โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ศุภจี” เดินหน้า “ไทยช่วยไทย” สินค้าลดราคาพิเศษ 25-50% เริ่ม 1 เม.ย. ผสาน กต. เคลียร์เรือปุ๋ย 5 ลำติดช่องแคบฮอร์มุซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 มี.ค. เวลา 13.30 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. เวลา 05.51 น.

รมว.พาณิชย์ สั่งทบทวนรายการสินค้าควบคุมและสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน พร้อมเพิ่มความเข้มข้นมาตรการขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา เตรียมหารือผู้ผลิตรายใหญ่ปูพรมลดราคาพิเศษ 25-50% ทั่วประเทศ เริ่ม 1 เมษายนนี้ ควบคู่การกระจายรถธงฟ้าลงลึกถึงระดับชุมชน 500 แห่ง เร่งประสานต่างประเทศคลี่คลายเรือสินค้าตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ หลังปุ๋ยเคมี 5 ลำติดค้าง พร้อมปรับแผนหาตลาดส่งออกใหม่ทดแทนอิรัก

28 มี.ค. 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงในเวที "Meet the Press" หัวข้อ "1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม" ณ ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยถึงการบริหารจัดการสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนพลังงานว่า

ปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมมีความไม่แน่นอนสูงและควบคุมได้ยาก เนื่องจากราคาสินค้าหลายประเภทมีส่วนต่างต้นทุนที่เกี่ยวเนื่องกับราคาพลังงานโดยตรง กระทรวงพาณิชย์จึงได้ยกระดับมาตรการเชิงรุกผ่านการเข้มงวดบัญชีสินค้าควบคุมจำนวน 59 รายการ โดยมีการทบทวนรายการสินค้าในช่วงกลางปีให้ครอบคลุมสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพในชีวิตประจำวันมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มความเข้มข้นในกลุ่มสินค้าที่ต้องขออนุญาตล่วงหน้าก่อนมีการปรับขึ้นราคาอีก 6 รายการ รวมถึงกลุ่มสินค้าพลังงานที่สำคัญ โดยกระทรวงพาณิชย์มีแผนเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าหารือเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการทบทวนความเหมาะสมของการคิดค่าการกลั่นและค่าพรีเมียม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันภายใต้กฎหมายเฉพาะของกระทรวงพลังงาน ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ปูพรมตรวจสต๊อกและสถานะการติดป้ายแสดงราคาสินค้ากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาส

ผนึกกำลังผู้ผลิตรายใหญ่ลดค่าครองชีพ "ไทยช่วยไทย"

ในด้านการดูแลภาระค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดการเจรจากับกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ ผู้ประกอบการค้าปลีกและค้าส่ง เพื่อหาจุดสมดุลในการประคับประคองทั้งฝั่งผู้ประกอบการและภาคประชาชน โดยเตรียมจัดแคมเปญลดราคาสินค้าพิเศษกว่า 1,000 รายการ ในอัตราเฉลี่ย 25-50% เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้ง่ายขึ้น ภายใต้โครงการ "ไทยช่วยไทย" ซึ่งจะเริ่มดีเดย์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป

สำหรับกลยุทธ์ในระยะยาว กระทรวงฯ มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งยกระดับสินค้าชุมชนเข้าสู่ช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งในห้างสรรพสินค้า ร้านโชห่วย แพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงระบบค้าปลีก-ค้าส่งขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ขณะที่โครงการ "ธงฟ้า" จะมีการปรับรูปแบบจากการกระจายตัวรายปี เป็นการรุกเข้าสู่พื้นที่ระดับชุมชนจำนวน 500 แห่ง ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม โดยจะใช้โมเดล "รถธงฟ้า" เป็นกลไกหลักในการกระจายสินค้าจำเป็นให้เข้าถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง
บริหารจัดการโซ่อุปทานปุ๋ยและตลาดส่งออกใหม่

จากการติดตามผลกระทบจากวิกฤตการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทรวงพาณิชย์พบว่ามีเรือขนส่งสินค้าสำคัญ อาทิ ปุ๋ยเคมี พลังงาน และปิโตรเคมี ติดค้างอยู่ในเส้นทางดังกล่าว โดยเฉพาะเรือขนส่งปุ๋ยจำนวน 5 ลำที่ยังไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในปัจจุบันจะสามารถใช้ได้จนถึงเดือนสิงหาคมนี้เท่านั้น

“เราพยายามลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าในการปรับสูตรปุ๋ยเพื่อไม่ให้ขาดตลาด ภายใต้ต้นทุนที่ถูกต้อง เพราะเป็นสินค้าควบคุม มีการรวบรวมเรือที่คงค้างว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้าง”

นอกจากนี้ ในมิติของการส่งออก พบว่าสินค้าเกษตรสำคัญอย่าง "ข้าว" ที่เตรียมส่งออกไปยังประเทศอิรักมีสภาวะชะลอตัวลง แต่ยังไม่มีรายงานการยกเลิกคำสั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิดเพื่อรวบรวมข้อมูลวัตถุดิบที่คงค้างในเส้นทางเดินเรือ และเร่งเจรจาหาตลาดส่งออกใหม่ๆ มาทดแทนตลาดเดิมที่มีปัญหาด้านโลจิสติกส์ เพื่อรักษาเสถียรภาพรายได้จากการส่งออกของประเทศให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ข้าวแกงขึ้นราคาต้องแสดงป้ายชัดเจน

นางศุภจี กล่าวอีกว่า ในด้านการดูแลต้นทุนอาหารจานด่วนและข้าวแกง กระทรวงพาณิชย์มีแผนนำวัตถุดิบจำเป็นที่เป็นสินค้าเกษตรจากต้นทาง เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ และน้ำตาลทราย ส่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมาย คือ ร้านอาหารปรุงสำเร็จ ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง และร้านขายเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในตลาดสดทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ทั้งนี้ในระยะสั้นนี้ จะเริ่มดำเนินการใน 24 แห่ง โดยจัดแห่งละ 2 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 48 ครั้ง และจะใช้กลไกนี้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ร้านค้ามีต้นทุนวัตถุดิบที่เหมาะสมและสามารถคงราคาจำหน่ายที่ไม่สูงเกินไปได้

“เราเน้นย้ำให้ร้านค้าต้องติดป้ายประกาศราคาให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคทราบราคาก่อนตัดสินใจซื้อและเตรียมเงินให้พอดี หากมีการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทางกระทรวงจะเข้าไปดูแลตามระเบียบต่อไป”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...