โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้จักชายผู้จุดชนวนถกเถียงประเด็น “เงินปันผลประชาชน” จากยุค AI ในเกาหลีใต้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 17.17 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 10.17 น.

เจ้าหน้าที่เศรษฐกิจคนสำคัญของรัฐบาลเกาหลีใต้ จุดกระแสถกเถียงครั้งใหญ่ หลังเสนอให้เริ่มคิดถึงการนำรายได้มหาศาลจากอุตสาหกรรม AI กลับคืนสู่ประชาชน

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.33 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เจ้าหน้าที่เศรษฐกิจระดับสูงของเกาหลีใต้ ผู้มีชื่อเสียงจากบทบาทในการรับมือวิกฤตการเงินหลายครั้ง กลายเป็นศูนย์กลางกระแสถกเถียงระดับประเทศ หลังโพสต์บทความช่วงดึกเกี่ยวกับวิธีที่เกาหลีใต้ควรใช้รายได้ภาษีมหาศาลจากยุค AI จนตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงหนักในเช้าวันถัดมา

Kim Yong-beom หัวหน้าฝ่ายนโยบายประจำทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทคโนแครตด้านเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญที่สุดของประเทศ โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ว่า หากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI นำไปสู่รายได้ภาษีระดับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รัฐบาลควรเริ่มคิดอย่างจริงจังว่า ความมั่งคั่งดังกล่าวควรถูกนำไปใช้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม หลังตลาดเปิดในเช้าวันอังคาร ดัชนี Kospi ร่วงลงกว่า 5.1% ภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ส่วนหนึ่งเพราะนักลงทุนพยายามตีความว่าคิมกำลังเสนอกระจายผลกำไร AI หรือไม่ หลังมีรายงานออนไลน์บางส่วนระบุว่าเขาอาจต้องการนำกำไรจากบริษัท AI มาแจกจ่ายใหม่ ไม่ใช่แค่พูดถึงรายได้ภาษีส่วนเกิน

ต่อมา เจ้าหน้าที่จากทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ชี้แจงกับ Bloomberg ว่า ความเห็นของคิมเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว และยังไม่ใช่หัวข้อหารืออย่างเป็นทางการของรัฐบาล

ด้าน Lee Jae-myung ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ต้องออกมาระบุว่า จุดประสงค์ของโพสต์ดังกล่าวเป็นเพียงการเริ่มต้นบทสนทนาเกี่ยวกับอนาคตของสังคมในยุค AI พร้อมเตือนสื่อบางส่วนไม่ให้เผยแพร่รายงานบิดเบือน

เกาหลีใต้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน AI โลก เนื่องจากชิปขั้นสูงจาก Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นหัวใจสำคัญของระบบ AI ทั่วโลก โดยทั้งสองบริษัทครองตลาดหน่วยความจำความเร็วสูง (HBM) ซึ่งใช้ในเซิร์ฟเวอร์และ AI accelerator สำหรับโมเดลภาษาอย่าง OpenAI ChatGPT

นักวิเคราะห์จาก KB Securities ประเมินว่า ปีนี้ Samsung อาจทำกำไรจากการดำเนินงานได้ถึง 330 ล้านล้านวอน ขณะที่ SK Hynix อาจทำได้ 239 ล้านล้านวอน ซึ่งหากเป็นจริง ทั้งสองบริษัทอาจจ่ายภาษีนิติบุคคลรวมกันมากกว่า 100 ล้านล้านวอน หรือเทียบเท่าที่รัฐบาลเกาหลีใต้เคยคาดว่าจะจัดเก็บได้จากภาษีนิติบุคคลทั้งประเทศในปี 2569

ตลาดให้ความสำคัญกับความเห็นของคิมอย่างมาก เพราะเขาเป็นคนใกล้ชิดประธานาธิบดี และมีประวัติยาวนานในการบริหารวิกฤตเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ ตั้งแต่วิกฤตการเงินเอเชีย ไปจนถึงมาตรการพยุงตลาดช่วงโควิด-19

ก่อนหน้านี้ การแต่งตั้งคิมเข้าสู่รัฐบาลของอี แจ-มยอง ยังสร้างความตื่นเต้นให้วงการคริปโตในเกาหลีใต้ เพราะหลายคนเชื่อว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ช่วยรักษาชีวิตอุตสาหกรรมคริปโทฯ เกาหลีใต้ไว้เมื่อปี 2561 หลังรัฐมนตรียุติธรรมในขณะนั้นเคยขู่ปิดตลาดคริปโทฯ ทั้งหมด

