โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“นี่ไม่ใช่สงครามของเรา” ยุโรปตั้งคำถาม “เลขาธิการ NATO” เดินเกมใกล้ชิดทรัมป์เกินไป?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 8 เมษายน 2569 เวลา 22.04 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“นี่ไม่ใช่สงครามของเรา” ยุโรปตั้งคำถาม "เลขาธิการ NATO" ที่พยายามรักษาความสัมพันธ์กับทรัมป์ จนเส้นแบ่งระหว่างการประคองพันธมิตรกับการสูญเสียจุดยืนเริ่มเลือนราง

วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 13.15 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าในทางเดินกระจกและเหล็กของสำนักงานใหญ่ NATO เสียงโทรศัพท์และข้อความจากรัฐบาลยุโรปหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ข้อความเดียวกันถูกส่งถึง มาร์ค รุตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ว่า “ต้องลดโทนลง นี่ไม่ใช่สงครามของเรา”

เพียงไม่ถึง 48 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น ผู้นำยุโรปยังตกอยู่ในความตกใจ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมกับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านโดยไม่ปรึกษาพันธมิตร ส่งผลให้ทั้งทวีปต้องเร่งเตรียมรับมือความปั่นป่วนทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง แต่ในจังหวะเดียวกัน รุตเตกลับออกสื่อสนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ พร้อมระบุว่ายุโรป “ยินดีอย่างยิ่ง” ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ยุโรปไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเลย

แหล่งข่าวภายในเปิดเผยว่า ผู้นำยุโรปเริ่มตั้งคำถามต่อแนวทางของรุตเต ที่พยายามรักษาความสัมพันธ์กับทรัมป์อย่างใกล้ชิด จนบางครั้งดูเหมือน “เชียร์ทางการเมือง” มากกว่าการทำหน้าที่ผู้นำพันธมิตร แม้เขาจะมีความสามารถพิเศษในการเข้าถึงทรัมป์โดยตรงก็ตาม

ในช่วงเวลาเดียวกัน นโยบายของสหรัฐกลับสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการลดการสนับสนุนยูเครน การเอื้อประโยชน์ทางอ้อมต่อรัสเซีย และการทำให้เศรษฐกิจโลกผันผวนจากสงครามอิหร่าน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีความกังวลว่าการสนับสนุนสงครามของรุตเตอาจทำให้ทรัมป์เข้าใจว่า NATO จะยืนข้างเขา

สถานการณ์นี้ทำให้ NATO ซึ่งเป็นพันธมิตรทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ ทรัมป์ตั้งคำถามต่อบทบาทของ NATO อย่างต่อเนื่อง และถึงขั้นขู่ถอนตัวเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อน

ขณะเดียวกัน รุตเตเตรียมเข้าพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาวอีกครั้ง เพื่อพยายามกู้สถานการณ์ หลังสหรัฐประกาศหยุดยิงอิหร่านชั่วคราว 2 สัปดาห์เพื่อเปิดทางเจรจา โดยภารกิจสำคัญคือการลดความไม่พอใจของทรัมป์ หลัง NATO ปฏิเสธช่วยคุ้มกันเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และไม่อนุญาตให้ใช้ฐานทัพโจมตีอิหร่าน รวมถึงประเด็นอ่อนไหวอย่างกรีนแลนด์ที่ทรัมป์ยังหยิบขึ้นมาเป็นข้อเรียกร้องอีกครั้ง

ทั้งหมดนี้สะท้อนเดิมพันที่ใหญ่กว่านั้น บทบาทของยุโรปในระเบียบโลกใหม่ เพราะยุโรปกำลังเผชิญความเป็นไปได้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นนับตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง นั่นคือ สหรัฐอาจไม่ปกป้องพันธมิตรอีกต่อไป โดย Oana Lungescu อดีตโฆษก NATO ระบุว่า สถานการณ์เช่นนี้คือ “ความฝันของรัสเซียและจีน”

ในบริบทนี้ รุตเตเลือกใช้กลยุทธ์ที่แตกต่าง เขาไม่ผ่านระบบราชการแบบเดิม แต่ใช้การสื่อสารโดยตรงกับทรัมป์ ทั้งการโทร การส่งข้อความ และการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อที่ทรัมป์ติดตาม พร้อมสะท้อนภาษาของทรัมป์และกล่าวชื่นชมอย่างเปิดเผย

แนวทางนี้ทำให้เขาเข้าถึงทรัมป์ได้มากกว่าผู้นำยุโรปคนอื่น แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มสร้างความไม่พอใจในหมู่พันธมิตร เพราะเส้นแบ่งระหว่างการรักษาความสัมพันธ์ กับการเสียจุดยืน เริ่มเลือนรางลง

แม้บางประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปตะวันออก จะยังสนับสนุนแนวทางนี้เพื่อให้สหรัฐถ่วงดุลรัสเซีย แต่ประเทศยุโรปตะวันตกเริ่มไม่เห็นด้วย และมองว่าการพูดว่าไม่ อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะกรณีของสเปน ที่มองว่ารุตเตใกล้ชิดวอชิงตันมากเกินไป ถึงขั้นมีเจ้าหน้าที่บางรายเรียกว่าเป็นลูกไล่ของทรัมป์

สงครามอิหร่านจึงกลายเป็นจุดแตกหัก ที่ดึงความตึงเครียดซึ่งเคยอยู่หลังฉากขึ้นมาสู่สาธารณะ โดยเฉพาะการที่รุตเตออกมาสนับสนุนสหรัฐอย่างเปิดเผย ซึ่งสวนทางกับความรู้สึกของพันธมิตรส่วนใหญ่ แม้แต่สหราชอาณาจักรที่มักสนับสนุนแนวทางประนีประนอม ยังมองว่าเขาไปไกลเกินไป

ยิ่งไปกว่านั้น การที่รุตเตแสดงความเห็นต่อประชาชนอเมริกัน ยังถือเป็นการก้าวข้ามขอบเขตที่ผู้นำ NATO โดยปกติจะหลีกเลี่ยง

อย่างไรก็ตามสถานการณ์เริ่มคลี่คลายบางส่วน เมื่อมีการหารือระหว่างกว่า 30 ประเทศ เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัยการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องรอให้สงครามยุติก่อน และยังไม่มีความแน่นอนว่าการหยุดยิงจะยั่งยืน

อ้างอิง : bloomberg.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...