โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาตรฐานความปลอดภัย e-kyc คืออะไร ป้องกันทุจริตได้จริง?

INN News

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 12.19 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 02.50 น. • INN News

ในยุคที่ข่าวอาชญากรรมไซเบอร์ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การสวมรอยเปิดบัญชี หรือปัญหาบัญชีม้ากำลังระบาดหนัก ทำให้หลายคนเริ่มเกิดความกังวลในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีธนาคาร การสมัครสินเชื่อ หรือการเปิดพอร์ตลงทุนว่าข้อมูลของเราจะปลอดภัยหรือไม่ ?

ท่ามกลางความกังวลนี้ เทคโนโลยีหนึ่งได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างเกราะป้องกันให้กับผู้ใช้งาน นั่นคือกระบวนการที่ให้เราสแกนใบหน้า เพื่อยืนยันตัวตน แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าเจ้ากระบวนการนี้เรียกว่าอะไร และe-kyc คืออะไรทำไมถึงกลายมาเป็นมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ที่สถาบันการเงินทั่วโลกและในประเทศไทยต่างให้ความสำคัญสูงสุด

e-KYC คืออะไร ? รู้จักเทคโนโลยีที่ช่วยให้ชีวิตง่ายและปลอดภัยขึ้น

e-KYC ย่อมาจาก Electronic Know Your Customer แปลเป็นไทยง่าย ๆ คือกระบวนการทำความรู้จักลูกค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หากย้อนไปในอดีต เวลาเราจะเปิดบัญชีธนาคาร เราต้องเดินทางไปที่สาขา ยื่นบัตรประชาชนตัวจริง และเซ็นสำเนาเอกสารกองโตเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหน้าตาเทียบกับบัตร

แต่ในยุคดิจิทัล e-KYC เข้ามาเปลี่ยนความยุ่งยากนั้น ให้กลายเป็นการทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านสมาร์ตโฟน โดยระบบจะทำการพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้งานผ่านเทคโนโลยีอัตโนมัติ เพื่อยืนยันว่าคนที่ทำรายการอยู่หน้าจอมือถือ คือบุคคลเดียวกับเจ้าของบัตรประชาชนจริง ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปแสดงตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่อีกต่อไป

มาตรฐานความปลอดภัย… เข้มข้นแค่ไหน ?

ความสะดวกสบายอาจทำให้หลายคนเกิดคำถามว่าแท้จริงแล้วระบบ e-kyc คืออะไร และมันจะปลอดภัยสู้การไปที่สาขาได้ไหม คำตอบคือ e-KYC มีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงมาก โดยอาศัยเทคโนโลยีเบื้องหลังที่ซับซ้อน ดังนี้

  • เทคโนโลยี OCR และ AI: เมื่อเราถ่ายรูปบัตรประชาชน ระบบไม่ได้แค่บันทึกภาพ แต่ใช้ AI ในการอ่านข้อมูล (OCR) ตรวจสอบรหัสเลเซอร์หลังบัตรกับฐานข้อมูลกรมการปกครอง เพื่อป้องกันการใช้บัตรปลอม หรือบัตรที่หมดอายุ

  • การพิสูจน์อัตลักษณ์ทางชีวภาพ (Biometric Authentication): นี่คือหัวใจสำคัญ ระบบจะนำภาพถ่ายใบหน้าของเราไปเปรียบเทียบกับภาพในชิปของบัตรประชาชนด้วยความแม่นยำระดับสูง ซึ่งสายตามนุษย์อาจผิดพลาดได้ แต่ระบบคอมพิวเตอร์สามารถวัดจุดต่าง ๆ บนใบหน้าได้อย่างละเอียด

  • การตรวจสอบความเป็นบุคคล (Liveness Detection): เคยสงสัยไหมว่าทำไมแอปถึงให้เรากะพริบตา หันซ้าย หันขวา หรือยิ้ม เพราะคือฟีเจอร์ที่เรียกว่า Liveness Detection เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่พยายามโกงระบบ โดยการนำรูปถ่าย หรือวิดีโอของเหยื่อมาสแกน ระบบจะตรวจจับการเคลื่อนไหวและมิติของใบหน้าเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นคนที่มีชีวิตจริง ๆ กำลังทำรายการอยู่สด ๆ ไม่ใช่หน้ากากหรือภาพนิ่ง

e-KYC ป้องกันการทุจริตได้จริงหรือไม่ ?

จากมาตรฐานความปลอดภัยข้างต้น เมื่อเราเข้าใจหลักการแล้วว่า e-kyc คืออะไรก็สามารถตอบได้ชัดเจนเลยว่า ระบบนี้ช่วยป้องกันการทุจริตได้จริงและมีประสิทธิภาพสูงมาก โดยเฉพาะการป้องกันการโจรกรรมอัตลักษณ์ การนำ e-KYC มาใช้ ช่วยสกัดกั้นไม่ให้มิจฉาชีพนำข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นไปสวมรอยเปิดบัญชีได้ง่าย ๆ เพราะแม้โจรจะได้ข้อมูลบัตรประชาชนไป แต่หากไม่สามารถผ่านด่านสแกนใบหน้าจริงก็จะไม่สามารถทำธุรกรรมสำเร็จ นอกจากนี้ ยังช่วยลดปัญหาบัญชีม้า เพราะผู้เปิดบัญชีต้องยินยอมสแกนใบหน้าด้วยตนเอง ทำให้การสืบสาวถึงตัวผู้กระทำความผิดทำได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สรุปแล้ว e-kyc คืออะไร มันไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราไม่ต้องไปธนาคารเท่านั้น แต่คือด่านหน้าที่แข็งแกร่งที่สุดในปัจจุบันสำหรับการคัดกรองบุคคล ป้องกันการปลอมแปลง และสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณต้องสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนบนแอปพลิเคชัน ขอให้มั่นใจได้เลยว่า ระบบกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องข้อมูลและทรัพย์สินของคุณให้ปลอดภัยจากการทุจริตในโลกออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...