มาตรฐานความปลอดภัย e-kyc คืออะไร ป้องกันทุจริตได้จริง?
ในยุคที่ข่าวอาชญากรรมไซเบอร์ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การสวมรอยเปิดบัญชี หรือปัญหาบัญชีม้ากำลังระบาดหนัก ทำให้หลายคนเริ่มเกิดความกังวลในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีธนาคาร การสมัครสินเชื่อ หรือการเปิดพอร์ตลงทุนว่าข้อมูลของเราจะปลอดภัยหรือไม่ ?
ท่ามกลางความกังวลนี้ เทคโนโลยีหนึ่งได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างเกราะป้องกันให้กับผู้ใช้งาน นั่นคือกระบวนการที่ให้เราสแกนใบหน้า เพื่อยืนยันตัวตน แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าเจ้ากระบวนการนี้เรียกว่าอะไร และe-kyc คืออะไรทำไมถึงกลายมาเป็นมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ที่สถาบันการเงินทั่วโลกและในประเทศไทยต่างให้ความสำคัญสูงสุด
e-KYC คืออะไร ? รู้จักเทคโนโลยีที่ช่วยให้ชีวิตง่ายและปลอดภัยขึ้น
e-KYC ย่อมาจาก Electronic Know Your Customer แปลเป็นไทยง่าย ๆ คือกระบวนการทำความรู้จักลูกค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หากย้อนไปในอดีต เวลาเราจะเปิดบัญชีธนาคาร เราต้องเดินทางไปที่สาขา ยื่นบัตรประชาชนตัวจริง และเซ็นสำเนาเอกสารกองโตเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหน้าตาเทียบกับบัตร
แต่ในยุคดิจิทัล e-KYC เข้ามาเปลี่ยนความยุ่งยากนั้น ให้กลายเป็นการทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านสมาร์ตโฟน โดยระบบจะทำการพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้งานผ่านเทคโนโลยีอัตโนมัติ เพื่อยืนยันว่าคนที่ทำรายการอยู่หน้าจอมือถือ คือบุคคลเดียวกับเจ้าของบัตรประชาชนจริง ๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปแสดงตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่อีกต่อไป
มาตรฐานความปลอดภัย… เข้มข้นแค่ไหน ?
ความสะดวกสบายอาจทำให้หลายคนเกิดคำถามว่าแท้จริงแล้วระบบ e-kyc คืออะไร และมันจะปลอดภัยสู้การไปที่สาขาได้ไหม คำตอบคือ e-KYC มีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงมาก โดยอาศัยเทคโนโลยีเบื้องหลังที่ซับซ้อน ดังนี้
เทคโนโลยี OCR และ AI: เมื่อเราถ่ายรูปบัตรประชาชน ระบบไม่ได้แค่บันทึกภาพ แต่ใช้ AI ในการอ่านข้อมูล (OCR) ตรวจสอบรหัสเลเซอร์หลังบัตรกับฐานข้อมูลกรมการปกครอง เพื่อป้องกันการใช้บัตรปลอม หรือบัตรที่หมดอายุ
การพิสูจน์อัตลักษณ์ทางชีวภาพ (Biometric Authentication): นี่คือหัวใจสำคัญ ระบบจะนำภาพถ่ายใบหน้าของเราไปเปรียบเทียบกับภาพในชิปของบัตรประชาชนด้วยความแม่นยำระดับสูง ซึ่งสายตามนุษย์อาจผิดพลาดได้ แต่ระบบคอมพิวเตอร์สามารถวัดจุดต่าง ๆ บนใบหน้าได้อย่างละเอียด
การตรวจสอบความเป็นบุคคล (Liveness Detection): เคยสงสัยไหมว่าทำไมแอปถึงให้เรากะพริบตา หันซ้าย หันขวา หรือยิ้ม เพราะคือฟีเจอร์ที่เรียกว่า Liveness Detection เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่พยายามโกงระบบ โดยการนำรูปถ่าย หรือวิดีโอของเหยื่อมาสแกน ระบบจะตรวจจับการเคลื่อนไหวและมิติของใบหน้าเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นคนที่มีชีวิตจริง ๆ กำลังทำรายการอยู่สด ๆ ไม่ใช่หน้ากากหรือภาพนิ่ง