โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะแฟชั่น Met Gala 2026 เมื่อแฟชั่นถูกครอบด้วยความอลังการโดยไม่อิงความเรียบง่ายอีกต่อไป

LSA Thailand

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 12.29 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 05.29 น. • Lifestyle Asia Thailand

ตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโลกแฟชั่นถูกครอบด้วยภาษาของความเรียบง่ายและความแพงที่ไม่ต้องประกาศตัวเองมากนัก คำว่า “Quiet Luxury” กลายเป็น aesthetic สำคัญของยุค 2020s ทั้งเสื้อผ้าสีสุภาพ งานตัดเย็บเรียบกริบ วัสดุดี โลโก้น้อย และความหรูหราที่ต้องใช้สายตาคนรู้จริงจึงจะอ่านออก เพราะเสื้อผ้าพื้นฐานเหล่านั้นถูกยกระดับขึ้นด้วยคุณภาพและความเหนือกาลเวลา ซึ่งมันใช้ได้ผลมาตลอดจนกาลเวลาเปลี่ยนผ่านมาถึงปี 2026 โดยเฉพาะบนพรมแดง Met Gala 2026 ภายใต้เดรสโค้ด “Fashion is Art” ที่ความเงียบแบบนั้นแทบไม่ใช่ภาษาหลักอีกต่อไป

Photo Credit: Jamie McCarthy

ปีนี้ธีมงานกลับมาทำให้ลุคแต่ละคนนั้น “ตะโกน” อีกครั้ง แต่ไม่ใช่การตะโกนในความหมายของคำหยาบหรือความพยายามเกินไป แต่ตะโกนในความหมายของการประกาศว่า เสื้อผ้ายังสามารถเป็นจินตนาการ เป็นความฝัน เป็นการแสดง เป็นประติมากรรม เป็นภาพวาด และเป็นศิลปะที่เคลื่อนไหวได้อยู่ นี่คือเหตุผลที่ Met Gala 2026 น่าสนใจกว่าการจัดอันดับว่าใครแต่งตัวสวยที่สุด แต่มันคือค่ำคืนที่แฟชั่นเหมือนพยายามปลดล็อกตัวเองออกจากความปลอดภัยของความเรียบง่าย แล้วกลับไปสู่หน้าที่ดั้งเดิมอย่างหนึ่งของมันนั่นคือการทำให้คนรู้สึกบางอย่างบางอย่างที่ยังมีชีวิต บางอย่างที่สัมผัสได้ว่าแฟชั่นมันจะมีเรื่องเล่าของมันเสมอ

นิทรรศการประจำปีนี้ของ The Costume Institute ใช้ชื่อว่า “Costume Art” โดย The Met อธิบายว่าเป็นการสำรวจภาพของร่างกายที่ถูกแต่งกายผ่านคอลเลกชั่นของพิพิธภัณฑ์ และจับคู่เสื้อผ้ากับงานศิลปะเพื่อเผยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างเสื้อผ้ากับร่างกาย ส่วนเดรสโค้ด “Fashion is Art” ก็เชิญให้แขกแสดงความสัมพันธ์ของตัวเองกับแฟชั่นในฐานะ “embodied art form” หรือศิลปะที่มีร่างกายเป็นสื่อกลาง เพราะฉะนั้นเมื่อมองจากแกนของงาน Met Gala 2026 จึงไม่ใช่งานที่ต้องการความเรียบ ความพอดีตั้งแต่แรก แต่เป็นงานที่เปิดพื้นที่ให้แฟชั่นทำสิ่งที่เสื้อผ้าในชีวิตประจำวันอาจทำไม่ได้ นั่นคือความเกินจริง การบิดเบือนร่างกาย การอ้างอิงศิลปะ การสร้างภาพจำ และการเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นงานศิลปะที่เดินได้

ในแง่นี้ Met Gala 2026 ไม่ได้ต่อต้าน Quiet Luxury แบบตรงไปตรงมา แต่กำลังแสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของแฟชั่นที่ Quiet Luxury ไม่สามารถตอบแทนได้ทั้งหมด เพราะเมื่อความเงียบกลายเป็นภาษาหลักนานเกินไป แฟชั่นก็เสี่ยงจะกลายเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ ทุกอย่างดูดี ดูแพง ดูสุภาพ แต่ไม่จำเป็นต้องทำให้รู้สึกว้าวถึงความตระการตาในทุกครั้งก็ได้ หลังจากพรมแดงแฟชั่นใช้เวลาอยู่หลายปีกับความเรียบนิ่ง ครั้งนี้จึงเป็นการแสดงถึงซิลูเอตที่เกินตัว การโหยหาผ้าเคปขนาดใหญ่ งานปักประดับที่ไม่ได้ถูกออกแบบให้สวมใส่ได้จริง แต่สามารถเป็นความทรงจำให้เหล่าสาวกไม่มีวันลืม

