โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลตรึงค่าไฟบ้านไม่เกิน 3 บาท พร้อมหนุนสินเชื่อโซลาร์เซลล์ ผ่อนถูกกว่าค่าไฟ

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลตรึง ค่าไฟบ้านไม่เกิน 3 บาท พร้อมหนุนสินเชื่อโซลาร์เซลล์ ผ่อนถูกกว่าค่าไฟ

  • ครม. เคาะ “วาระแห่งชาติด้านพลังงาน” ตรึงค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท เร่งโซลาร์–ลดใช้พลังงานทั่วประเทศ
รัฐบาลตรึงค่าไฟบ้านไม่เกิน 3 บาท พร้อมหนุนสินเชื่อโซลาร์เซลล์ ผ่อนถูกกว่าค่าไฟ

วันนี้ (28 เม.ย. 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการ “วาระแห่งชาติด้านพลังงาน” เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว

ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานของโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้น กระทบต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และมีแนวโน้มทำให้ราคาสินค้าและบริการในประเทศสูงขึ้น

รัฐบาลตรึงค่าไฟบ้านไม่เกิน 3 บาท พร้อมหนุนสินเชื่อโซลาร์เซลล์ ผ่อนถูกกว่าค่าไฟ

รัฐบาลจึงเร่งกำหนดมาตรการสำคัญเพื่อบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ

1.มาตรการการบรรเทาผลกระทบราคาค่าไฟฟ้าของประชาชน เช่น การปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ให้การใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ภายในเดือนมิถุนายน 2569

2.มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและใช้ไฟฟ้าจากพลังงาน เช่น ส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดการพึ่งพาระบบหลัก รวมถึงส่งเสริมการติดตั้งในหน่วยงานรัฐในรูปแบบ ESCO Model และปรับรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าจากระบบ Adder เป็น Feed-in Tariff (FiT) ให้เหมาะสม

3.มาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน เช่น (1)การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลตั้งเป้าให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 20 พร้อมรายงานผลอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงกับการประเมินผลผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ (2)ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น การเปลี่ยนไฟสาธารณะเป็นหลอด LED และระบบไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศในระยะยาว (3)การส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศการติดตั้งสถานีอันประจุไฟฟ้าสาธารณะ (Public charging Station) และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ รวมถึง (4)ส่งเสริมพลังงานชีวภาพ (Bio Energy) โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนของเสียและวัตถุดิบทางการเกษตร เพื่อนำมาใช้ในการผลิตพลังงานสะอาดในรูปแบบของเชื้อเพลิงชีวมวล และก๊าซชีวภาพในภาคขนส่ง

ทั้งนี้ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากมาตรการภาครัฐ จะช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพได้อย่างประหยัดและคุ้มค่า อันจะนำไปสู่การลดค่าใช้จ่ายได้พลังงานในระยะยาวและช่วยลดการใช้ทรัพยากรพลังงานโดยรวมของประเทศอีกด้วย

นางสาวรัชดา กล่าวถึงประเด็นอัตราค่าไฟฟ้าไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เป็นอัตราที่ใช้เฉพาะผู้ใช้ไฟประเภทบ้านที่อยู่อาศัย ซึ่งประชาชนกลุ่มนี้ มีจำนวน 20 กว่าล้านหลัง คิดเป็น 90% ที่จะจ่ายค่าไฟถูกลง สำหรับประชาชนผู้ใช้ไฟมากกว่า 200 ยูนิต ที่มีความกังวลใจ รัฐบาลขอให้ติดตามการแถลงต่อไป เพราะรัฐบาลเข้าใจและรับทราบถึงความกังวลนั้น ส่วนบางท่านอาจจะพิจารณาการใช้พลังงานทางเลือกโดยการตั้งติดโซล่ารูฟ ที่รัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อ ดอกเบี้ยตํ่า ผ่อนจ่ายถูกกว่าค่าไฟ และรับซื้อคืนไฟฟ้าส่วนเกิน และในวันพรุ่งนี้ (29 เมษายน 2569) จะมีการประชุมคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ เพื่อเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไปครม.ตั้ง คกก.นโยบายเศรษฐกิจ นายกฯนั่งประธาน เพื่อเร่งเครื่องตามที่แถลงต่อสภา พร้อมหาแนวทางแก้ปัญหาจากผลกระทบจากตะวันออกกลาง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนานโยบายมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี มีมติ แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ เพื่อให้การดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาในเรื่องต่าง ๆ ที่สำคัญและเกี่ยวข้องหรือมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ตลอดจนการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการพิจารณากลั่นกรองอย่างละเอียดรอบคอบและครอบคลุมในทุกมิติ โดยมื นายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รองนายกรัฐมนตรี(นายปกรณ์ นิลประพันธ์) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นรองประธานกรรมการ

ส่วนกรรมการ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(นายภราดร ปริศนานันทกุล) ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายฉันทานนท์ วรรณเขจร(ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี) ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย

โดยมี เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

สำหรับอำนาจหน้าที่ คือ 1.พิจารณากลั่นกรองเรื่องสำคัญในปัญหาที่เกี่ยวข้องหรือมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม รวมทั้งประเด็นด้านการเงิน การคลัง การภาษีอากร การค้าการลงทุนเกษตรกรรม การคมนาคมและโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว การพลังงาน ดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม ตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ก่อนที่จะนำเสนอคณะรัฐมนตรี 2.ประเมิน วิเคราะห์ และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางตัดสินใจเชิงรุกในประเด็นหรือนโยบายตามข้อ 1 เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี 3.อำนวยการ สั่งการ บริหารและติดตามสถานการณ์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบเสนอต่อคณะรัฐมนตรี 4.พิจารณาเรื่องอื่น ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย และ5.เชิญรัฐมนตรี หน่วยงาน เจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการอื่นมาชี้แจง ให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการเห็นสมควร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...