“บิวกิ้น” สุดฮอต คอนเสิร์ต-พรีเซนเตอร์รุมแน่น สวบบท ศิลปิน-ซีอีโอ รับมือเศรษฐกิจ
เปิดปีแบบปังไม่พัก สำหรับ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ที่ทั้งงานพรีเซนเตอร์และคอนเสิร์ตไหลมาไม่หยุด
ล่าสุด เจ้าตัวมาร่วมงาน “Birdy Smile Station” ณ Parkside Hall ชั้น G, Central Park Bangkok ภายในโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ในฐานะพรีเซนเตอร์คนใหม่
เจ้าตัวเปิดใจยอมรับเป็นพลังดีในการเริ่มต้นปี พร้อมถ่อมตัวไม่กล้ารับฉายาเจ้าพ่อพรีเซนเตอร์ ย้ำความสำเร็จมาจากการเป็นตัวเองและความจริงใจ เดินหน้าลองสิ่งใหม่ทั้งงานเพลง การแสดง และธุรกิจ ควบบทศิลปิน-ซีอีโอแบบบาลานซ์ พร้อมเผยภาพรวมธุรกิจยังไปได้ แม้เศรษฐกิจผันผวนก็เตรียมรับมือและปรับตัวต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเตรียมลุยคอนเสิร์ตต่างประเทศ ซ้อมยาวช่วงสงกรานต์ เจอแฟนๆ หลายประเทศเร็วๆ นี้
ตั้งแต่ไตรมาสแรกกระแสบิวกิ้นปังขึ้นตลอด รู้สึกเป็นยังไงบ้าง เพราะสามเดือนแรกก็พรีเซนเตอร์เยอะ? “ผมว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของช่วงคอนเสิร์ตด้วย มันก็เป็นการเปิดหัวปีที่ดี หมายถึงในมุมของตัวเองก็รู้สึกว่ามันเป็น energy ที่ดีในการเริ่มต้นปี สามเดือนแรกมันเป็นคอนเสิร์ตต้นปี มันก็เลยทำให้รู้สึกว่าเปิดหัวแล้วก็น่าตื่นเต้น”
คนก็ไปโฟกัสว่าพรีเซนเตอร์เราก็มาต่อเนื่องไม่หยุด ยกให้เป็นเจ้าพ่อพรีเซนเตอร์? “โห ไม่ขนาดนั้น มีเยอะแยะมากมายหลายคนครับ ผมก็เรียกว่าเป็นตัวเล็กๆ ในอุตสาหกรรม ตัวเล็กๆ พออยู่ได้ แค่ได้กินเบอร์ดี้สักกระป๋องหนึ่งก็มีความสุขแล้วครับ เป็นคนมีความสุขง่ายครับ”
ทำยังไงให้ลูกค้ารักขนาดนี้? “จริงๆ ผมไม่ได้คิดขนาดนั้นเลย ผมก็คิดว่าเป็นตัวเองมั้ง จริงใจประมาณนี้ครับ ถ้าเกิดใครรู้สึกว่าผมเหมาะกับตรงไหน ก็แฮปปี้ที่จะทำงานกับคนที่เขาชอบเรา ตอนนี้ก็ยังรับได้อยู่ครับ (หัวเราะ) อีกเยอะเลย ผมไว้ผมยาวรอแชมพู ไม่มาเลย เลยตัดทิ้งซะแล้ว แซวเล่นครับ ผมว่าก็ตามจังหวะนะครับ เอาจริงๆ เวลาที่คนชวนเราไปทำงาน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม จะเป็นพรีเซนเตอร์หรืออะไรก็ตาม เราดีใจเวลาที่เขาเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราเป็น เราอยากร่วมงานกัน เหมือนเรา agree กับ collection direction ของเขา ผมก็อยากทำงานทุกงาน เป็นคนโลภมาก คือชอบลองนั่นนี่”
มีอะไรที่อยากลองอีกไหม? “ในเชิงอะไรใหญ่ๆ อาจจะไม่ได้มีขนาดนั้น แต่ในภาพรวมคือตอนนี้ เราพอจะรู้สิ่งที่เรารู้สึกว่ามันเป็นเรา โฟกัสกับมัน สิ่งใหม่ๆ ที่เราอยากจะลองทำมันจะเป็นพวก minor detail หรือ direction ที่มันอยู่ในนั้นมากกว่า อย่าง อัลบั้มหน้า จะทำยังไงดีให้มันน่าสนใจ ถ้าจะกลับมาทำงานแสดงก็รองานแสดงอะไรที่มันจะพาเราไปข้างหน้า หรือธุรกิจอื่นๆ อะไรที่มันจะทำให้เราสนุก”
เป็นโจทย์ที่ยากขึ้นไหม? “มันก็ยากครับ เพราะทุกครั้งที่เราทำอะไร เราก็หาสิ่งอะไรที่มันทำให้เราสนุกกับมัน แล้วก็ motivate เราไปด้วย พัฒนาเราไปด้วย ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ“