Photo Credit: Met Gala 2026
Photo Credit: Met Gala 2026

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Naomi Osaka ในลุคจาก Robert Wun ที่ลุคนี้ไม่ได้พูดภาษาของความเรียบเลย แต่มันทำงานแบบศิลปะการแสดงมากกว่า Vanity Fair อธิบายว่าลุคของเธอเกี่ยวกับร่างกายที่ค่อยๆ เปิดเผยตัวเอง จากผิวหรือเปลือกภายนอกไปสู่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเลือด โดยมีชั้นนอกที่ถูกถอดออกกลางพรมแดง ก่อนเผยเดรสสีแดงด้านในที่ใช้ลูกปัดเย็บด้วยมือถึง 659,000 ฝีเข็ม นี่คือแฟชั่นที่ไม่พยายามดูแพงแบบเงียบๆ แต่พยายามทำให้ร่างกายกลายเป็นเรื่องเล่าอย่างแท้จริง

อีกลุคหนึ่งที่อธิบายการขยับออกจาก Quiet Luxury ได้ดีมากคือ Chase Infiniti ในลุคจาก Thom Browne ลุคนี้เป็น trompe l’oeil gown ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Venus de Milo และถูกปักด้วยซีควินต์มากกว่า 1.5 ล้านชิ้น พร้อม silk fringe กว่า 600 สีเพื่อเลียนแบบ brushstrokes ถ้า Quiet Luxury เชื่อในพลังของรายละเอียดที่แทบมองไม่เห็น ลุคนี้ก็ทำตรงกันข้ามอย่างน่าสนใจเพราะผลงานชิ้นนี้เหมือนเป็นการนำงานฝีมือออกมาไว้บนผิวของชุดอย่างเปิดเผย และนี่คือจุดที่ผู้เขียนไม่ควรเขียนว่า Quiet Luxury ถูกกลืนและเลือนหาย แต่ควรเขียนว่า Met Gala ประจำปี 2026 ทำให้เราเห็นว่า ความหรูหราไม่ได้มีเพียงแค่รูปแบบเดียว

Photo Credit: Met Gala 2026

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าปีนี้เหล่าเซเลบริตี้จำนวนมากใช้ร่างกายเป็นเหมือนผ้าแคนวาส และพรมแดงเต็มไปด้วยสีสันของประติมากรรม และการอ้างอิงศิลปะ ตั้งแต่ Gustav Klimt, John Singer Sargent ไปจนถึง Winged Victory of Samothrace ขณะเดียวกัน Madonna ยังนำเสนอศิลปะผ่านลุคที่สวมใส่บนพรมแดงผ่านเคปและเครื่องหัวที่อ้างอิงภาพวาดของ Leonora Carrington ทั้งหมดนี้จึงทำให้ Met Gala ปีนี้ดูเหมือนการจัดแสดงแกลเลอรีหรือชิ้นส่วนของพิพิธภัณฑ์มากกว่าพรมแดงทั่วไป

และถ้าจะถามว่าทำไมปีนี้ความเป็นศิลปะถึงทำให้ Quiet Luxury ดูถอยไปอยู่ข้างหลัง คำตอบอาจไม่ใช่เพราะมันเชยหรือน่าเบื่อ แต่เพราะโจทย์ของงานต้องการอย่างอื่น นั่นคือความแฟนตาซี และการเล่าเรื่องหรือตีความแฟชั่นในอีกหลายแง่มุมที่ต่างออกไปจนเกิดเป็นความสนุกมากยิ่งขึ้น

Photo Credit: Met Gala 2026
Photo Credit: Met Gala 2026

หลังจากหลายปีที่แฟชั่นหลงใหลในความเงียบ ความนิ่ง และความเนียน ปีนี้พรมแดงของ The Met กลับเตือนเราว่า เสื้อผ้ายังมีสิทธิ์จะฝัน ยังมีสิทธิ์จะเว่อร์ ยังมีสิทธิ์จะทำให้คนงง ทำให้คนเถียง ทำให้คนตื่นเต้น และทำให้คนรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่หน้าผลงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่สามารถอยู่บนตัวมนุษย์ได้จริงๆ

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...