โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CPF ชูกลยุทธ์ AI First ปั้นโกลบอลแบรนด์ อาหารไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 04.56 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 02.19 น.

ในบ้านเราคงไม่มีใครไม่รู้จัก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และอาหารครบวงจรของไทย ที่ขยายการลงทุนไปใน 14 ประเทศทั่วโลก

ว่ากันว่า ธุรกิจเกษตรเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่บริหารจัดการยากที่สุดในโลก เพราะทำงานกับสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อมที่คาดเดาได้ยากต้องแข่งกับ “เวลา” และเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย ไม่นับความท้าทายทั้งจากสารพัดวิกฤต และการแข่งขัน

ถึงอย่างนั้น ในปี 2568 “CPF” ทำรายได้จากการขาย 5.7 แสนล้านบาท แต่ยังไม่เท่าความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นถึง 29% จากปีก่อนหน้า มาปิดที่ 25,197 ล้านบาท จนจ่ายปันผลรวมทั้งปีได้ 1.25 บาทต่อหุ้น สูงสุดเป็นประวัติการณ์

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสร่วมพูดคุยกับ “ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ”ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPF และ ดร.สรรเสริญ สมัยสุต กรรมการผู้จัดการ AXONS ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีการเกษตร (Agri-Tech) เบื้องหลังเทคโนโลยีของ CPF

อะไรอยู่เบื้องหลังความสามารถในการขับเคลื่อนองค์กร ที่มีพนักงาน 1.2 แสนคน (เฉพาะในไทย 7 หมื่นคน) ให้เติบโตและแข่งขันได้

ดันอาหารไทยบุกตลาดโลก

นายประสิทธิ์กล่าวว่า อาหารไทยมีชื่อเสียง และศักยภาพไม่แพ้ชาติอื่นในโลก ถ้าอเมริกามีแบรนด์เคเอฟซี, แมคโดนัลด์ อาหารอิตาเลียน, ฝรั่งเศสได้รับการยอมรับระดับสากล อาหารไทยก็มีโอกาสไปถึงจุดนั้นได้ CPFจึงวางเป้าหมายที่จะผลักดันอาหารไทยเข้าไปบุกตลาดโลก และเพิ่มสัดส่วนรายได้ในธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้น

จากปัจจุบันรายได้หลักมาจากธุรกิจอาหารสัตว์ (FEED) และธุรกิจเลี้ยงสัตว์ (FARM) ส่วนธุรกิจอาหาร (FOOD) มีสัดส่วนราว 20 กว่า% แต่อยากให้ไปถึงครึ่งของรายได้รวมในอนาคต

“ทั้งบริษัทเรารายได้เกือบ 6 แสนล้านแต่ธุรกิจ Food มีรายได้อยู่ที่แสนกว่าล้านบาท ถือว่าไม่เยอะ เมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ (Meat) แต่ตั้งเป้าการเติบโตปีละ 10% เพราะในแง่กำไรสูงกว่า ความสเตเบิลในแง่ธุรกิจ และความต่อเนื่องก็ดีกว่า อย่างที่บอกว่าเราตั้งเป้าผลักดันอาหารพร้อมทานแบรนด์ไทยไประดับโกลบอล ซึ่งจะต้องทำเรื่องการสร้างแบรนด์”

ปัจจุบัน CPF มีแบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารที่ไปทำตลาดต่างประเทศ 2 แบรนด์ คือ Kitchen Joy ทำตลาดในยุโรป และสแกนดิเนเวีย เป็นอาหารไทยพร้อมทานแช่แข็งในกล่องสี่เหลี่ยม (Thai Cube) และ CP Authentic Asia เน้นเมนูอาหารเอเชียต้นตำรับ วางจำหน่ายในหลายประเทศทั่วเอเชีย ยุโรป และอเมริกา

“เรายังมีนวัตกรรมอาหารอย่าง ไก่เบญจา ที่เลี้ยงด้วยข้าวกล้องจนได้เนื้อที่นุ่มเด้งเป็นพิเศษ และมีแคมเปญ ไก่ไทยไปอวกาศ ที่ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับ NASA เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่ามาตรฐานเหนือกว่าความคาดหมาย”