มีคนชื่นชมว่าเรามีรายละเอียดในงานเยอะ? “ก็ดีใจที่คนเห็น คือจริงๆ แล้วผมว่าทุกครั้งที่เราพยายามจะใส่รายละเอียดหรือความรู้สึกต่างๆ ลงไปในงาน แล้วพอเราทำออกมาแล้วคนเห็น detail เหล่านี้ เราก็ดีใจ เขาเห็นในสิ่งที่เราพยายามจะสื่อสาร แม้มันจะเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างช่วงคอนเสิร์ต แฮปปี้ แล้วพอยิ่งไปอ่านก็ยิ่งเห็นว่า detail เล็กๆ น้อยๆ เหมือนกับว่าคนที่มาดูเป็นแฟน คลับที่เขาเห็นสิ่งนั้นแล้วเขาให้คุณค่ากับมัน ก็ทำให้เรากล้าที่จะทำลงไปอีก”
เป็นศิลปินด้วยและเป็นซีอีโอเองด้วย มันต้องบาลานซ์กันยังไง ยากไหม? “ผมว่ามันก็ยาก แต่มันก็ง่าย ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องดูหลายๆ มุม อย่างฝั่งบริหารกับฝั่งศิลปิน คือเหมือนผมจะเหยียบอยู่หลายขา แต่ว่าผมไม่ได้เหยียบเต็มขา อย่างในฝั่งบริหารเองผมก็มีทีม มีพี่ๆ คอยจัดการ คอยช่วยซัพพอร์ตให้ทุกอย่างมันดีมากขึ้น อย่างในธุรกิจอื่นผมก็มีพาร์ตเนอร์ เพื่อน มีคนมาช่วยบริหาร เราไปเหยียบอยู่ในหลายๆ ที่ แต่ว่าเราก็วิ่งไปวิ่งมา”
ในพาร์ตของการทำธุรกิจมีอะไรกังวลบ้างไหม? “ไม่มีเลยครับ ในปัจจัยภาพรวมอาจจะมีบ้าง เรื่องที่รู้ๆกันตามข่าวภาพรวมเศรษฐกิจแต่ก็ยังถือว่าได้รับผลกระทบน้อย ยังมีคนที่ได้รับผลกระทบเยอะกว่าเรา ผมว่ามันต้องดูเป็นรายปัจจัยมากกว่า สมมติว่าถ้าทุนไม่ได้ ทำแล้วขาดทุน ต้องเกินทุนเราก็ต้องหยุด แต่ถ้าหยุดแล้วมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ความต่อเนื่องของสินค้าในภาพรวมก็เป็นเรื่องที่ต้องเอามาคิดกันอีกที ตอบยาก ต้องดูเป็นอย่างๆไป”
องค์กรเรายังชิลได้อยู่ หรือตั้งการ์ดพร้อม? “ไม่เชิงชิล ในภาพรวมผมว่าเราทุกคนได้รับผลกระทบ แต่เราก็ถือว่าของเรายังพอไปได้ ด้วยวัฎจักรของมันที่มันเลี้ยงแล้วอยู่ระหว่างกันรวมไปถึงส่วนตัวก็ยังพอที่จะมีช่วงเวลาได้หายใจ แต่ถ้าน่นกว่านี้น่าจะมีปัญหา ช่วงนี้ยังปรับตัวไปได้”
แล้วซีอีโอต้องเซฟ ต้องปรับตัวยังไงบ้าง? “ผมว่าโดยภาพรวมตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ผมว่าใครรัดเข็มขัดได้เราก็รัดเข็มขัดอยู่แล้ว แต่อะไรที่เราต้องซื้อเราก็ต้องซื้อ มันก็มีของบางอย่างที่ไม่ได้ เช่น กาแฟ มันก็ต้องมีเติมความสุข ในภาพรวมผมว่าเยอะขึ้น”
คือเราเตรียมตัวมาก่อนจะเกิดสถานการณ์? “ผมว่ามันสองส่วน ส่วนนึงเราก็บริหารความเสี่ยงในภาพยาวไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์แบบไหน พอมันมีการเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามเราก็ต้องปรับตัวไปตามวิกฤตหรือสถานการณ์”
กับการเตรียมตัวไปคอนเสิร์ตนอกบ้าน? “เริ่มกลับมาซ้อมแล้ว ก็จะซ้อมต่อเนื่องไปเรื่อยๆ สงกรานต์ก็ซ้อมคอนเสิร์ตครับ ก็ไปเจอกันที่มาเก๊าได้ ต่อด้วยสิงคโปร์ เกาหลี ฮ่องกงครับ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “บิวกิ้น” สุดฮอต คอนเสิร์ต-พรีเซนเตอร์รุมแน่น สวบบท ศิลปิน-ซีอีโอ รับมือเศรษฐกิจ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th