที ยังคงสนับสนุนชุมชนและสังคมครอบคลุมหลายมิติ อาทิ การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการช่วยเหลือจากเหตุภัยพิบัติ โดยในประเทศจีน มีการใช้โดรนขนส่งผลไม้ในพื้นที่ราบสูงและภูเขา ลดต้นทุนแรงงานเกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ประเทศไทย บริษัทได้ลงนามความร่วมมือร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร (DOAE) โดยการมอบส่วนลดค่าบริการขนส่งพิเศษสำหรับการจัดส่งผลไม้แก่เกษตรกร รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์สินค้าเกษตรให้มีมาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า

ด้านการช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน บริษัทได้บริจาค 10 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุไฟไหม้ในฮ่องกง โดยจัดส่งสิ่งของจำเป็น 300 ชุด รวมถึงช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ของประเทศไทย โดยเป็นผู้ให้บริการขนส่งสิ่งของจากหลายภาคส่วนเพื่อมอบให้แก่ศูนย์อพยพและผู้ประสบอุทกภัย

ในด้านจริยธรรมทางธุรกิจและการกำกับดูแลกิจการ เจแอนด์ที ยังคงพัฒนาระบบธรรมาภิบาลระดับโลกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้รูปแบบการบริหารควบคู่กับแนวทางการกำกับดูแลจากสำนักงานใหญ่ร่วมกับการดำเนินงานในแต่ละประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ระบบดังกล่าวครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ การต่อต้านการทุจริต การแข่งขันที่เป็นธรรม และการปฏิบัติตามกฎระเบียบในห่วงโซ่อุปทาน

ในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทได้จัดอบรมเฉพาะทางแก่คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง ครอบคลุมหัวข้อการป้องกันการฟอกเงิน การต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยมีอัตราการเข้าร่วมครบ 100%

นอกจากนี้ บริษัทได้จัดอบรมในหลักสูตรพัฒนาจริยธรรมและนโยบายความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมผู้เข้าร่วมมากกว่า 89,000 คน พร้อมทั้งขยายมาตรฐานการปฏิบัติตามระเบียบไปยังพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการดำเนินงานในระดับโลกอย่างยั่งยืน

Dylan Tey ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส กล่าวว่า “ในเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับโลกที่เติบโตอย่างรวดเร็วของ เจแอนด์ที นั้น ESG ได้เปลี่ยนผ่านจากแนวคิดไปสู่ความสามารถในการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ในช่วงปีที่ผ่านมา เราได้ดำเนินการเชิงรุกในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งสีเขียวและการกำกับดูแลรูปแบบการจ้างงานใหม่ โดยรวมถึงการผลักดันด้านบริการขนส่งคาร์บอนต่ำที่หลากหลาย และการริเริ่มกลไกการเจรจาต่อรองเชิงอัลกอริทึมเป็นรายแรกของอุตสาหกรรม ซึ่งแนวปฏิบัติเหล่านี้ได้รับการยอมรับในระดับอุตสาหกรรมหลายด้าน

ในอนาคต เจแอนด์ที จะยังคงใช้เทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อน และขับเคลื่อนการเติบโตด้วยความรับผิดชอบ พร้อมทั้งพัฒนาระบบการกำกับดูแลกิจการภายใต้แนวคิด ESG และควบคุมคุณภาพการเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วโลก ครอบคลุมถึงลูกค้า พนักงาน และชุมชนได้ในระยะยาว"

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...