เกาะติดวิกฤตพลังงาน

นายประสิทธิ์กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานด้วยว่า บริษัทเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มีการเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะเรื่องแพ็กเกจจิ้งต่าง ๆ โดยขอความร่วมมือซัพพลายเออร์ในการร่วมกันรับมือ และเตรียมความพร้อมเรื่องวัตถุดิบจะบริหารจัดการต้นทุนอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบราคาสินค้า

“เรากำลังดูว่าจะกระทบแค่ไหน ต้องรีไวซ์แพ็กเกจจิ้งไหม ต้นทุนการขนส่ง ต้นทุนแพ็กเกจจิ้งต่าง ๆ เพราะสินค้าเราไม่ได้กำไรเยอะ คุยกับซัพพลายเออร์ทุกเจ้า ตอนนี้เป็นแผนในการติดตามในแต่ละช่วงว่าซัพพลายของมีโอกาสติดขัดอะไร ต้องปรับปรุงอะไรไหม การมีเทคโนโลยีที่ดีทำให้เราคอนโทรลได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงของสิ่งมีชีวิตไม่ติดเชื้อไม่ติดโรคทำให้ซัพพลายสเตเบิล”

เจาะกลยุทธ์ขี่มังกรโต

CPF เป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้การดำเนินธุรกิจตั้งแต่ยุคแรก และมากขึ้นในช่วงวิกฤตโควิด เป็นต้นมา เพราะธุรกิจเกษตรเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต สภาพแวดล้อม การขนส่งทุกเสี้ยวนาทีจะมีผลกับคุณภาพสินค้า ทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิต แปรรูป โรงงาน การขนส่ง ไปจนถึงช่องทางขายจะแข่งกับเวลา เพราะเป็นของสด ถ้าไม่มีการบริหารจัดการที่ดีด้วยการใช้ “เทคโนโลยี” โอกาสที่จะทำให้ต้นทุนถูกลง และยังมีคุณภาพทำได้ยากมากเทคโนโลยีจึงเข้าไปเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนของกระบวนการธุรกิจ

ปัจจุบันเป็นยุคที่ 3 ที่จะใช้ “วิสัยทัศน์ควบคู่กับข้อมูล”

“ดร.สรรเสริญ” อธิบายเพิ่มเติมว่า ธุรกิจเกษตร การเชื่อมข้อมูลระหว่างต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำสำคัญมาก ในยุคแรก 40-50 ปีก่อน ท่านประธานอาวุโส (ธนินท์ เจียรวนนท์) มีวิสัยทัศน์ที่จะลงทุนเลือกของดีที่สุดระดับโลกมาใช้ เป็นยุคของการซื้อเทคโนโลยีมาใช้ อีกสิบกว่าปีถัดมาเข้าสู่ยุคสองที่เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้เองบางส่วน

“พอเราซื้อมาใช้ก็จะเริ่มรู้ว่าอะไรที่เป็นตัวเรา อะไรที่ไม่ใช่ และต้องเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเอง พอพัฒนาเองมาเรื่อย ๆ ก็เข้าสู่ยุคที่สามในปัจจุบัน เป็นยุคที่อยู่บนโครงสร้างพื้นฐานที่เราพัฒนาเองได้เกือบหมดแล้ว ตั้งแต่ระบบเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ โรงงาน แปรรูป ขนส่ง หรือแม้แต่ช่องทางขาย เราพัฒนาขึ้นมาเองหมด”

และว่าประเทศไทยมีความโชคดีที่ไม่ใช่แค่ “ฟ้าประทาน” ให้เพาะปลูกได้ทุกฤดูแต่ยังมีความเป็นกลางไม่ต้องโดนบังคับเหมือนประเทศอื่นที่ต้องเลือกข้าง อเมริกามีกูเกิล, อเมซอน, AWS หรือจีน มีหัวเว่ย, เทนเซนต์ ก็ซื้อมาใช้ และคบกันเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีได้ ใครมีอะไรดีก็หยิบมาต่อยอดร่วมกันแบบ “วิน-วิน” เพื่อให้ CPF มีต้นทุนที่แข่งขันและส่งมอบอาหารที่ปลอดภัยให้คนทั่วโลกได้อย่างยั่งยืน

