ไฟป่าพรุสงขลาลามพันไร่! เร่งประสานฝนหลวง-ทหารระดมดับ วงจรปิดจับตาฝีมือมนุษย์
สงขลา - เกิดเหตุไฟไหม้ป่าพรุต้นกระจูดเกาะสะบ้า หมู่ที่ 5 บ้านโคกพะยอม ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา เป็นวันที่ 3 แล้ว โดยไฟได้ลุกลามเป็นวงกว้างเสียหายนับ 1,000 ไร่ สร้างความเดือดร้อนให้กับพื้นที่ มีการประสานงานหน่วยงานต่างๆ เพื่อระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 100 นาย เข้าพื้นที่เพื่อสกัดกั้นเพลิง โดยนำเครื่องสูบน้แรงดันสูงไปวางริมคูน้ำแนวกันไฟและสูบน้ำฉีดสกัดต้นเพลิงที่กำลังลุกไหม้ นอกจากนี้ ยังได้ประสานงานขอฝนหลวงมาช่วยบรรเทาสถานการณ์ด้วย
นายสราวุธ ซุ่นพงศ์ นายอำเภอเทพา ระบุว่า จุดที่เกิดไฟไหม้ป่าพรุนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบสองเดือน เนื่องจากมีเชื้อเพลิงสะสมมานานหลายปี เจ้าหน้าที่ได้สูบน้ำจากคูน้ำที่เป็นแนวกันไฟเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ไฟลุกลามข้ามถนนคอนกรีตไปยังพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ส่วนพื้นที่กลางป่าพรุที่เข้าถึงยากนั้นต้องปล่อยไปก่อน นอกจากนี้ ได้สั่งการให้มีการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ที่อาจจุดไฟเผาในพื้นที่การเกษตรของตนเองจนลุกลามเข้าป่าพรุ โดยจะพิจารณาจากจุดเริ่มต้นของไฟและพยานแวดล้อม หากพบจะดำเนินการตามกฎหมาย ขณะเดียวกันก็อาจเกิดจากความร้อนสะสมในสภาพอากาศที่ร้อนจัดของอำเภอเทพาที่ผ่านมาได้มีการแจ้งเตือนชาวบ้านให้งดการเผาในช่วงนี้แล้ว
สำหรับปัญหาสุขภาพของชาวบ้านที่อาจได้รับผลกระทบจากควันไฟป่าพรุ ขณะนี้ยังไม่พบผู้ได้รับผลกระทบทางเดินหายใจ เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากหมู่บ้าน แต่ได้ประสานงานกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้ตรวจสอบและให้คำแนะนำแก่ชาวบ้านแล้ว ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสาเหตุหลักเกิดจากชาวบ้านเผาวัชพืชในพื้นที่การเกษตรของตนเอง แล้วสะเก็ดไฟลอยตามลมไปตกในป่าพรุ ประกอบกับมีต้นกระจูดขึ้นหนาแน่นและต้นเสม็ดขาวกระจายอยู่รอบป่าพรุ อีกทั้งจุดดังกล่าวไม่มีไฟป่าเกิดขึ้นมานานกว่า 5 ปี ทำให้มีเชื้อเพลิงสะสมจำนวนมาก เมื่อมีกระแสลมแรงจึงทำให้ไฟโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงและเกิดควันหนาทึบจนยากต่อการมองเห็นแนวไฟ
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news