ในโพสต์ดังกล่าว คิมระบุว่า ปัญหาที่หลายประเทศทั่วโลกอาจต้องเผชิญในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนเร็ว อัตราเกิดต่ำ และสังคมสูงวัย ได้เกิดขึ้นพร้อมกันแล้วในเกาหลีใต้

“บางทีเกาหลีใต้อาจเป็นประเทศแรกที่การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้มาถึงพร้อมกันในรูปแบบเข้มข้น” เขาเขียน

คิมยังมองว่า เกาหลีใต้กำลังมีโอกาสทางประวัติศาสตร์ที่จะไม่ใช่แค่ผู้ผลิตโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่เป็นประเทศแรกที่สามารถคืนผลกำไรส่วนเกินจากยุค AI กลับคืนสู่คุณภาพชีวิตของมนุษย์

เขายังอ้างถึงโมเดลกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของนอร์เวย์ที่ใช้รายได้จากน้ำมันมาสร้างผลประโยชน์ระยะยาวให้ประชาชน

ข้อเสนอของคิมจุดชนวนให้เกิดการถกเถียงทั่วประเทศ โดยบางฝ่ายตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลต้องมีนโยบายใหม่เพื่อจัดการกับรายได้ภาษี ขณะที่อีกฝ่าย เช่น หนังสือพิมพ์แนวเสรีนิยม Hankyoreh มองว่า เขากำลังเปิดประเด็นสำคัญเกี่ยวกับวิธีจัดสรรผลประโยชน์จาก AI อย่างทันท่วงที

ประเด็นนี้กำลังถูกพูดถึงทั่วโลกเช่นกัน เนื่องจากหลายประเทศกังวลว่า AI อาจทำให้ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่และวิศวกรทักษะสูง ขณะที่แรงงานจำนวนมากอาจถูกแทนที่ และรายได้ของคนทั่วไปเติบโตช้าลง

กำไรมหาศาลจาก AI ยังเริ่มสร้างแรงตึงเครียดด้านแรงงานในเกาหลีใต้ โดยสหภาพแรงงานของ Samsung เรียกร้องให้บริษัทแบ่งกำไรจากการดำเนินงาน 15% ให้พนักงานฝ่ายชิป ขณะที่บริษัทใหญ่อื่น ๆ เช่น Hyundai Motor Company ก็เผชิญแรงกดดันลักษณะเดียวกัน

ล่าสุด Samsung ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงค่าแรงกับสหภาพแรงงานใหญ่ที่สุดของบริษัทได้ เพิ่มความเสี่ยงต่อการนัดหยุดงานที่อาจกระทบการผลิตของผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก

คิมเล่าย้อนถึงวัยเด็กว่า หนึ่งในความทรงจำที่ชัดที่สุดคือกลิ่นพริกติดมือหลังช่วยครอบครัวเก็บพริกในไร่ทางตอนใต้ของประเทศ เขาเคยอยากเป็นแพทย์เพื่อรักษาแม่ที่ป่วย แต่ความยากจนและวิกฤตเศรษฐกิจที่พบเห็นในวัยรุ่นทำให้เขาหันมาเรียนเศรษฐศาสตร์แทน ก่อนจบจาก Seoul National University และคว้าปริญญาเอกจาก George Washington University

ปัจจุบัน คิมกำลังผลักดันแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจใหม่สำหรับยุค AI โดยเสนอ 2 แนวคิดหลัก ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ และการสร้างระบบสวัสดิการที่แข็งแรงพอให้ล้มเหลวได้โดยไม่ถูกทำลายชีวิต นอกจากนี้ เขายังมองว่าวัฒนธรรมจะกลายเป็นเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่

“วัฒนธรรมไม่ใช่แค่นโยบายกระจายรายได้ แต่เป็นอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์” คิมกล่าว พร้อมระบุว่า “การออกแบบคุณภาพชีวิตที่ยังคงความเป็นมนุษย์ในยุค AI จะกลายเป็นความสามารถในการแข่งขันของชาติเอง”

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...