โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

โลกผวา! “จุดตายน้ำมันโลก” หลัง สหรัฐ ถล่ม "เกาะคาร์ก" ขณะที่ "ภาณุรัช" ชี้เป็น 1 ใน 6 จุดตาย ทำโลกขาดแคลนน้ำมันรุนแรง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โลกผวา! “จุดตายน้ำมันโลก” หลัง สหรัฐ ถล่ม "เกาะคาร์ก" ลั่น ไม่ใช่แค่บีบเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ "ภาณุรัช" ชี้เป็น 1 ใน 6 จุดตาย ทำโลกขาดแคลนน้ำมันรุนแรง

วันที่ 14 มี.ค. 2569 นายภาณุรัช ดำรงไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "เมื่อ 1 ใน 6 'จุดตาย' ถูกโจมตี! เกาะ Kharg กับวิกฤตที่ไม่มีใครบอกคุณเรื่องระบบ 'ปิดตาย' เช้านี้โลกสั่นสะเทือน ข่าวอเมริกาประกาศโจมตีเพื่อยึด เกาะ Kharg คือฝันร้ายที่ผมเพิ่งจะเตือนออกสื่อไปว่านี่คือ 1 ใน 6 จุดยุทธศาสตร์ที่หากล่มสลาย โลกจะขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรง… และตอนนี้มันเกิดขึ้นจริงแล้ว

ในฐานะที่ผมผ่านงาน Upstream (ต้นน้ำ) ในอุตสาหกรรมน้ำมันมาโชกโชน ทั้งงานเจาะและวางระบบผลิตในหลายทวีป ผมขอบอกว่าสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่แค่การ "รบ" แต่คือการ "ล่มสลายของระบบการผลิต" ที่กู้กลับมาไม่ได้ง่ายๆ

ทำความรู้จัก "เส้นเลือดใหญ่" ก่อนจะถึงเกาะ Kharg
หลายคนมองว่าเกาะ Kharg เป็นแค่ท่าเรือส่งออก แต่ในทางวิศวกรรมปิโตรเลียม มันคือ "ปลายก๊อก" ของโครงข่ายใต้ดินที่มหึมาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก:
• น้ำมันดิบมหาศาลถูกสูบขึ้นมาจากแหล่ง Ahvaz, Marun และ Gachsaran ซึ่งอยู่ลึกใต้ดินหลายพันเมตร
• ผ่านกระบวนการแยกก๊าซ (Degassing Stations) และสถานีเพิ่มแรงดัน (Pumping Stations) นับร้อยจุด
• ไหลผ่านท่อส่งน้ำมันข้ามน้ำข้ามทะเลมารวมกันที่เกาะเล็กๆ ขนาดเพียง 20 ตร.กม. แห่งนี้

เมื่อเกาะถูกยึด… ระบบ "Upstream" จะถูกปิดตายอย่างไร?
หากอเมริกายึดเกาะได้ หรือมีการโจมตีจนเรือลูกค้า (โดยเฉพาะจีน) ไม่สามารถเข้ามารับน้ำมันได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ "Consequence" ที่รุนแรงระดับลูกโซ่:
1. Storage Overflow: คลังเก็บน้ำมันบนเกาะที่มีความจุกว่า 30 ล้านบาร์เรลจะเต็มภายในไม่กี่วัน เมื่อส่งออกไม่ได้ น้ำมันจะ "ล้นท่อ"
2. The Forced Shut-in: เมื่อปลายทางเต็ม ฝั่งต้นทาง (Upstream) ต้องรีบ "สั่งปิดหลุม" ทันที ซึ่งนี่คือความยุ่งยากระดับนรกของวิศวกร! การปิดหลุมผลิต (Well Shut-in) ไม่ใช่การบิดวาล์วหน้าบ้าน แต่มันคือการคุมแรงดันมหาศาลใต้ชั้นหิน หากปิดไม่ดีหรือปิดกะทันหันเกินไป แรงดันจะตีกลับจนอุปกรณ์พัง หรือร้ายที่สุดคือ "Formation Damage" (ชั้นหินกักเก็บอุดตันถาวร)
3. The Invisible Damage: การยึดเกาะทำได้ในวันเดียว แต่การ "ไล่ปิดระบบผลิต" ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายท่อใช้เวลาเป็นสัปดาห์ และทุกวินาทีที่ล่าช้าคือความเสี่ยงที่ระบบท่อจะระเบิดจากแรงดันสะสม!

"ยึดได้… แต่ผลิตไม่ได้" ฝันร้ายของการ Restart
อเมริกาอาจยึดเกาะได้ แต่สิ่งที่พวกเขาจะได้ไปคือ "ซากปรักหักพัง" ของเทอร์มินัล เพราะเกาะ Kharg เล็กเกินกว่าจะเลี่ยงการทำลายสถานีปั๊มและคลังน้ำมันได้
ความจริงที่น่ากลัวคือ: หากระบบ Upstream ถูกปิดไปแล้ว การจะ "Restart" เอาดินน้ำมันขึ้นมาใหม่ต้องใช้เวลา 6 เดือน ถึง 1 ปีเป็นอย่างน้อย! เราต้องล้างท่อใหม่ (Pigging), ปรับแรงดันในหลุมผลิตใหม่ และซ่อมแซมสถานีแยกก๊าซที่อาจเสียหายจากการหยุดกะทันหัน โลกจะสูญเสียน้ำมันไปนับล้านบาร์เรลต่อวันในระหว่างที่รอการกู้ระบบนี้
ผลกระทบต่อโลก: เมื่อ 20 ล้านบาร์เรลหายไปจากสมกา

เมื่อน้ำมันจากคาร์กหายไป จีนและลูกค้ารายใหญ่จะเริ่ม "แย่งชิง" น้ำมันดิบเกรดใกล้เคียงจากทุกที่ในโลก (Supply Shock) ราคาน้ำมันจะพุ่งเป็นจรวด เพราะทุกคนรู้ดีว่า "การกู้ระบบผลิตน้ำมันคืนมา" ไม่ได้เร็วเหมือนการสร้างตึก นี่คือวิกฤตพลังงานที่ซับซ้อนที่สุดในรอบศตวรรษ และในฐานะคนที่เจาะน้ำมันมาเกือบทั่วโลก ผมมองเห็นความเสียหายที่ลึกซึ้งกว่าที่ข่าวรายงาน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...