โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘วิโรจน์’ ยกโมเดล ‘โซล-โตเกียว’ แนะ กทม. ช่วยแก้ปัญหาหนี้สินคนกรุงฯ

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • The Bangkok Insight

"วิโรจน์" ยกโมเดลแก้หนี้ "โซล-โตเกียว" ลั่น กทม. ต้องเข้ามามีบทบาทแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับคนกรุงเทพฯ แนะตั้งศูนย์ที่ปรึกษาหนี้ คุ้มครองสิทธิของลูกหนี้

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เพจเฟซบุ๊กWiroj Lakkhanaadisorn - วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ระบุว่า มองดูโซล และโตเกียว กทม. ควรเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับคนกรุงเทพฯ อย่างไร

วิโรจน์

ลูกหนี้ที่เป็นคนจนคนยาก มักจะมีข้อจำกัดในการเข้าถึงกฎหมาย และทนายความ จึงมักจะถูกเจ้าหนี้เอารัดเอาเปรียบอยู่เสมอ เวลาที่จะต่อสู้คดีเงินกู้ในชั้นศาล ก็มักจะไม่มีเอกสารหลักฐานเอกสารใด ๆ จึงทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่อาจให้ความยุติธรรมแก่ลูกหนี้ที่เป็นคนตัวเล็กตัวน้อยได้

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และรัฐบาลมหานครโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ต่างก็มีการจัดตั้งหน่วยงานของเมืองในการทำหน้าที่ เป็นศูนย์ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อให้ลูกหนี้ได้รับคำปรึกษาทางกฎหมาย มีเอกสารหลักฐานที่ช่วยให้ตนได้รับความเป็นธรรมในการชำระหนี้ พร้อมกับมีบริการการให้ข้อเสนอแนะในการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้ได้กลับเข้าสู่สินเชื่อในระบบอย่างเป็นธรรม

โดยที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ หน่วยงานนี้มีชื่อว่า Seoul Financial Welfare Counseling Center หรือ กึมยุงบกจีเซ็นทอ ส่วนที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก็มีชื่อว่า Tokyo Seikatsu Saisei Sodan Mado-guchi หรือ โตเกียวโตะเซคัตสึไซเซโซดันมาโดกุจิ

ผมคิดว่า กทม. สามารถจัดตั้งหน่วยงานในลักษณะนี้ในการทำหน้าที่ ประตูบานแรก ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับคนกรุงเทพฯ ได้ โดยทำงานประสานกับ คลินิกแก้หนี้ ของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ที่เป็นลูกหนี้ NPL เป็นหนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ที่มีเจ้าหนี้หลายราย สามารถรวมหนี้ และปรับโครงสร้างได้ที่จุดเดียว เพื่อให้ลูกหนี้ได้รับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เป็นธรรม และมีระยะเวลาผ่อนชำระได้นานเพียงพอ โดยยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

กทม. จะต้องไม่มองปัญหาหนี้สินของคนกรุงเทพฯ เป็นปัญหาส่วนตัว เพราะการละเลยปัญหาหนี้สินของคนที่อาศัยอยู่ในเมือง นั้นเป็นต้นเหตุของปัญหาทางสังคมอีกนานัปการ ไม่ว่าจะเป็น เด็กเล็กขาดการดูแลที่ดีตกอยู่ในภาวะทุพโภชนาการ หลุดออกจากระบบการศึกษา ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การฆ่าตัวตาย ผู้สูงอายุที่ต้องทำงานหนักเกินวัย ปัญหายาเสพติด และอาชญากรรมผิดกฎหมายต่าง ๆ

การจัดตั้งศูนย์ที่ปรึกษาหนี้ ของ กทม. จะทำให้ กทม. สามารถคุ้มครองสิทธิของลูกหนี้ที่เป็นคนกรุงเทพฯ ได้ สามารถคัดกรองปัญหาหนี้สิน ให้ข้อมูลสิทธิทางกฎหมาย ตรวจประเภทหนี้ว่าเป็นหนี้ในระบบ หรือนอกระบบ และส่งต่อเข้าคลินิกแก้หนี้ของ ธปท. หรือตำรวจ ในกรณีที่เป็นหนี้นอกระบบที่อยู่ในลักษณะเข้าข่ายอาชญากรรม

