JR ฉายภาพพ้นจุดต่ำ Q2 รับรู้สนั่น-เล็งพันล.
#JR #ทันหุ้น – JR พ้นจุดต่ำสุด! งานเรียงคิวบุ๊กไตรมาส 2 เพียบ หนุนผลงานกลับมาโดดเด่น ปีนี้ยืนเป้ารายได้โต 10-15% จากปีก่อน พร้อมจัดทัพสอยของใหม่ 1 พันล้านบาท อัพ Backlog เพิ่ม จากเดิมราว 6 พันล้านบาท เสริมพอร์ตโกยเงินเพิ่ม ชี้ต้นทุนขึ้นมีค่า K ซัพพอร์ต ปรับแผนรับโครงการใหม่สอดคล้องต้นทุน ชูแกร่งเงินสดสินทรัพย์สภาพคล่องสูง 3.6 พันล้านบาท
นายจรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR เปิดเผยว่า บริษัทมองภาพรวมธุรกิจได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ช่วงไตรมาส 1/2569 และคาดจะเห็นแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2/2569 เพราะมีงานในมือBacklog หรือ“แบ็กล็อก” ที่รอรับรู้เพิ่มอย่างชัดเจน ผลมาจากมีโครงการบางส่วนเลื่อนการส่งมอบมาเป็นช่วงไตรมาส 2 นี้แทน จาก เดิมส่งมอบในไตรมาส 1/2569 รวมทั้งบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น
@ ย้ำรายได้ตามเป้า
ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีแบ็กล็อกอยู่ที่ประมาณ 6 พันล้านบาท จากโครงการทั้งภาคเอกชนและที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งเบื้องต้นประเมินน่าจะสามารถส่งมอบและรับรู้ได้ภายในปีนี้ราว 30% และที่เหลือคงจะทยอยต่อเนื่องในอีกในช่วงประมาณ 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งสะท้อนรายได้ที่มั่นคงในนอนาคต
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้เติบโตประมาณ 10-15% เมื่อเทียบกับปี 2569 เพื่อตอบรับการรู้ Backlog ในมือที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับยังได้แรงสนับสนุนจากโครงการใหม่ๆ ที่น่าจะเข้ามาเพิ่มเติมในช่วงที่เหลือปี 2569 เข้าในช่วยสนับสนุนภาพรวมบริษัทให้เป็นไปตามที่ประเมินไว้ด้วย
@ เดินหน้าสอยงานพันล.
โดยทาง JR ยังคงเดินหน้าขยายฐานต่อเนื่อง โดยมีแผนประมูลโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม คิดเป็นมูลค่ารวมราว 1 พันล้านบาท ซึ่งธุรกิจหวังได้รับการคัดเลือกจากเจ้าของโครงการให้ได้มากที่สุด เพื่อเสริมรายรับเพิ่มเติมและสนับวนุนภาพรวมธุรกิจในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น
นายจรัญ กล่าวเสริมว่า ในแง่ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆ ขยับเพิ่มขึ้นนั้นในส่วนของงานโครงการของภาครัฐที่ได้รับมาแล้วในช่วงที่ผ่านมา มองไม่น่าจะมีผลกระทบ เพราะ มีค่า K หรือ สัญญาจ้างก่อสร้างแบบปรับราคาได้ ซึ่งใช้เมื่อราคาน้ำมันค่าวัสดุ หรือ ค่าแรงเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งครอบคลุมต้นทุนดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นไว้แล้ว
@ ปรับแผนรับงานใหม่
พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีการดำเนินการควบคู่ไปกับการที่บริษัทมีการเจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อขอล็อกราคาไว้ล่วงหน้าบางส่วน ส่วนโครงการที่จะรับเข้ามาใหม่ในอนาคตคงจะมีการสะท้อนต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพิ่มเติม เพื่อทำให้การบริหารจัดการต้นทุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านแนวทางการบริหารงานของบริษัทปี 2569 บริษัทยังมุ่งให้ความสำคัญกับการขยายงานในกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพอย่างต่อ เนื่อง ทั้งในส่วนของงานรับเหมาโครงการระบบไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) รวมถึงธุรกิจพาณิชยกรรม(Trading) ในกลุ่มน้ำมันและก๊าซ (Oil & Gas) ที่มีแนวโน้มขยายตัว
ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการบริษัทเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ทาง JR ยังเดินหน้ารุกเข้าสู่ธุรกิจพลังงานสีเขียว (Green Energy) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างการเติบโตครั้งใหม่(New S-Curve) และรองรับเมกะเทรนด์ด้าน พลังงานสะอาด หวังช่วยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานเพิ่มเติมอีกทางหนึ่ง
ทั้งนี้JR แจ้งงบไตรมาส 1/2569 มีผลขาดทุน 4.24 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาขาดทุน0.998 ล้านบาท อย่างไรก็ดีในช่วงไตรมาส 2-4 ในปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถกลับมาทำกำไรได้อย่างโดดเด่น และปิดปี 2568 ที่กำไรสุทธิ 99 ล้านบาท
ส่วนโครงสร้างรายได้ของบริษัทนั้นส่วนใหญ่มาจากธุรกิจบริการเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของรายได้ และที่เหลือมาจากการจำหน่ายอุปกรณ์เติบโตอย่างมีนัยสำคัญตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา
สำหรับฐานะทางการเงินของ JR ล่าสุดยังถือว่าแข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนได้จากตัวเลขเงินสดและสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาอื่นๆ เทียบเท่า ฯลฯ คิดเป็นตัวเลขสูงถึง3.6 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับหนี้สินรวมเพียง 1.84 พันล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1.76 พันล้านบาท ทำให้บริษัทมีความสามารถในการบริหารจัดการและการแข่งขันในธุรกิจได้เป็นอย่างดี