โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เอกนิติ ชง ครม. บี้โรงกลั่นนำส่งกำไรส่วนเกินช่วยลดราคาน้ำมัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว
แฟ้มภาพ

เอกนิติ เผยผลการประชุม คตร. นัดที่สอง ชี้กำไรโรงกลั่นพุ่งจาก War Premium เตรียมใช้กลไกเดิมสมัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน ขอความร่วมมือโรงกลั่นส่งกำไรส่วนเกินช่วยลดราคาน้ำมัน พร้อมคุมค่าการตลาดไม่เกิน 2.45 บาท/ลิตร ชง ครม. 6 เม.ย. นี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับสูงขึ้นจากค่าวอร์พรีเมียมซึ่งเป็นต้นทุนพิเศษในภาวะสงคราม ทำให้ทั้งราคาขายและต้นทุนน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี กับสถานการณ์ปัจจุบันที่รวมวอร์พรีเมียมแล้ว พบว่าค่าการกลั่นและกำไรของโรงกลั่นยังอยู่ในระดับสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะในเดือนมีนาคมที่ตัวเลขปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ที่ประชุมจึงมีมติให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อใช้กลไกตามกฎหมายที่มีอยู่ โดยอ้างอิงแนวทางในอดีตช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2565 ที่ให้กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือกับโรงกลั่นน้ำมัน นำส่งกำไรส่วนหนึ่งที่เป็นกำไรในกรณีพิเศษจากค่าการกลั่น เพื่อช่วยเหลือประชาชนผ่านราคาที่ประชาชนซื้อ ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปจัดทำรายละเอียดตัวเลขที่แท้จริง ทั้งด้านต้นทุนและรายได้ของแต่ละโรงกลั่น

โดยมีข้อเสนอให้ใช้หลักการคำนวณดังกล่าวต่อเนื่องในเดือนถัดไป เช่น เดือนเมษายน หากสถานการณ์สงครามยังไม่สิ้นสุด และราคาน้ำมันยังมีความผันผวนสูง ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายเดือนตามสถานการณ์

ในส่วนของการส่งผ่านความช่วยเหลือ จะดำเนินการผ่านราคาขายปลีกน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรงและทันที โดยอาจใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นช่องทางดำเนินการ เนื่องจากเป็นวิธีที่สามารถทำได้รวดเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาค่าการตลาดน้ำมัน โดยยึดตามผลการศึกษาของกระทรวงพลังงานที่กำหนดระดับเหมาะสมเฉลี่ยไว้ที่ประมาณ 2.45 บาทต่อลิตร และจะกำกับไม่ให้สูงเกินระดับดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบต่อราคาขายปลีก

ทั้งนี้ คณะกรรมการจะเสนอผลการศึกษาดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 6 เมษายนนี้ และคาดว่าจะสามารถดำเนินมาตรการได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนเห็นผลการปรับลดราคาน้ำมันโดยเร็วที่สุด

ในส่วนของมาตรการ Ceiling and Floor ได้มีการหารือกันแล้ว โดยได้ศึกษาข้อดีข้อเสียอย่างรอบด้าน เพื่อหาแนวทางที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ปัจจุบัน เห็นว่ากลไกตามมติคณะรัฐมนตรีที่เคยใช้ในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ยังเป็นแนวทางที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วและเหมาะสมกว่า

“สำหรับมาตรการ Ceiling and Floor นั้น ได้มีการศึกษาไว้แล้ว และจะนำไปเป็นข้อเสนอให้กระทรวงพลังงานพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นแนวทางในอนาคตต่อไป โดยขณะนี้มีข้อเสนอเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว” นายเอกนิติกล่าว

ขณะที่มาตรการภาษีและการจัดเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) ยังอยู่ระหว่างการศึกษา โดยระบุว่าเป็นมาตรการที่มีข้อจำกัดและอาจให้ผลเพียงครั้งเดียว ขณะที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนขึ้นลง จึงมองว่ากลไกการนำกำไรส่วนเกินมาช่วยเหลือประชาชนในทันทีมีความเหมาะสมและรวดเร็วกว่า

“ในสถานการณ์ปัจจุบัน กลไกที่จะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้เร็วที่สุด คือการนำกำไรส่วนเกินส่งผ่านไปถึงประชาชนโดยทันที” นายเอกนิติกล่าว

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้คำนวณค่าการกลั่นเฉลี่ยเดือนมีนาคมไว้ที่ 7.30 บาท ในขณะที่ค่าการกลั่นเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมานั้นต่ำกว่า เป็นผลมาจาก War Premium หรือต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์สงคราม ซึ่งทางกระทรวงพลังงานจะคำนวณผลต่างราคาที่เกิดขึ้นนี้ เพื่อนำมาช่วยลดราคาน้ำมันให้แก่ประชาชนต่อไป

“ตอนนี้มันเป็นสภาวะไม่ปกติจะทำให้เกิด 2 อย่าง คือผลต่างราคาสูงกว่าปกติ หรือที่เรามองว่าค่าการกลั่นสูงกว่าปกติ แต่ในภาวะไม่ปกติก็มีความไม่ปกติของต้นทุนด้วย พูดแฟร์ๆ เราต้องมองทั้งสองฝั่ง เราต้องใส่ผลต่างราคาเข้าไป ซึ่งมันจะทำให้ 7.30 บาทนั้นแคบลง แต่จะไม่แคบลงเท่ากับปกติ มันจะยังสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะนำผลต่างราคาที่สูงกว่าปกตินั้นมาดำเนินการต่อในที่ประชุมครม.” นายอรรถพลกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกนิติ ชง ครม. บี้โรงกลั่นนำส่งกำไรส่วนเกินช่วยลดราคาน้ำมัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...