เรียกว่า CPF“ขี่มังกรโตได้ทุกประเทศ” และ “เทคโนโลยี” เป็นหัวใจที่ทำให้ต้นทุนต่ำลง

เคลื่อนนโยบาย AI First

“ต้องเข้าใจว่า ราคาขาย แข่งกันสูงมาก มีส่วนต่างไม่เยอะ ฉะนั้นส่วนที่จะทำให้เป็นผู้ชนะได้ คือการบริหารจัดการหลังบ้านที่ดีกว่า ทำให้ซอฟต์แวร์หรือเอ็นจิเนียริ่งต้องพัฒนาแบบ สูทสั่งตัดที่เป็นเอกลักษณ์ของเราเอง เราทำธุรกิจในหลายประเทศ ทำหนึ่งระบบใช้ได้หลายบริษัท ทำให้เกิดการแชร์โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เทคโนโลยีจึงราคาถูกลงอย่างมีนัย และส่งผลต่อราคาสินค้าที่ไม่ต้องนำค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีไปบวกเพิ่มเยอะทำให้เปิดตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้นด้วย”

“ดร.สรรเสริญ” ย้ำว่า เทคโนโลยีจึงเป็น “เกมบุก” และไม่ใช่มีแค่ “เงินก็ซื้อได้” แต่เป็นเรื่องกระบวนการทำงานที่ต้องเปลี่ยนเป็นรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น และใช้แอปพลิเคชั่นมากขึ้น

“ซีอีโอ CPF” กล่าวว่า บริษัทนำนโยบาย AI Frist มาใช้ในองค์กรอย่างเข้มข้น มีการปรับโครงสร้าง ตั้งหน่วยงาน AI BP (AI Business Partner) เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน เช่น ในโปรดักชั่นไลน์ ไก่ทอด ที่ผ่านมามีคนไปยืนสุ่มตรวจ เจาะดูอุณหภูมิว่าได้มาตรฐานไหม ซึ่งไม่มีใครทำได้ 100% ต้องรีเช็ก ก็ยังคุมไม่ได้ทั้งหมด ฉะนั้น AI ช่วยได้มาก ใช้กล้องดูสี ขนาด มีเซ็นเซอร์วัดความร้อนทำได้ 100%

ในภาพรวม AI จะช่วย 3 ด้าน คือ 1.เพิ่มประสิทธิภาพ 2.ลดความเสี่ยง และ 3.ด้านการขาย

“AI BP เป็นคนเทคที่เข้าใจธุรกิจ มีราว 600 คน ที่จะไปอยู่กับบียูต่าง ๆ ไปอยู่หน้างาน เปรียบเป็นล่ามช่วยนำเสนอโครงการ เช่น เขาอาจเสนอว่า การเลี้ยงกุ้งไม่ควรเอาคนไปเดินในบ่อ เพราะเสี่ยงติดโรค ใช้กล้องเข้าไปแทนไปส่องใต้น้ำ แล้วใช้เอไอคำนวณขนาด เทียบกับปริมาณการให้อาหารว่าควรให้เท่านี้เท่านั้น กล้องจะก็เห็นหมดเลย รวมถึงคุณภาพน้ำด้วยทำให้เกษตรกร หรือคู่ค้าเปลี่ยนจากคนธรรมดา เป็นคนเก่งได้”

อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ ไม่ใช่เพื่อแข่งกับ “คน” แต่มาช่วยลดงานที่ซ้ำซาก น่าเบื่อ เพื่อยกระดับคุณค่าของคนให้สูงขึ้น ให้ไปทำงานที่ใช้สมอง มีคุณค่า และมีความหมาย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : CPF ชูกลยุทธ์ AI First ปั้นโกลบอลแบรนด์ อาหารไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...