โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พิษสงครามยืดเยื้อดันราคาปุ๋ยเคมีพุ่ง ยูเรียขาดตลาด

Amarin TV

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 08.44 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 08.44 น.
พิษสงครามยืดเยื้อดันราคาปุ๋ยเคมีพุ่ง ยูเรียขาดตลาด เกษตรกรแห่ซื้อตุนหวั่นราคาแพงขึ้นอีก

พิษสงครามยืดเยื้อดันราคาปุ๋ยเคมีพุ่ง ยูเรียขาดตลาด เกษตรกรแห่ซื้อตุนหวั่นราคาแพงขึ้นอีก

ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายปุ๋ยและอุปกรณ์ทางการเกษตรแห่งหนึ่ง ในอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมายอมรับว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางซึ่งยืดเยื้อมานานร่วมเดือน ได้ส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยเคมี โดยทุกยี่ห้อมีการปรับขึ้นราคาอีกกระสอบละ 50 บาท ขณะที่ปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นแม่ปุ๋ยเริ่มขาดตลาดและไม่มีจำหน่ายในขณะนี้

โดยปกติแล้ว เกษตรกรหรือชาวนาจะเลือกซื้อปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ ในช่วงฤดูทำนา คือช่วงเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม แต่หลังจากที่ราคาปุ๋ยเคมีปรับขึ้นอีกกระสอบละ 50 บาท ก็มีเกษตรกรหลายคนตัดสินใจมาซื้อปุ๋ยเคมีไปตุนเอาไว้เฉลี่ยคนละ 5–10 กระสอบ เนื่องจากเกรงว่าหากสงครามยังไม่สงบในเร็ววัน ประกอบกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จะยิ่งดันให้ราคาปุ๋ยแพงขึ้นไปอีก จึงจำเป็นต้องซื้อสำรองไว้เพื่อลดภาระต้นทุนที่อาจเพิ่มสูงขึ้นเมื่อถึงฤดูทำนาจริง

นางปราณี บันลือทรัพย์ เจ้าของร้านจำหน่ายปุ๋ยและอุปกรณ์ทางการเกษตรในพื้นที่อำเภอนางรอง เปิดเผยว่า "ก่อนเกิดสถานการณ์สงคราม ร้านค้าสามารถจำหน่ายสินค้าได้ตามปกติ แต่หลังจากเกิดวิกฤตดังกล่าว ทำให้ราคาปุ๋ยโดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียและปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง"

ทางร้านจำเป็นต้องปรับราคาขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มมาจากโรงงาน เช่น ปุ๋ยตรามงกุฎ และตรากระต่าย จากเดิมกระสอบละ 1,050 บาท ปรับเป็น 1,100 บาท ปุ๋ยตราท็อปวัน จากเดิมกระสอบละ 900 บาท ปรับเป็น 950 บาท ปุ๋ยยูเรีย ปัจจุบันขาดตลาดและไม่มีสินค้าวางจำหน่าย

ในกรณีที่ปุ๋ยยูเรีย ซึ่งเป็นแม่ปุ๋ยขาดตลาด ทางร้านได้แนะนำให้เกษตรกรหันไปใช้ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 (ปุ๋ยสูตรเสมอ) ทดแทน เนื่องจากสามารถใช้ดูแลพืชพันธุ์ได้ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยวผลผลิต

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้ฝากถึงภาครัฐให้เข้ามาช่วยดูแลและควบคุมราคาปุ๋ยอย่างใกล้ชิด รวมถึงพิจารณามาตรการลดราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนด้านการขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาสินค้าเกษตรและค่าครองชีพของเกษตรกรในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...