สมุทรสงคราม ร้องรัฐขอน้ำมันเพียงพอ ปราบสัตว์น้ำสวมสิทธิ์ทำราคาตก หวั่นอาจต้องจอดเรือ กระทบเป็นลูกโซ่
ที่ห้องประชุมสหกรณ์ประมงแม่กลองจำกัด ภายในตลาดปลาแม่กลอง ตำบลแหลมใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม กลุ่มผู้ประกอบการเรือประมงประมาณ 70 คนได้ร่วมกันหารือถึงราคาน้ำมันที่นอกจากจะมีราคาแพงแล้วยังหาซื้อยาก เป็นผลกระทบที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายมงคล สุขเจริญคณา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม นายชินชัย สถิรยากร นายกสมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมประมงสมุทรสาคร และ ดร.ปรีชา ศิริแสงอารำพี อดีตประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมรับฟังปัญหา
นายมงคล กล่าวว่าที่ประชุมมีข้อสรุป 4 ประเด็นหลัก ประเด็นแรก ขอให้รัฐบาลเร่งนำน้ำมัน B20 มาใช้กับเรือประมงโดยเร็วเนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยบรรเทาปัญหาได้ระดับหนึ่ง เพราะมีราคาถูกกว่าน้ำมันปกติ ประเด็นที่สอง ขอให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้น้ำมัน B40 ซึ่งปัจจุบันต่างประเทศมีการใช้งานแล้ว อีกทั้งราคาถูกลง ประเด็นที่สาม คือปัญหาแรงงาน หากเรือประมงต้องจอด จะมีแรงงานจำนวนมากได้รับผลกระทบและอาจถูกเลิกจ้าง และประเด็นที่สี่ คือปัญหาราคาสัตว์น้ำตกต่ำ รวมถึงการนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศในราคาที่ต่ำกว่าตลาด โดยมีการแสดงข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น แจ้งเป็นชิ้นส่วน แต่แท้จริงเป็นสัตว์น้ำทั้งตัว ซึ่งอาจเข้าข่ายการสวมสิทธิ์และส่งผลกระทบต่อราคาภายในประเทศ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมศุลกากรเข้มงวดในการตรวจสอบมาตรฐานการนำเข้าสัตว์น้ำ และให้ใช้มาตรฐาน IUU กับสินค้านำเข้าเช่นเดียวกับที่ใช้กับสัตว์น้ำของไทย
สำหรับจังหวัดสมุทรสงครามมีเรือประมงพาณิชย์ ประมาณ 400-500 ลำ หากต้องจอด ก็มีแนวโน้มว่าจะต้องจอดจำนวนมาก เนื่องจากเรือประมงในพื้นที่กว่า 90% เป็นเรืออวนลาก มีต้นทุนน้ำมันสูงถึงประมาณ 60-70% ของต้นทุนทั้งหมด เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โอกาสที่เรือจะหยุดจึงมีสูง ขณะนี้ก็เริ่มมีการทยอยจอดเรือแล้ว เนื่องจากน้ำมันล็อตเก่าที่เคยซื้อไว้ได้หมดลง ปัจจุบันราคาน้ำมันจากแทงเกอร์อยู่ที่ประมาณ 40 กว่าบาท และราคาหน้าคลังอยู่ที่ 47-48 บาท และมีแนวโน้มว่าจะไม่ลดลงในระยะสั้น สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ชาวประมงจำเป็นต้องปรับตัวในการใช้น้ำมัน และคาดการณ์ว่าในช่วง 5-6 เดือนข้างหน้า ราคาน้ำมันอาจค่อย ๆ ปรับตัวลดลง แต่ประเด็นสำคัญคือ ชาวประมงจะสามารถประคองตัวอยู่ได้หรือไม่
นายมงคล กล่าวอีกว่า หากราคาสัตว์น้ำยังอยู่ในระดับที่สมดุล ชาวประมงก็อาจพออยู่ได้และยังสามารถออกเรือทำการประมงต่อไป แต่หากราคาสัตว์น้ำตกต่ำควบคู่กับต้นทุนน้ำมันสูงอาจนำไปสู่การหยุดออกเรือ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออาชีพอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแพปลา โรงงานแปรรูป คนงานในตลาดปลา ร้านอาหาร ร้านค้า รวมถึงภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แรงงานหลายพันคนอาจต้องตกงาน และแม้ขณะนี้อาหารทะเลยังไม่ขาดแคลน แต่ในอนาคตอาจมีความเสี่ยงแน่ หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น
ด้านนายชินชัย กล่าวว่า ทางสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด ได้ประสานผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ขอปันน้ำมันมาให้ปั๊มของสหกรณ์วันละ 3,000-6,000 ลิตร เพื่อจำหน่ายในราคาหน้าปั๊มทั่วไป โดยสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะพ่อค้าแม่ค้าและสมาชิกได้ใช้ ไม่จำหน่ายให้บุคคลภายนอก เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าที่จะเดินทางมาซื้ออาหารทะเลที่ตลาดปลาแม่กลองได้มีน้ำมันใช้เดินทางกลับ
ส่วนผู้ประกอบการเรือประมง กล่าวว่า หากเรือต้องจอด ตามกฎหมายแรงงานกำหนดว่านายจ้างยังต้องจ่ายค่าแรงให้ลูกจ้าง ถ้าไม่จ่ายก็จะต้องแจ้งออก หากเป็นเช่นนั้นมองว่าอาจจะเกิดปัญหาคนตกงานอีก จึงต้องการให้ภาครัฐช่วยหาทางแก้ไขปัญหาเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากช่วงนี้ต้นทุนน้ำมันนอกจากหาซื้อยากแล้วยังมีราคาสูงต่อเนื่อง การจะออกเรือไปจับปลาก็เพิ่มต้นทุนสูงขึ้นอีก แต่ถ้าไม่ออกเรือก็ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายแรงงาน ทำให้มีแต่เสียทั้งขึ้นทั้งล่องจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยหาทางออกเรื่องนี้ให้ผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วนด้วย