จนมุมแล้ว ลูกจ้าง รพ.เลย ขโมยเครื่องช่วยหายใจ 35 เครื่อง ตร.ตามรวบถึงบ้าน ขณะเตรียมหนี
จนมุมแล้ว ลูกจ้าง รพ.เลย ขโมยเครื่องช่วยหายใจ 35 เครื่อง ตร.ตามรวบถึงบ้าน ขณะเตรียมหลบหนี เจ้าตัวรับสารภาพก่อเหตุจริง แต่ให้การยอมรับเพียงบางส่วน
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองเลย รับแจ้งจากชาวบ้านลงหาปลาในแม่น้ำเลยบริเวณสะพานบ้านใหม่ว่าพบชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์อยู่ในน้ำ เมื่อนำขึ้นมาตรวจสอบพบว่าเป็นชิ้นส่วนเครื่องช่วยหายใจที่หายไปจากโรงพยาบาลเลย ขณะเดียวกันยังได้พบชิ้นส่วนลักษณะเดียวกันอยู่ที่บริเวณสะพานบ้านขอนแดง รวมเป็น 5 ชุด ต่อมาประชาชนแจ้งว่าพบชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจ ทิ้งอยู่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำฮวย อีก 9 ชุด และบริเวณสะพานข้ามลำห้วย พบอีก 2 ชุด รวมเป็น 17 เครื่องจากทั้งหมด 35 เครื่องที่หายไป โดยมีผู้ที่รับซื้อได้ติดต่อขอคืนเครื่องช่วยหายใจแล้วจำนวน 4 เครื่อง นั้น
อ่านข่าว : ลูกจ้าง รพ.เลย ขโมยเครื่องช่วยหายใจ พร้อมเครื่องมืออื่น กว่า 7 ล้านบ. ขายออนไลน์ โยนซากทิ้งแม่น้ำ
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่19 มีนาคม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองเลย ได้เข้าจับกุมนายชินวัตร อายุ 31 ปี ผู้ต้องหา ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ตำบลห้วยส้ม อ.ภูกระดึง จ.เลย ขณะที่กำลังเตรียมตัวจะหลบหนี หลังจากนั้นได้นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองเลย โดยมีพล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย พ.ต.อ.วรชัย บางยี่ขัน ผู้กำกับการ สภ.เมืองเลย และนายแพทย์นพดล พิษณุวงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย ร่วมกันสอบสวนผู้ต้องหา
พล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย เปิดเผยหลังการสอบสวนว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง แต่จำนวนเครื่องมือทางการแพทย์ที่ขโมยไปนั้น ผู้ต้องหาให้การยอมรับเป็นบางส่วน ขณะที่ของกลางที่มีผู้ซื้อไปนั้น มีบางคนได้ติดต่อขอส่งคืนมาแล้ว 4 ราย ส่วนที่เหลือทางตำรวจจะดำเนินคดีข้อหารับของโจร หลังจากนี้จะทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว
ด้านนายแพทย์นพดล พิษณุวงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย กล่าวว่า เริ่มทราบเรื่องนี้เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2569 หลังการตรวจสอบอุปกรณ์ พัสดุตามปกติ พบว่ามีอุปกรณ์ทางการแพทย์บางส่วนได้หายไป จึงได้เปิดภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นลูกจ้างในโรงพยาบาลเอง ก่อเหตุเพียงคนเดียว จึงได้มอบหมายให้นิติกรของโรงพยาบาลเข้าแจ้งความดำเนินคดี เมื่อลูกจ้างรายนี้ทราบเรื่อง กลัวความผิด จึงนำขาและส่วนประกอบเครื่องช่วยหายใจไปทิ้ง เพื่อทำลายหลักฐาน และจากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุได้นำเครื่องไปขายให้เอกชนแห่งหนึ่งที่จังหวัดขอนแก่น ส่วนมูลค่าความเสียหายขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมิน ซึ่งเครื่องช่วยหายใจที่ถูกขโมยไปรวมกว่า 35 เครื่อง ส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำหรับการเคลื่อนที่ หรือติดตั้งในรถฉุกเฉิน จึงไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยทั้งในและนอกของโรงพยาบาลเลย ยังคงให้บริการได้ตามปกติ หลังจากนี้จะมีมาตรการป้องกันและตรวจสอบการใช้เครื่องมือทางการแพทย์อย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จนมุมแล้ว ลูกจ้าง รพ.เลย ขโมยเครื่องช่วยหายใจ 35 เครื่อง ตร.ตามรวบถึงบ้าน ขณะเตรียมหนี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th