โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กลุ่มโรงกลั่นฯโชว์ 4 กลยุทธ์รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

The Better

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันฯพร้อมบริหารจัดการน้ำมันดิบให้เพียงพอ ปรับเส้นทางขนส่งนอกพื้นที่ตะวันออกกลาง ป้อนโรงกลั่นทุกแห่งต่อเนื่อง ยืนยันไทยมีสำรองเพียงพอ

รายงานจากกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงรายงานสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ สถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะใน “การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง” ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ภายใต้ความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

ทางกลุ่มโรงกลั่นฯ ในฐานะผู้ประกอบกิจการกลั่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหลักของประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในประเด็นต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและความเข้าใจผิดในการบริหารจัดการด้านพลังงานของประเทศได้กำหนด 4 กลยุทธ์ ในการดำเนินการได้แก่

1.ปริมาณน้ำมันสำรองระดับประเทศมีเพียงพอรองรับการใช้งาน 2.การดำเนินการเชิงรุกด้านการขนส่งทางเรือ 3.การจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความผันผวน และ4.ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ เพื่อดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

อย่างไรก็ตามในการสำรองน้ำมันของไทยยืนยันว่า มีเพียงพอรองรับการใช้ในประเทศ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองทั้งที่มีอยู่ในประเทศและอยู่ระหว่างการขนส่ง สอดคล้องกับรอบการจัดหาและรอบการผลิตใหม่ ทำให้ระบบการผลิตและจัดส่งน้ำมันสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณน้ำมันมีเพียงพอต่อความต้องการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่การขนส่งทางเรือเป็นการทำงานเชิงรุก แม้ว่าสถานการณ์โลกอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลักอย่าง "ช่องแคบฮอร์มุซ" (ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันดิบประมาณ 20% ของโลก) แต่กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ จัดทำแผนสำรองในการปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาไว้แล้ว โดยสามารถจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นที่ไม่ได้ผ่านเส้นทางดังกล่าว เช่น ทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกา เป็นต้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันดิบเข้าสู่ระบบการกลั่น ควบคู่ไปกับการจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของภาวะตลาดพลังงานที่มีผลต่อต้นทุน ด้านต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ (Crude Premium) ค่าขนส่งทางเรือ (Freight) และค่าประกันภัย แต่กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังคงเดินหน้าจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าและเดินเครื่องการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเชื้อเพลิง รองรับความต้องการใช้ในประเทศเพียงพออย่างแน่นอน

ทั้งนี้ในภาวะวิกฤติครั้งนี้กลุ่มโรงกลั่นฯ ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ เพื่อดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และรักษาเสถียรภาพทางพลังงานให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมมีน้ำมันเชื้อเพลิงใช้อย่างเพียงพอในทุกสถานการณ์

ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันในระบบที่สามารถรองรับการใช้งานได้ประมาณ 65 วัน และ กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังมีการจัดซื้อน้ำมันดิบ เพื่อนำมาผลิตต่อเนื่องอีกกว่า 30 วัน ส่งผลให้เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งานประมาณ 95 วัน ทั้งนี้ กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังคงดำเนินการจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเสถียรภาพทางพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...