โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดโปรไฟล์ 'เอกนิติ' รองนายกฯ และขุนคลัง สมัย 2 โจทย์หินฝ่าวิกฤตพลังงาน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 20.38 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 03.32 น.

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ภายใต้การนำของรัฐบาล “อนุทิน 2“ ไม่เพียงสะท้อนภาพความต่อเนื่องทางการเมือง แต่ยังตอกย้ำความชัดเจนของ “ทีมเศรษฐกิจ” เมื่อเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังคงเป็นของ ”นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ“ ที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2

การรับตำแหน่งครั้งนี้ เกิดขึ้นในจังหวะที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ “แรงกดดันรอบด้าน” โดยเฉพาะวิกฤตพลังงานโลกจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต และค่าครองชีพของประชาชน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้บทบาทของหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสานต่อนโยบายเดิม แต่ต้องเร่งออกแบบมาตรการใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กัน

เส้นทาง 'นักเศรษฐศาสตร์สายตรง' สู่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

“เอกนิติ” ถือเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่เติบโตจากระบบราชการกระทรวงการคลังอย่างเป็นลำดับขั้น ด้วยพื้นฐานวิชาการที่แข็งแกร่ง โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนต่อยอดองค์ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์มหภาคและการเงินระหว่างประเทศในสหรัฐอเมริกา

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

เส้นทางอาชีพครอบคลุมทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ก่อนจะสั่งสมประสบการณ์ในตำแหน่งสำคัญของกระทรวงการคลัง ทั้งในสายงานนโยบายและการบริหาร อาทิ โฆษกกระทรวงการคลัง รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

ไฮไลต์สำคัญคือการดำรงตำแหน่งอธิบดี “3 กรมหลัก” ของระบบการคลังไทย ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมธนารักษ์ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์เชิงลึกทั้งด้านรายได้รัฐ การจัดเก็บภาษี และการบริหารทรัพย์สินของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรสำคัญอย่างธนาคารโลก และกรอบความร่วมมือด้านภาษีของ OECD และ UNDP ซึ่งช่วยเสริมมุมมองเชิงนโยบายในบริบทเศรษฐกิจโลกที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น

จุดเปลี่ยนชีวิตราชการ สู่สนามนโยบายระดับชาติ

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ คือการตัดสินใจลาออกจากราชการ ทั้งที่เหลือเวลากว่า 6 ปีในเส้นทางราชการ และมีโอกาสก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

การก้าวเข้าสู่บทบาทนี้ ทำให้ “เอกนิติ” ต้องรับผิดชอบการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจในระดับมหภาค ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องการการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำ

'Quick Big Win' จุดสตาร์ทฟื้นเศรษฐกิจ

ผลงานในรัฐบาลสมัยแรก ถูกสะท้อนผ่านมาตรการ “Quick Big Win” ภายใต้แนวคิด “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” ซึ่งครอบคลุมทั้งการกระตุ้นกำลังซื้อ การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการเร่งรัดการลงทุน

ผลลัพธ์เชิงประจักษ์คือ ตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ปี 2568 ที่ขยายตัวมากกว่า 2.5% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และช่วยประคองเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

โจทย์ใหม่ 'พลังงาน–ค่าครองชีพ–วินัยการคลัง'

อย่างไรก็ตาม การดำรงตำแหน่งในสมัยที่ 2 กลับมาพร้อมความท้าทายที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งต่อภาคการผลิต ภาคธุรกิจ และกำลังซื้อของประชาชน

ขณะเดียวกัน เครื่องมือสำคัญอย่างนโยบายการคลัง ก็มีข้อจำกัดด้านวินัยการเงินการคลัง ทำให้การดำเนินมาตรการต่าง ๆ ต้อง “เลือกใช้ให้แม่น” และ “ตรงจุด” มากขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบเสถียรภาพในระยะยาว

เดิมพัน 4 ปี เปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย

ภายใต้การบริหารประเทศ 4 ปี รัฐบาลอนุทิน 2 ทีมเศรษฐกิจเตรียมเดินหน้าตามกรอบนโยบาย “10 Plus” ที่มุ่งยกระดับเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ทั้งการดูแลผู้มีรายได้น้อย การสนับสนุน SMEs การเร่งรัดการลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล

รวมถึงการยกระดับทักษะแรงงานและระบบการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวนสูง บทบาทของ “เอกนิติ” ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ จึงไม่ใช่เพียงการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการเติบโต แต่ยังหมายถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในภาพรวม

ภารกิจ 4 ปีจากนี้ จึงเปรียบเสมือนบททดสอบสำคัญของหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาชี้ชะตาว่า ไทยจะสามารถเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่เปราะบาง ไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนได้หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...