โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

การดี แนะรับมือพลังงาน 'น้ำมัน-ปุ๋ย-เม็ดพลาสติก' จำแนกกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ใช้งบหว่านแห

MATICHON ONLINE

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“การดี” เสนอ 3 ข้อ รับมือวิกฤตพลังงาน “น้ำมัน–ปุ๋ย–เม็ดพลาสติก” แนะควรใช้ข้อมูลโปร่งใส แม่นยำ ตรงจุด จำแนกกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ใช้งบหว่านแห ป้องกันไม่ให้วิกฤตลุกลามกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม เวลา 12.40 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม หลังจากผู้เสนอญัตติได้อภิปรายเสร็จสิ้นแล้ว เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย

โดยนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤตจากสถานการณ์สงครามและการขาดแคลนวัตถุดิบในตลาดโลก แม้ปัจจัยภายนอกจะควบคุมได้ยาก แต่รัฐมีหน้าที่ต้องบริหารจัดการไม่ให้วิกฤตลุกลามจนกลายเป็นหายนะต่อประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และต้นทุนพลังงาน ที่อาจพุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบกับค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิต รวมถึงกลุ่มเปราะบาง เกษตรกร และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

นางการดี กล่าวว่า ตนขอเสนอ 3 ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งรับมือ ได้แก่ 1. ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากภาวะขาดแคลน ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ทั้งด้านการขนส่งและการใช้เครื่องจักร 2.ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกระจายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีอายุสั้น อาจทำให้ระบบซัพพลายเชนเกิดความติดขัด นอกจากนี้ยังรวมถึงปัญหาราคาปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้นจากการนำเข้า ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนเกษตรกรและอุตสาหกรรมแปรรูป จึงข้อตั้งคำถามถึงความพร้อมของภาครัฐในการบริหารจัดการสต็อกสินค้ายุทธศาสตร์ และ 3.นโยบายควบคุมราคาสินค้าของรัฐ ที่ปรับลดรายการสินค้าควบคุม อาจสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีต้นทุนสูงขึ้น แต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญทางเลือกที่จำกัด ทั้งการกักตุนสินค้า การลดคุณภาพ หรือยุติกิจการ

“ต้องการให้รัฐใช้ข้อมูลอย่างโปร่งใสและแม่นยำ แก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่ใช่การใช้งบประมาณแบบหว่านแห ควรจำแนกกลุ่มเอสเอ็มอีตามระดับผลกระทบ ทั้งกลุ่มวิกฤต กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มปกติ เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม และควรเร่งบังคับใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพ เปิดเผยโครงสร้างต้นทุนสินค้าและสถานะคลังวัตถุดิบสำคัญ เช่น ปุ๋ยและเม็ดพลาสติก เพื่อให้เห็นภาพทั้งระบบ และใช้ข้อมูลเป็นเครื่องมือคาดการณ์ล่วงหน้า ป้องกันไม่ให้วิกฤตลุกลามจนส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจประเทศในระยะยาว”นางการดี กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การดี แนะรับมือพลังงาน ‘น้ำมัน-ปุ๋ย-เม็ดพลาสติก’ จำแนกกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ใช้งบหว่านแห

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...