“ศุภจี” เดินหน้า “ไทยช่วยไทย” สินค้าลดราคาพิเศษ 25-50% เริ่ม 1 เม.ย. ผสาน กต. เคลียร์เรือปุ๋ย 5 ลำติดช่องแคบฮอร์มุซ
รมว.พาณิชย์ สั่งทบทวนรายการสินค้าควบคุมและสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน พร้อมเพิ่มความเข้มข้นมาตรการขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา เตรียมหารือผู้ผลิตรายใหญ่ปูพรมลดราคาพิเศษ 25-50% ทั่วประเทศ เริ่ม 1 เมษายนนี้ ควบคู่การกระจายรถธงฟ้าลงลึกถึงระดับชุมชน 500 แห่ง เร่งประสานต่างประเทศคลี่คลายเรือสินค้าตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ หลังปุ๋ยเคมี 5 ลำติดค้าง พร้อมปรับแผนหาตลาดส่งออกใหม่ทดแทนอิรัก
28 มี.ค. 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงในเวที "Meet the Press" หัวข้อ "1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม" ณ ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยถึงการบริหารจัดการสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงานว่า
ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมมีความไม่แน่นอนสูงและควบคุมได้ยาก เนื่องจากราคาสินค้าหลายประเภทมีส่วนต่างต้นทุนที่เกี่ยวเนื่องกับราคาพลังงานโดยตรง กระทรวงพาณิชย์จึงได้ยกระดับมาตรการเชิงรุกผ่านการเข้มงวดบัญชีสินค้าควบคุมจำนวน 59 รายการ โดยมีการทบทวนรายการสินค้าในช่วงกลางปีให้ครอบคลุมสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพในชีวิตประจำวันมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มความเข้มข้นในกลุ่มสินค้าที่ต้องขออนุญาตล่วงหน้าก่อนมีการปรับขึ้นราคาอีก 6 รายการ รวมถึงกลุ่มสินค้าพลังงานที่สำคัญ โดยกระทรวงพาณิชย์มีแผนเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าหารือเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการทบทวนความเหมาะสมของการคิดค่าการกลั่นและค่าพรีเมียม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันภายใต้กฎหมายเฉพาะของกระทรวงพลังงาน ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ปูพรมตรวจสต๊อกและสถานะการติดป้ายแสดงราคาสินค้ากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาส
ผนึกกำลังผู้ผลิตรายใหญ่ลดค่าครองชีพ "ไทยช่วยไทย"
ในด้านการดูแลภาระค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดการเจรจากับกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ ผู้ประกอบการค้าปลีกและค้าส่ง เพื่อหาจุดสมดุลในการประคับประคองทั้งฝั่งผู้ประกอบการและภาคประชาชน โดยเตรียมจัดแคมเปญลดราคาสินค้าพิเศษกว่า 1,000 รายการ ในอัตราเฉลี่ย 25-50% เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้ง่ายขึ้น ภายใต้โครงการ "ไทยช่วยไทย" ซึ่งจะเริ่มดีเดย์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป
สำหรับกลยุทธ์ในระยะยาว กระทรวงฯ มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งยกระดับสินค้าชุมชนเข้าสู่ช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งในห้างสรรพสินค้า ร้านโชห่วย แพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงระบบค้าปลีก-ค้าส่งขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ขณะที่โครงการ "ธงฟ้า" จะมีการปรับรูปแบบจากการกระจายตัวรายปี เป็นการรุกเข้าสู่พื้นที่ระดับชุมชนจำนวน 500 แห่ง ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม โดยจะใช้โมเดล "รถธงฟ้า" เป็นกลไกหลักในการกระจายสินค้าจำเป็นให้เข้าถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง
บริหารจัดการโซ่อุปทานปุ๋ยและตลาดส่งออกใหม่
จากการติดตามผลกระทบจากวิกฤตการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทรวงพาณิชย์พบว่ามีเรือขนส่งสินค้าสำคัญ อาทิ ปุ๋ยเคมี พลังงาน และปิโตรเคมี ติดค้างอยู่ในเส้นทางดังกล่าว โดยเฉพาะเรือขนส่งปุ๋ยจำนวน 5 ลำที่ยังไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในปัจจุบันจะสามารถใช้ได้จนถึงเดือนสิงหาคมนี้เท่านั้น
“เราพยายามลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าในการปรับสูตรปุ๋ยเพื่อไม่ให้ขาดตลาด ภายใต้ต้นทุนที่ถูกต้อง เพราะเป็นสินค้าควบคุม มีการรวบรวมเรือที่คงค้างว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้าง”
นอกจากนี้ ในมิติของการส่งออก พบว่าสินค้าเกษตรสำคัญอย่าง "ข้าว" ที่เตรียมส่งออกไปยังประเทศอิรักมีสภาวะชะลอตัวลง แต่ยังไม่มีรายงานการยกเลิกคำสั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อรวบรวมข้อมูลวัตถุดิบที่คงค้างในเส้นทางเดินเรือ และเร่งเจรจาหาตลาดส่งออกใหม่ๆ มาทดแทนตลาดเดิมที่มีปัญหาด้านโลจิสติกส์ เพื่อรักษาเสถียรภาพรายได้จากการส่งออกของประเทศให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
ข้าวแกงขึ้นราคาต้องแสดงป้ายชัดเจน
นางศุภจี กล่าวอีกว่า ในด้านการดูแลต้นทุนอาหารจานด่วนและข้าวแกง กระทรวงพาณิชย์มีแผนนำวัตถุดิบจำเป็นที่เป็นสินค้าเกษตรจากต้นทาง เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ และน้ำตาลทราย ส่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมาย คือ ร้านอาหารปรุงสำเร็จ ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง และร้านขายเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในตลาดสดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ทั้งนี้ในระยะสั้นนี้ จะเริ่มดำเนินการใน 24 แห่ง โดยจัดแห่งละ 2 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 48 ครั้ง และจะใช้กลไกนี้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ร้านค้ามีต้นทุนวัตถุดิบที่เหมาะสมและสามารถคงราคาจำหน่ายที่ไม่สูงเกินไปได้
“เราเน้นย้ำให้ร้านค้าต้องติดป้ายประกาศราคาให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคทราบราคาก่อนตัดสินใจซื้อและเตรียมเงินให้พอดี หากมีการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทางกระทรวงจะเข้าไปดูแลตามระเบียบต่อไป”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- นายกฯ ขอโทษประชาชน ปมน้ำมันแพง ช่วงวิกฤตโลก สั่ง “คลัง-พลังงาน” ประคองผลกระทบ
- “เอกนิติ” ย้ำฝืนอุดหนุนราคาน้ำมันไม่จำกัด ไทยเสี่ยงซ้ำรอย “วิกฤตเศรษฐกิจปี 40”
- ‘อรรถพล’ ยันสต๊อกน้ำมันไทยมี 120 ล้านบาร์เรล เพียงพอรับช่วงสงกรานต์
- ‘สีหศักดิ์’ กางแผนทูตเชิงรุก เร่งหาพันธมิตรน้ำมัน เปิดทางเดินเรือไทยผ่านจุดเสี่ยง