นอกจากนี้ ศูนย์ที่ปรึกษาหนี้ ของ กทม. ยังสามารถให้ความช่วยเหลือด้านเอกสาร และพยานหลักฐานแก่ลูกหนี้ได้ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญมากสำหรับคดีแพ่ง ซึ่งศูนย์ที่ปรึกษาหนี้ อาจจะช่วยร่างหนังสือขอผ่อนผัน หนังสือโต้แย้งดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม หนังสือแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอเจรจาไกล่เกลี่ยในชั้นศาล แบบบันทึกการถูกข่มขู่ทวงหนี้ แบบสรุปหนี้รายเจ้าหนี้ แบบสรุปรายรับ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว และรายจ่ายครัวเรือนที่จำเป็นของลูกหนี้ และแฟ้มหลักฐานมาตรฐานสำหรับยื่นศาล หรือใช้ในชั้นไกล่เกลี่ย ซึ่งจะสอดคล้องกับโมเดลของโซล และโตเกียว

กทม. สามารถทำงานเชิงรุก ผ่านฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม ของสำนักงานเขตต่างๆ และประธานชุมชน ในการจัดหน่วยเคลื่อนที่ไปยังตลาด ชุมชน จุดค้าขาย โดยมีศูนย์ที่ชัดเจนประจำสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ถึงศูนย์ที่ปรึกษาหนี้ ได้อย่างครอบคลุม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และในกรณีที่พบปัญหาการว่างงานร่วมด้วย กทม. ยังสามารถทำงานประสานกับสำนักจัดหางาน กรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อจัดหางานที่เหมาะสมให้กับลูกหนี้ที่มาขอคำปรึกษาได้อีกด้วย

สำหรับปัญหาหนี้นอกระบบ ที่ลูกหนี้จำนวนมากตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบ ทั้งจากอัตราดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมาย และพฤติกรรมการทวงหนี้ที่คุกคามความปลอดภัย แม้การกู้เงินจะไม่ใช่ความผิด แต่พฤติกรรมของเจ้าหนี้นอกระบบจำนวนไม่น้อยเข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

ดังนั้น การแก้ปัญหานี้จึงไม่ใช่เพียงการช่วยให้ประชาชน มีเงินใช้ แต่ต้องทำให้ประชาชนไม่ถูกเอาเปรียบ และสามารถเข้าถึงความคุ้มครองของกฎหมายได้จริง ผมคิดว่าการจัดตั้งศูนย์ที่ปรึกษาหนี้ ของ กทม. จะสามารถเป็นตัวกลางระหว่างประชาชน กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อคุ้มครองประชาชนได้

ในทางปฏิบัติ คนกรุงเทพฯ ที่เป็นลูกหนี้นอกระบบจำนวนมาก ไม่กล้าเข้าแจ้งความกับตำรวจโดยตรง เนื่องจากความกลัวการถูกคุกคาม เนื่องจากตนเองไม่สามารถที่จะย้ายที่อยู่อาศัยได้ และอาจจำเป็นที่ยังต้องพึ่งพาเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ ที่เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ในมิติอื่น

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

ศูนย์ที่ปรึกษาหนี้ ของ กทม. จึงควรทำหน้าที่เพิ่มเติมในการเป็นจุดรับเรื่องร้องเรียนที่ไม่เปิดเผยตัวตน และรวบรวมพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายของเจ้าหนี้นอกระบบ เพื่อประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย บทบาทนี้จะช่วยลดความเสี่ยงของประชาชน และทำให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดขึ้นได้จริง

การดำเนินคดีกับเจ้าหนี้นอกระบบ จะมุ่งไปที่การกระทำที่ผิดกฎหมายต่าง ๆ เช่น การคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด การข่มขู่ คุกคาม หรือใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้ การกรรโชกทรัพย์ และการทวงหนี้ในลักษณะที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การทำงานลักษณะนี้จะช่วยตัดวงจรหนี้นอกระบบ ให้ออกไปจากพื้นที่ กทม. โดยไม่ต้องให้ลูกหนี้เป็นผู้เผชิญความเสี่ยงเพียงลำพัง

นอกจากนี้ ยังสามารถทำหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิของลูกหนี้ตามกฎหมายได้ด้วย หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ คือ การทำให้ลูกหนี้รู้ และกล้าที่จะใช้สิทธิของตนเอง เช่น กรณีที่ลูกหนี้ได้ชำระเงินไปแล้วจนเทียบเท่า หรือเกินเงินต้น ลูกหนี้มีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระดอกเบี้ยส่วนเกินได้ และสามารถใช้เป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลได้

สำหรับปัญหานี้สินของคนกรุงเทพฯ กทม. สามารถที่จะเป็น ด่านหน้า ที่เชื่อมประชาชน ให้เข้าถึงอำนาจรัฐ กระบวนการยุติธรรม และระบบการเงินที่เป็นธรรมได้ หากดำเนินการได้อย่างถูกทิศถูกทาง กทม. จะไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาหนี้สินของคน กทม. แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคน กทม. ทุกคน และสร้างระบบเศรษฐกิจเมืองที่เข้มแข็ง และเป็นธรรมมากขึ้นในระยะยาว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...