โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CPAXT เปิด AXTRA AGRI-CONNEXT เชื่อมเกษตรกรสู่โมเดิร์นเทรด

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 0.16 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นนวิชั่นบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เปิดตัว AXTRA AGRI-CONNEXT แพลตฟอร์มแห่งโอกาส กลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ประกอบการ และตลาดสมัยใหม่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ซีพี แอ็กซ์ตร้าเชื่อว่า ‘โอกาสที่ดี’ ควรเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม จึงพัฒนา ‘แพลตฟอร์มแห่งโอกาส’ ระบบออนไลน์ 24 ชั่วโมง ลดข้อจำกัดและขั้นตอนที่ซับซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกิจ และสร้างโอกาสได้จริง โดยแพลตฟอร์มนี้เชื่อมโยงเกษตรกรสู่โมเดิร์นเทรดอย่างไร้รอยต่อ เปิดทางนำเสนอสินค้าเข้าสู่ makro และ Lotus’s ได้โดยตรง ช่วยลดช่องว่างตลาดและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน พร้อมสนับสนุนตั้งแต่การอบรมและพัฒนาสินค้า คัดเลือกสินค้า ไปจนถึงโอกาสในการจำหน่าย”

ด้าน นายจิราวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า “กรมการค้าภายในมีบทบาทสำคัญในการดูแลเสถียรภาพราคาสินค้า และสร้างความเป็นธรรมในระบบตลาด โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจไทย ในปัจจุบัน ความท้าทายสำคัญคือ การทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงตลาดได้โดยตรงมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับผู้ผลิต “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยงเกษตรกรเข้าสู่ตลาดสมัยใหม่ ทั้งในรูปแบบค้าปลีกและช่องทางดิจิทัล ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้สินค้าเกษตรมีช่องทางจำหน่ายที่หลากหลาย ราคามีความเหมาะสมและเป็นธรรม ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าคุณภาพได้ง่ายขึ้น กรมการค้าภายในพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ระบบตลาดมีความโปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์กับทุกฝ่ายและเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตรไทยในอนาคต”

ขณะที่ นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า “ภารกิจสำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตร คือการพัฒนาเกษตรกรไทยให้ผลิตได้อย่างมีคุณภาพ และขายได้อย่างมีมูลค่า ที่ผ่านมา เรามุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการวางแผนการผลิต เพื่อให้เกษตรกรก้าวสู่การเป็น Smart Farmer สามารถผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การผลิต คือ การเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า โดยการสนับสนุนฐานข้อมูลแหล่งที่มาของสินค้าผ่านระบบ i-Trace (Traceability System) ซึ่งเป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร เพียงสแกน QR Code บนสินค้า ก็สามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญตั้งแต่แหล่งที่มา สายพันธุ์ มาตรฐานการผลิต สถานที่ปลูก ไปจนถึงข้อมูลโภชนาการได้

ด้าน นายภักดี จันทร์เกษ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มองว่า “สหกรณ์ถือเป็นกลไกสำคัญในการรวมพลังของเกษตรกร เพื่อสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านการผลิตและคุณภาพสินค้าด้วยการจัดตั้งโรงแพ็คสินค้าที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการบริหารจัดการด้านตลาด ทำให้สามารถบริหารจัดการผลผลิตได้ในปริมาณที่ตลาดต้องการ ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพสหกรณ์ในการเข้าถึงตลาดสมัยใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า พร้อมผลักดันให้สหกรณ์ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในห่วงโซ่อุปทาน”

ขณะที่ นายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย ประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร (AFC) ระบุว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจำหน่าย พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer เข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด ช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SME สามารถเข้าถึงตลาด ต่อยอดธุรกิจ และขยายโอกาสสู่ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืนในทุกภาคส่วน”

ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็นศูนย์รวมเกษตรกรและ SME ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้และการอบรมเกษตรกร เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตและการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงทางการค้าและกิจกรรม Business Matching ระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด โดยในปี 2569 ตั้งเป้ารับซื้อสินค้าเกษตร 30,000 ตัน มูลค่ารับซื้อ 35,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...