โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผ่าวิกฤต OpenAI! โดนฟ้องคดี Class Action สะเทือนวงการแอบส่งข้อมูลลับผู้ใช้ ChatGPT ประเคน Meta และ Google

Manager Online

เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 14.32 น. • MGR Online

วงการปัญญาประดิษฐ์สั่นสะเทือนอีกระลอก เมื่อ OpenAI เผชิญมรสุมลูกใหญ่ ถูกยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มในศาลรัฐบาลกลางแคลิฟอร์เนีย จากข้อกล่าวหาลักลอบเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ChatGPT ให้กับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง Meta และ Google ผ่านการฝังเครื่องมือติดตามโดยปราศจากการยินยอม คดีนี้ครอบคลุมผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาที่ป้อนคำถามบนเว็บไซต์ โดยชี้เป้าว่า OpenAI ทำตัวเป็นท่อส่งข้อมูลลับและรายละเอียดบัญชีไปยังสองบริษัทที่มีเครือข่ายโฆษณาเข้าถึงคนหลายพันล้านคนต่อวัน สะท้อนรอยรั่วด้านความเป็นส่วนตัวที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง

จุดศูนย์กลางของคำฟ้องพุ่งเป้าไปที่เทคโนโลยีการติดตามที่ Meta และ Google จัดหาให้กับผู้ดูแลเว็บไซต์เพื่อการวิเคราะห์และเจาะกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ตามคำกล่าวอ้างระบุว่า OpenAI ได้ฝังชุดรหัสดังกล่าวลงในเว็บไซต์ ChatGPT ของตน และเปิดทางให้ระบบส่งผ่านข้อมูลผู้ใช้งานออกไปโดยอัตโนมัติ

โจทก์ระบุอย่างชัดเจนว่า ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยนั้นครอบคลุมตั้งแต่หัวข้อคำถาม รหัสประจำตัวบัญชี ไปจนถึงที่อยู่อีเมลที่ผูกติดกับผู้ใช้งานแต่ละราย คดีนี้ตั้งอยู่บนข้อโต้แย้งที่ว่า ผู้บริโภคย่อมมีความคาดหวังถึงสิทธิความเป็นส่วนตัวในระดับที่สมเหตุสมผลเมื่อใช้งานแชตบอต เนื่องจากผู้คนจำนวนมากใช้พื้นที่นี้ในการแบ่งปันคำถามที่มีความอ่อนไหวขั้นสูง ทั้งด้านการเงิน การแพทย์ และข้อกฎหมาย

นอกจากนี้ คำฟ้องยังได้อ้างอิงรายงานจาก Cyberhaven ซึ่งประเมินว่าประมาณร้อยละ 1 ของข้อมูลที่พนักงานคัดลอกและวางลงใน ChatGPT นั้นเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงข้อมูลภายในองค์กรที่รั่วไหล คำฟ้องได้ขยายขอบเขตความน่ากังวลนี้ไปสู่กลุ่มบุคคลทั่วไปที่ใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะเพื่อขอคำปรึกษาด้านสุขภาพ การเงิน และคดีความต่างๆ

ฝั่งโจทก์กำลังเรียกร้องค่าเสียหายเป็นตัวเงินและขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อระงับพฤติการณ์ดังกล่าว แม้คดีนี้จะระบุชื่อ OpenAI เป็นจำเลยเพียงรายเดียว แต่ก็ยังคงตอกย้ำบทบาทของ Meta และ Google ในฐานะผู้รับประโยชน์จากการสูบข้อมูลดังกล่าว

คดีความล่าสุดนี้ถือเป็นแรงกระเพื่อมระลอกใหม่ที่ตามหลังคดีแบบกลุ่มที่เคยยื่นฟ้อง OpenAI เมื่อปี 2566 ซึ่งในครั้งนั้นมุ่งเป้าไปที่การนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในการฝึกฝนโมเดล ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลในหลายเขตอำนาจศาลยังคงส่องกล้องตรวจสอบแชตบอตชื่อดังอย่างไม่ลดละ โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดรวมถึงการดำเนินการโดยหน่วยงานเฝ้าระวังด้านความเป็นส่วนตัวของญี่ปุ่น และการยื่นเรื่องร้องเรียนตามกฎหมาย GDPR โดยองค์กร NOYB ในทวีปยุโรป

ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ยังมีคดีฟ้องร้องแยกต่างหากที่กล่าวหาว่า Perplexity AI มีพฤติกรรมในทำนองเดียวกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวติดตามของ Meta และ Google การตรวจสอบผ่านระบบพิกเซลบนบริการ AI สำหรับผู้บริโภค ได้กลายมาเป็นสมรภูมิใหม่ของการฟ้องร้องด้านความเป็นส่วนตัว ขณะที่ Google เองก็ต้องเผชิญกับคดีฟ้องร้องของตนเองจากข้อกล่าวหาลักลอบนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ฝึกฝนระบบปัญญาประดิษฐ์

เมื่อนำจิ๊กซอว์ของคดีความเหล่านี้มาประกอบกัน จะเห็นได้ชัดถึงแรงกดดันทางกฎหมายที่ถาโถมเข้าใส่ผู้ให้บริการ AI อย่าง โดยหน่วยงานกำกับดูแลต่างต้องการกฎกติกาที่กระจ่างชัดยิ่งขึ้น เกี่ยวกับวิธีการจัดเก็บและเส้นทางการส่งต่อข้อมูลที่ผู้ใช้งานป้อนเข้าสู่ระบบ

สำหรับ OpenAI แล้ว จังหวะเวลาของการถูกฟ้องร้องในครั้งนี้ถือว่าวิกฤติ เพราะบริษัทกำลังอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือ IPO ที่หลายฝ่ายจับตามอง ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่าบริษัทอาจทำผลงานได้ต่ำกว่าเป้าหมายทั้งในแง่ของรายได้และยอดผู้ใช้งานในปีนี้

การต่อสู้ในคดีแบบกลุ่มที่ยืดเยื้ออันเกี่ยวเนื่องกับความเป็นส่วนตัว อาจทำให้เส้นทางสู่ตลาดทุนต้องสะดุดลงและซับซ้อนยิ่งขึ้น นอกจากนี้การเป็นคดีความยังอาจเป็นการเปิดประตูเชื้อเชิญให้เกิดการตรวจสอบอย่างเข้มงวดในตลาดที่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่รัดกุมกว่าสหรัฐอเมริกา

ท้ายที่สุดแล้ว ศาลจะยอมรับทฤษฎีข้อกล่าวหาของฝ่ายโจทก์หรือไม่ อาจขึ้นอยู่กับว่าผู้พิพากษาจะตีความความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีต่อบริการ AI อย่างไร ระดับของการเปิดเผยข้อมูลที่ OpenAI แจ้งให้ทราบในขั้นตอนการสมัครใช้งานก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยชี้ขาดที่สำคัญเช่นกัน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันพิจารณาคดี และทาง OpenAI เองก็ยังคงสงวนท่าทีและไม่ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาต่อสาธารณชนแต่อย่างใด

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...