คร. เผยพบวัณโรคดื้อยาหลายขนานรุนแรงมากในไทย
เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรควัณโรคในประเทศไทยว่า โรควัณโรคนั้นมีทั้งชนิดที่ไม่ดื้อยา และชนิดที่ดื้อยา โดยแบ่งเป็นดื้อยาหลายขนาน ชนิดรุนแรง (Pre-XDR-TB) และดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงมาก (XDR-TB) ซึ่งเวลาป่วยเป็นวัณโรคดื้อยารุนแรงแล้วการรักษาจะยากมากขึ้น ใช้เวลารักษานานขึ้น ผลข้างเคียงจากยาอาจจะเยอะกว่า ทั้งนี้ปี 2569 พบผู้ป่วยดื้อยาหลายขนานรุนแรง 21 ราย แม้ว่าแนวโน้มจะลดลงจากปีก่อนๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนผู้ป่วยดื้อยาหลายขนานรุนแรงมาก จำนวน 5 ราย แม้ว่าจะจำนวนลดลง แต่อย่างไรก็ตาม มีโอกาสที่จะป่วย
“เมื่อก่อนเราเข้าใจว่า วัณโรคดื้อยาหลายขนานนั้น มักตั้งต้นจากการป่วยแบบไม่ดื้อยามาก่อน พอกินยาไม่สม่ำเสมอก็จะเกิดการดื้อยาเกิดขึ้น แต่จริงๆ ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป ท่านอาจจะติดวัณโรคชนิดดื้อยาตั้งแต่แรก โดยที่ยังไม่ได้เริ่มรักษาเลย อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลังๆ ดังนั้นหากมีอาการาของวัณโรคให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นชนิดไม่ดื้อยา หรือดื้อยาชนิดใด เพื่อรักษาให้ถูกต้อง เพราะการรักษาไม่เหมือนกัน ยารักษาจะใช้แตกต่างกัน กินยาให้ครบคอร์ส” นพ.วีรวัฒน์ กล่าว
โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นวัณโรคชนิดดื้อหรือไม่ดื้อยาสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากไปพบแพทย์ กินยาสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ นี่คือสิ่งสำคัญมาก แนวทางปฏิบัติเมื่อป่วยให้หยุดพักอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หากเป็นวัณโรคดื้อยา ให้หยุดพักจนกว่าแพทย์ตรวจเสมหะพบว่าหายจากการเป็นวัณโรคแล้ว จึงกลับมาทำงานได้ตามปกติ ผู้ร่วมงานอย่าตีตรา อย่ารังเกียจ และคนในบ้านควรติดตามเอกซเรย์ปอดเมื่อมีการสัมผัสว่ามีวัณโรคแฝงอยู่หรือไม่ สุดท้ายคือที่ทำงาน ที่บ้านต้องจัดการสิ่งแวดล้อมในบ้าน เปิดให้อากาศถ่ายเท หากมีเครื่องฟอกอากาศด้วยก็จะดีมาก เพราะโรคนี้ปล่อยละอองฟุ้งทางอากาศ ติดง่าย ทั้งนี้ หากมีเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ขวบ ให้รีบพามาตรวจภายใน 1 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลในเอกสารประกอบการแถลงข่าวมีการรายงานสารสอบสวนโรคพบว่า ผู้ป่วยดื้อยาหลายขนาน ชนิดรุนแรง 21 รายนั้นพบใน 7 จังหวัด โดย 90.5%เป็นคนไทย และ 9.5 %ไม่ใช่คนไทย ปัจจัยเสี่ยงที่พบจากการรายงาน คือ มีประวัติเคยป่วยเป็นวัณโรคมากก่อน 42.8% มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค 14.29% มีประวัติการรักษาล้มเหลว 4.76% ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ 4.76% และมีประวัติการใช้สารเสพติดและดื่มแอลกอฮอล์ 4.76%
ส่วนวัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงมาก ที่พบผู้ป่วย 5 รายนั้น มีการพบใน 5 จังหวัด เป็นคนไทยทั้งหมด โดยข้อมูลจากการสอบสวนโรค พบปัจจัยเสี่ยงมีประวัติป่วยเป็นวัณโรคมาก่อน 40% และมีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยวัณโรค 40%