โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลวัตอุตสาหกรรมรถยนต์ EV ของจีน Geely กำลังก้าวขึ้นเป็นม้ามืดผู้ผลิตชั้นนำของโลก

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 20.28 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. เวลา 17.51 น.

รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ

ที่มาภาพ : Teslarati

พลวัตอุตสาหกรรมรถยนต์ EV ของจีน Geely กำลังก้าวขึ้นเป็นม้ามืดผู้ผลิตชั้นนำของโลก

ในงานมหกรรมรถยนต์ของจีน บรรดาผู้บริหารและวิศวกรของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลก จะบินไปร่วมงานและเจาะจงไปดูรถยนต์ของ BYD เพื่อกลับไปประเมินสถานการณ์ว่าตัวเองจะดำเนินการต่อไปอย่างไร BYD กลายเป็นยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตรถยนต์ EV ของโลก โดยเมื่อปีที่แล้ว มียอดขายทั่วโลกมากกว่า Tesla

แต่ที่งานมอเตอร์โชว์ของปักกิ่ง 2026 คนที่เข้าชมงานกลับให้ความสนใจกับอีกบริษัทหนึ่งคือ Zhejiang Geely Holding Group บริษัทแม่ของรถยนต์ Geely เพราะเกิดพัฒนาการแนวโน้มใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน สองเดือนแรกของปี 2026 Geely มียอดขายมากกว่า BYD สามารถขยายการผลิตรถยนต์ EV หลายรุ่นออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว และผลักดันการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปและตะวันออกกลาง

โฉมหน้ายักษ์ใหญ่ผู้ผลิตรถยนต์ EV

บทความของ New York Times เรื่อง The Rising Chinese Automaker Not Named BYD รายงานว่า การพุ่งขึ้นมาของ Geely เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญ สงครามอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น เป็นเหตุให้ผู้บริโภคกลับมาสนใจรถยนต์ไฟฟ้าที่ผู้ผลิตจีนครองตลาดอยู่ หลังจากวางพื้นฐานการผลิตเพื่อส่งออกมาหลายปี และประสบความสำเร็จจากการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดภายในจีน ตราสินค้ายี่ห้อ Geely ก็มั่นใจที่จะมีบทบาทสำคัญ ในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจของอุตสาหกรรมรถยนต์โลก

รายงานของ New York Times กล่าวว่า Geely สร้าง “โมเดลธุรกิจ” ที่สามารถรับมือกับการผันแปรของอุตสาหกรรมรถยนต์ คือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไม่กี่ราย ที่สามารถแข่งขันในระบบส่งกำลังของรถยนต์ (powertrain) ได้ทั้ง 4 แบบ คือ (1) ใช้น้ำมัน (2) ไฮบริด (hybrid) น้ำมัน-ไฟฟ้า (3) ใช้พลังงานร่วม น้ำมันกับไฟฟ้า (plug-in hybrid) และ (4) ใช้ไฟฟ้าหมด เมื่อตลาดเปลี่ยนแปลง Geely สามารถปรับตัวการผลิตจากแบบใดแบบหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว

ในปีนี้ เมื่อรัฐบาลจีนปล่อยให้การสนับสนุนทางภาษีแก่รถยนต์ EV หมดอายุลง ความต้องการรถยนต์ EV ตกต่ำลง Geely หันไปอาศัยการผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันแทน เมื่อสงครามอิหร่านทำให้น้ำมันราคาพุ่งสูงขึ้นมาก Geely หันกลับไปผลิตรถยนต์ EV และแบบ plug-in hybrid เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ทำให้ 19 วันแรกของเดือนเมษายนนี้ ยอดขายรถยนต์ EV และ plug-in hybrid ลดลง 14% แต่รถใช้น้ำมันตกลงไป 40%

ที่มาภาพ : ezhejiang.gov.cn

มุ่งสู่หนึ่งในยักษ์ใหญ่รถยนต์ของโลก

บริษัท Zhejiang Geely Holding Group หรือที่รู้จักกันว่า Geely เป็นบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของจีน มีสำนักงานใหญ่ที่เมืองหางโจง มณฑลเจ๋อเขียง เป็นบริษัทเอกชนของนักธุรกิจชื่อ Li Shufu ผลิตรถยนต์ออกมาในยี่ห้อต่างๆ เช่น Geely, Geometry, Maple และ Zeekr รวมทั้งบริษัทรถยนต์ต่างประเทศในเครือของ Geely เช่น Volvo, Proton และ Lotus

มีรายงานในสื่อต่างๆว่า ในปี 2030 Geely ตั้งเป้ายอดขายรถยนต์ทั้งหมด 6.5 ล้านคัน ให้มีรายได้มากกว่า 1 ล้านล้านหยวน และเมื่อสิ้นสุดทศวรรษนี้ ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วน 75% และยอดขายในตลาดต่างประเทศมีสัดส่วน 30% ของปริมาณการผลิตรถยนต์ จะทำให้ Geely เป็น 1 ใน 5 บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลก

