โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จะเกิดอะไรต่อไป หลังสหรัฐฯ-อิหร่านหยุดยิง? นักวิเคราะห์ชี้ เกมยังไม่จบ-สมดุลอำนาจโลกเปลี่ยน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวคำขู่ที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งว่า “อารยธรรมทั้งโลกอาจพินาศในคืนนี้” หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ สถานการณ์ก็พลิกอย่างรวดเร็ว เมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงแบบมีเงื่อนไขเป็นเวลา 2 สัปดาห์

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวคำขู่ที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งว่า “อารยธรรมทั้งโลกอาจพินาศในคืนนี้” หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ สถานการณ์ก็พลิกอย่างรวดเร็ว เมื่อสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงแบบมีเงื่อนไขเป็นเวลา 2 สัปดาห์

เปิดข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน

ข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังสงครามในตะวันออกกลางดำเนินมามากกว่าหนึ่งเดือน โดยข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ทันที ตามการเปิดเผยของ เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา โดยในช่วงเวลา 2 สัปดาห์นี้ จะมีการอนุญาตให้เรือเดินสมุทรสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง ภายใต้การประสานงานกับกองทัพอิหร่าน

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ จะระงับการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านชั่วคราว ซึ่งทรัมป์ระบุผ่ทนโพสต์ใน Truth Social ว่าเป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ “บรรลุผลและภารกิจนี้เกินเป้าหมายทางทหารแล้ว”

อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวว่า สหรัฐฯ สามารถ “จัดการอิหร่านได้ภายในคืนเดียว” พร้อมเตือนถึงการล่มสลายของอารยธรรม ซึ่งนำไปสู่เสียงประณามจากทั้งเลขาธิการสหประชาชาติและสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ

ฝั่งอิหร่าน การตอบรับข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าถอยในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะเตหะรานได้เสนอแผน 10 ข้อ ที่สะท้อนเป้าหมายระยะยาวอย่างชัดเจน ตั้งแต่

  • การเรียกร้องให้ยุติสงครามในอิหร่าน

  • หยุดการโจมตีทุกกลุ่มพันธมิตรใน อิรัก เลบานอน และเยเมน

  • สหรัฐฯ ต้องถอนทหารออกจากภูมิภาคทั้งหมด

  • ต้องรับรองสิทธิการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านอย่างเป็นทางการ

  • การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด

  • จ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายจากสงครามและคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดโดยสหรัฐฯ

  • อิหร่านต้องคุมช่องแคบฮอร์มุซ

  • อิหร่านเก็บค่าธรรมเนียมเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

  • รายได้จากค่าธรรมเนียมแบ่งให้โอมาน

  • รายได้จากค่าธรรมเนียมใช้ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย แทนค่าชดเชย

อิหร่านยังย้ำว่า การหยุดยิง 2 สัปดาห์ไม่ได้หมายความว่า สงครามยุติ

อิสราเอลว่าอย่างไร ?

ในมิติของภูมิภาค ข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้อาจขยายไปถึงเลบานอน ซึ่งอิสราเอลกำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าอิสราเอลจะยอมยุติปฏิบัติการ

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า อิสราเอล “สนับสนุน” การตัดสินใจของทรัมป์ในการหยุดโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าอิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที และยุติการโจมตีต่อสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม อิสราเอลย้ำชัดว่า ข้อตกลงนี้ “ไม่รวมเลบานอน” ซึ่งยังคงมีกองกำลังภาคพื้นดินปฏิบัติการอยู่ และเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการประกาศหยุดยิง ก็ยังมีไซเรนเตือนภัยดังขึ้นในอิสราเอล ขณะที่กองทัพระบุว่ากำลังสกัดขีปนาวุธจากอิหร่าน เสียงระเบิดยังคงได้ยินในกรุงเยรูซาเล็ม สะท้อนว่าสถานการณ์ในพื้นที่ยังห่างไกลจากคำว่าสงบ

จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป หลังหยุดยิง 2 สัปดาห์?

ในด้านการทูต ปากีสถานได้เชิญคณะผู้แทนของทั้งสองฝ่ายไปเจรจาต่อที่กรุงอิสลามาบัด ในวันที่ 10 เมษายนนี้ เพื่อพยายามหาข้อตกลงถาวรในการยุติความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวย้ำว่า “ยังไม่มีอะไรเป็นที่สุด” และประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมักเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการยกระดับความตึงเครียดทางทหาร

ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศเคยเปิดการเจรจามาแล้วอย่างน้อยสองครั้ง แต่ทุกครั้งกลับจบลงด้วยการปะทะที่รุนแรงขึ้น ทำให้หลายฝ่ายมองว่า การเจรจารอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้ จะเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ “ยากที่สุด” เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีจุดยืนที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นความหมายของคำว่า “หยุดยิง”

พลังงาน-น้ำมัน โลกปรับรับหยุดยิงทันที

ในมิติของเศรษฐกิจโลก การประกาศหยุดยิงส่งผลทันทีต่อราคาพลังงานและตลาดการเงิน ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงมากกว่า 15% มาอยู่ต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ลดลงเกือบ 14% เหลือประมาณ 94.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามที่อยู่ราว 67 ดอลลาร์

