โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ลอว์เรนซ์ หว่อง" นายกสิงคโปร์ เตือนผลกระทบตะวันออกกลาง "ภาวะชะงักงันควบคู่เงินเฟ้อ"

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

นายกฯ สิงคโปร์เตือนประชาชน รับมือวิกฤตตะวันออกกลางยืดเยื้อ หวั่นเกิดภาวะชะงักงันควบคู่เงินเฟ้อ งัดแผนฉุกเฉินอุ้มประชาชนและภาคธุรกิจ

วันนี้ (2 เม.ย. 2569) นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ออกแถลงการณ์ด่วนถึงประชาชน ยอมรับความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง ชี้ผลกระทบจากการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมันพุ่งกว่า 60% สั่งตั้งคณะกรรมการรับมือวิกฤตระดับชาติ เร่งนำเข้าพลังงาน-อาหารจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ พร้อมงัดมาตรการเยียวยาค่าครองชีพ หวั่นเศรษฐกิจโลกดิ่งลงสู่ภาวะ "ชะงักงันควบคู่เงินเฟ้อ" (Stagflation)

รายงานข่าวระบุว่า ผู้นำสิงคโปร์ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งหลัก ขณะนี้ถูกอิหร่านขัดขวางการเดินเรือ ทำให้ปริมาณการขนส่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ตลอดจนสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ เช่น ปุ๋ยและฮีเลียม ลดลงอย่างฮวบฮาบ และอาจลุกลามไปสู่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหาร

ผลกระทบดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นกว่า 60% นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น ภูมิภาคเอเชียรวมถึงสิงคโปร์ถือเป็นพื้นที่เปราะบางเนื่องจากต้องพึ่งพาพลังงานที่ขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าวเป็นหลัก แม้ว่าสหรัฐฯ จะมีท่าทีต้องการยุติปฏิบัติการทางทหารในเร็ววัน แต่สิงคโปร์ประเมินว่าโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายจะทำให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูงต่อไปอีกหลายเดือน และสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์โลกได้เข้าสู่ความเปราะบางอย่างเต็มรูปแบบแล้ว

"หากแหล่งพลังงานและเส้นทางอุปทานในตะวันออกกลางถูกปิดกั้นเป็นเวลานาน เราอาจต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานโลก ซึ่งจะทำให้ผลผลิตลดลงฮวบฮาบในขณะที่ราคาพุ่งสูงขึ้น หรือที่เรียกว่าภาวะเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่กับเงินเฟ้อ (Stagflation) ซึ่งจะควบคุมได้ยากและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง" ผู้นำสิงคโปร์กล่าวเตือน

เพื่อเป็นการตั้งรับสถานการณ์ รัฐบาลสิงคโปร์ได้เรียกประชุม คณะกรรมการรัฐมนตรีจัดการวิกฤตการณ์ภายในประเทศ (Homefront Crisis Ministerial Committee) โดยมีรองนายกรัฐมนตรี กาน คิม หยง (Gan Kim Yong) เป็นที่ปรึกษา เพื่อเร่งดำเนินการตามแผนฉุกเฉิน 3 ประการ ได้แก่ เสริมความมั่นคงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน โดยปรับลดกำลังการผลิตของโรงกลั่นและจัดหาน้ำมันดิบจากนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมกระชับความร่วมมือกับออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้จัดหา LNG รายใหญ่ (ครองสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของสิงคโปร์) รวมถึงนิวซีแลนด์เพื่อรักษาสายพานการจัดหาอาหารและสินค้าจำเป็น

ขณะเดียวกัน ยังเร่งมาตรการเยียวยาประชาชน รัฐบาลเตรียมนำมาตรการช่วยเหลือล่วงหน้ามาใช้เร็วขึ้น เช่น การจ่ายเงินคืน U-Save เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของครัวเรือน พร้อมเตรียมแพ็กเกจช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าสำหรับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะแถลงรายละเอียดต่อรัฐสภาในสัปดาห์หน้า

อีกประการหนึ่ง คือการประกาศมาตรการประหยัดพลังงานแห่งชาติ วิงวอนให้ภาคธุรกิจทบทวนแผนปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และขอความร่วมมือจากภาคครัวเรือนให้ลดการบริโภคที่ไม่จำเป็น

ในช่วงท้ายของการแถลง ผู้นำสิงคโปร์ได้ย้ำถึงความไม่แน่นอนของวิกฤตครั้งนี้ที่อาจเลวร้ายลงได้อีก แต่ได้สร้างความมั่นใจว่าสิงคโปร์มีแผนรองรับที่แข็งแกร่ง พร้อมปลุกขวัญประชาชนให้ยืนหยัดและมีความสามัคคี เฉกเช่นเดียวกับที่สิงคโปร์เคยร่วมกันฝ่าวิกฤตใหญ่ในอดีตมาแล้ว ทั้งวิกฤตต้มยำกุ้ง โรคระบาดซาร์ส (SARS) วิกฤตการเงินโลก และการระบาดของโควิด-19

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...