เมื่อ Geely ผลิตรถยนต์ครั้งแรกในปี 1997 เน้นการขายตลาดในจีน เพราะเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่สุดในโลก แต่ความพยามที่จะบุกตลาดโลกไม่ประสบความสำเร็จ แม้จะมีจุดแข็งด้านวิศวกรรมและการผลิต แต่ขาดทักษะด้านการออกแบบและการตลาด บริษัทรถยนต์เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เยอรมัน และสหรัฐฯ ครองตลาดในยุโรปและอเมริกาเหนือ การเจาะตลาดโลก โดยการส่งออกรถยนต์ Geely จึงไม่ได้ผล

ปี 2010 Geely ใช้เงิน 1.8 พันล้านดอลลาร์ ซื้อกิจการ Volvo จากบริษัท Ford Motor ทำให้ Geely สามารถมีพื้นที่การขายในตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือ รวมทั้งการปรับปรุงทางเทคโนโลยี การซื้อกิจการ Volvo ทำให้ Geely มีทักษะสำคัญในเรื่องการออกแบบและการตลาด ที่เป็นของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกอย่าง Volvo ปี 2012 ทั้ง Geely และ Volvo เริ่มประกอบรถยนต์ Volvo และผลิตชิ้นส่วนในจีน มีแผนงานที่จะตั้งสำนักงานใหญ่และศูนย์วิจัยและพัฒนาของ Volvo ขึ้นในจีน

เมื่อ Volvo ประกาศว่า นับจากปี 2019 รถยนต์รุ่นใหม่ของ Volvo จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดหรือ hybrid เท่านั้น ทำให้ Volvo เป็นผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิมรายแรกที่ยกเลิกการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป และใช้ประโยชน์จากพลังแบรนด์เนมของ Volvo ให้เป็นสัญลักษณ์เทคโนโลยีใหม่ คือ รถไฟฟ้า รถไฮบริด และรถยนต์ขับเคลื่อนเอง

ปี 2016 Geely ยังขยายการลงทุนและเข้าถือครองธุรกิจต่างประเทศมากขึ้น โดยมีหุ้น 49.9% ในบริษัทรถยนต์ Proton ของมาเลเซีย ทำให้ Geely มีฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Geely ยังถือหุ้น 51% ในบริษัทผู้ผลิตรถแข่ง Lotus ของอังกฤษ และมีหุ้น 9.7% ใน Mercedes Benz การถือครองหุ้นในบริษัทรถยนต์ต่างๆ ทำให้กลุ่มการลงทุนของ Geely มีตั้งแต่รถบรรทุกไปจนถึงรถแข่ง

แผนพัฒนา Proton ของ Geely

บทความชื่อ Geely: How a Chinese Upstart Became a Global Automobile Maker (2024) กล่าวว่า Geely มีแผนที่จะอาศัย “โครงสร้างพื้นฐาน” (platform) ของโรงงานการผลิต ที่พัฒนาขึ้นมาจากข้อมูลของ Volvo เพื่อนำมาผลิตรถยนต์โมเดลใหม่ของ Proton โครงสร้างฐานของโรงงานการผลิตรถยนต์ ที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง Geely กับ Volvo มีชื่อเรียกว่า Compact Modular Architecture (CMA)

เจ้าหน้าที่ของ Geely เคยบอกกับสำนักข่าว Reuters ว่า โครงสร้างการผลิตรถยนต์แบบ CMA ทำให้ Geely สามารถพัฒนา ออกแบบ และผลิตรถยนต์รุ่นต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีต้นทุนลดลง เพราะมีโครงสร้างทางจักรกลเหมือนกัน โครงสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แบบ CMA และสำหรับโรงงานการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กเรียกว่า B-segment Modular Architecture (BMA) ทำให้สามารถผสมผสานเทคโนโลยีของ Volvo กับความสามารถของ Geely ในการควบคุมต้นทุน การบริหารห่วงโซ่อุปทาน และการผลิตในท้องถิ่น

Geely มีความหมายในภาษาจีนว่า “โชคดี” ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1986 เพื่อผลิตตู้เย็น ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก ปี 2025 มียอดขายรถยนต์ทั้งหมด 3 ล้านคัน ความสำเร็จของมาจากกลยุทธ์การเติบโต ที่เน้นด้านนวัตกรรมและการลงทุนในเทคโนโลยี ซึ่งเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมรถยนต์

รวมทั้งการขยายการลงทุนในกลุ่มธุรกิจรถยนต์ในแต่ละภูมิภาคที่สำคัญ สอดคล้องกับที่ Li Shufu ผู้ก่อตั้ง Geely เคยกล่าวไว้ว่า “โลกาภิวัตน์ได้มาถึงจุดจบ ขณะที่เรามองเห็นแนวโน้มของภูมิภาคนิยมทางเศรษฐกิจ”

เอกสารประกอบ

The Rising Chinese Automaker Not Named BYD, April 26, 2026, The New York Times.

Geely: How a Chinee Upstart Became a Global Automobile Maker, Journal of Research in International Business and Management, (2024)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...