โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ประมงกระอัก! “น้ำมันเขียว” พุ่งพรวดแตะ 34.30 บาท มีผลวันพรุ่งนี้

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 22.10 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 04.52 น.

"ฐานเศรษฐกิจ" เกาะติดสถานการณ์ต้นทุนพลังงานภาคการประมง หลังมีรายงานการปรับราคาน้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในราคาประยัด หรือ “น้ำมันเขียว” ที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการเรือประมงในพื้นที่อ่าวไทย

นายพิชัย แซ่ซิ้ม นายกสมาคมการประมงจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในวันที่ 15-21 มีนาคม 2569 ตั้งแต่ เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ราคาน้ำมันเขียวในฝั่งอ่าวไทยจะมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยจะขยับจากราคาเดิม 23.90 บาท ขึ้นไปอยู่ที่ 34.30 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นการกระโดดของราคาที่สูงมาก แม้ในอดีตจะเคยแตะระดับ 30 กว่าบาทมาแล้วในช่วงวิกฤต แต่ครั้งนี้สร้างความกังวลให้แก่ชาวประมงอย่างยิ่ง

ทั้งนี้การการกำหนดราคาน้ำมันเขียวนั้นในพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยจะมีการปรับราคาเพียง 1 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยใช้หลักการ “ราคาเฉลี่ยทั้งสัปดาห์” (จันทร์-ศุกร์) ซึ่งกลุ่มผู้จำหน่ายรายใหญ่ 2-3 รายจะเป็นผู้กำหนดราคาและแจ้งให้ทางสมาคมฯ หรือเจ้าของเรือทราบในทุกวันศุกร์ ช่วงเวลาประมาณ 10:00 น. เพื่อให้ผู้ประกอบการเตรียมตัวก่อนที่ราคาใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเย็นวันอาทิตย์

อย่างไรก็ดี น้ำมันเขียวมีข้อกำหนดในการใช้งานที่เข้มงวด คือ ต้องจำหน่ายและใช้งานเฉพาะในทะเลเท่านั้น ห้ามนำขึ้นมาบนฝั่งโดยเด็ดขาด และผู้ที่มีสิทธิ์ซื้อจะต้องเป็นเรือประมงที่มี “รหัสประจำเรือ” ที่ถูกต้องตามระเบียบเท่านั้น

ชี้ทางรอดเดียวคือ“ราคาสัตว์น้ำ” ต้องขยับตาม เมื่อถามถึงผลกระทบต่ออาชีพประมง นายพิชัยวิเคราะห์ว่าต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวกับความอยู่รอดของชาวเรือ โดยมีสูตรคำนวณง่ายๆ คือ “ถ้าราคาน้ำมันขึ้น ราคาสัตว์น้ำต้องขึ้นตาม”

"ธรรมชาติของเจ้าของเรือจะมีการประเมินก่อนเสมอ หากออกเรือไปแล้วเสี่ยงขาดทุนเขาก็จะไม่ยอมออก ซึ่งเมื่อเรือประมงออกน้อยลง ปริมาณสัตว์น้ำที่เข้าสู่ท้องตลาดก็จะลดลงตามกลไกตลาด และจะส่งผลให้ราคาสัตว์น้ำขยับสูงขึ้นเองโดยอัตโนมัติ"

อย่างไรก็ตาม นายกสมาคมการประมงจังหวัดสมุทรปราการ ย้ำเตือนทิ้งท้ายว่า "สำหรับเจ้าของเรือที่ยอมรับความเสี่ยงได้ อาจจะมองว่าเป็นโอกาสที่จับสัตว์น้ำได้ในราคาที่สูงขึ้นเพราะคู่แข่งในทะเลน้อยลง แต่ในทางกลับกัน หากราคาน้ำมันแพงแต่ราคาสัตว์น้ำไม่ขยับตาม แบบนี้คือขาดทุนล้านเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...