นักวิเคราะห์เตือน ยังวางใจไม่ได้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า ความไม่แน่นอนยังคงสูง เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าการหยุดยิงครั้งนี้จะนำไปสู่การยุติสงครามในระยะยาวได้หรือไม่ และสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซเองก็ยังคงเปราะบาง

ขณะเดียวกัน ผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดของสงครามครั้งนี้ อาจเป็นสิ่งที่ “ประเมินได้ยากที่สุด” แม้รัฐบาลทรัมป์และรัฐมนตรีกลาโหม พีธ เฮกเซธ จะพยายามแสดงศักยภาพทางทหารของสหรัฐฯ อย่างแข็งกร้าว แต่ภาพรวมกลับสะท้อนตรงกันข้ามว่า อำนาจของสหรัฐฯ อาจถูกบั่นทอนลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการเปิดฉากสงครามที่ถูกตั้งคำถามทั้งในแง่ความชอบธรรม และเป้าหมายที่ไม่ชัดเจน

บทวิเคราะห์จาก The Guardian ชี้ว่า ในขณะที่อิหร่านยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งกับอิหร่าน ประเทศที่ถูกมองว่าเป็นเพียง “มหาอำนาจระดับกลาง” และเผชิญแรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตรมานาน กลับสามารถยืนหยัดท่ามกลางการโจมตีอย่างหนักจากสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ ไม่เพียงเท่านั้น อิหร่านยังใช้ยุทธศาสตร์ “ขยายแนวรบในแนวนอน” หรือ horizontal escalation ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกระจายแรงกดดันไปยังภูมิภาคและเส้นทางพลังงาน จนสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจในระดับโลก

ในทางกลับกัน กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับที่มีกำลังทางทหารสูงกว่า กลับถูกมองว่าเป็นเพียง “เสือกระดาษ” แม้จะทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการจัดซื้ออาวุธ ขณะที่ นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ซึ่งเคยประเมินว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงอย่างรวดเร็ว ก็ถูกวิจารณ์อีกครั้งว่า ประเมินสถานการณ์ในอิหร่านและภูมิภาคผิดพลาดอย่างรุนแรง

ส่วนในระดับโลก ทั้งมิตรและคู่แข่งของสหรัฐฯ ต่างกำลังจับตาและสรุปบทเรียนของตัวเอง โดยเฉพาะจีนและรัสเซีย ที่น่าจะมองเห็น “ขีดจำกัด” ของอำนาจสหรัฐฯ อย่างชัดเจน แม้จะมีการแสดงท่าทีแข็งกร้าว แต่ในทางปฏิบัติ สหรัฐฯ กลับไม่ส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่สมรภูมิ ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดเชิงยุทธศาสตร์

ขณะเดียวกัน ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ NATO ซึ่งอ่อนแออยู่แล้ว ก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นจากท่าทีของทรัมป์ที่สร้างแรงสั่นคลอนต่อพันธมิตร ขณะที่หลายประเทศในยุโรปเริ่ม “เว้นระยะห่าง” จากวอชิงตันอย่างเห็นได้ชัด

ในเชิงปฏิบัติ คำถามสำคัญยังคงค้างอยู่ โดยเฉพาะประเด็นว่า ข้อตกลงหยุดยิงนี้ครอบคลุมถึงเลบานอนหรือไม่ ตามที่ปากีสถานในฐานะคนกลางเสนอไว้ เพราะก่อนหน้าการหยุดยิง มีการวิเคราะห์ว่า หนึ่งใน “ทางลงจากสงคราม” (off-ramp) อาจเป็นการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลหยุดโจมตีอิหร่าน แต่เปิดทางให้อิสราเอลเดินหน้าปฏิบัติการในเลบานอนต่อ เพื่อคลี่คลายแรงกดดันทางการเมืองภายในของเนทันยาฮู

ซึ่งในเวลานี้ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามต่อผลลัพธ์ของสงครามครั้งนี้ Timothy Snyder นักประวัติศาสตร์ด้านระบอบอำนาจนิยม มองว่า “ทรัมป์แพ้สงครามนี้ในทุกมิติ ทั้งศีลธรรม กฎหมาย การเมือง เศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ และยุทธศาสตร์”

ขณะที่ Trita Parsi ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านจาก Quincy Institute ระบุว่า สงครามครั้งนี้กลับ “ต่ออายุ” ให้กับระบอบการปกครองในอิหร่าน เช่นเดียวกับในปี 1980 ที่ซัดดัม ฮุสเซน บุกอิหร่าน และกลับยิ่งทำให้อยาตอลเลาะห์ โคไมนี สามารถรวบอำนาจได้แข็งแกร่งขึ้น

และเมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด ก็ยากจะปฏิเสธว่า สงครามครั้งนี้อาจไม่ได้เปลี่ยนแค่สมดุลในตะวันออกกลาง แต่กำลัง “เขียนนิยามใหม่” ของอำนาจโลกในศตวรรษที่ 21 ที่ไม่ได้วัดกันเพียงกำลังทหาร แต่รวมถึงความสามารถในการรับมือ ความยืดหยุ่น และต้นทุนที่อีกฝ่ายต้องจ่ายไปทั้งระบบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...