“ราคาน้ำมันโลก” ดิ่งต่ำ 100 ดอลลาร์ ดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งเฉียด 1,000 จุด หลังพักรบอิหร่าน 2 สัปดาห์
"ราคาน้ำมันโลก" ดิ่งรุนแรง 15–16% ฉุด WTI - เบรนท์ ต่ำ 100 ดอลลาร์ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งเฉียด 1,000 จุด หลังพักรบอิหร่าน 2 สัปดาห์
วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 07.18 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงค่ำวันอังคาร หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แลกกับการที่อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เดินเรือได้อย่างปลอดภัย
*สัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) สำหรับส่งมอบเดือนพฤษภาคม ร่วงลงมากกว่า 16% เหลือ 94.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ลดลงกว่า 15% เหลือ 92.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนแรงคลายกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงด้านพลังงาน*
ทรัมป์ ระบุว่า การหยุดยิง 2 สัปดาห์ดังกล่าวขึ้นอยู่กับเงื่อนไขให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่าง “ครบถ้วน ทันที และปลอดภัย” พร้อมเปิดเผยว่า สหรัฐได้รับข้อเสนอ 10 ข้อจากอิหร่าน ซึ่งมองว่าเป็นพื้นฐานที่สามารถใช้เจรจาได้ โดยประเด็นขัดแย้งส่วนใหญ่ได้รับการตกลงร่วมกันแล้ว และช่วงเวลา 2 สัปดาห์นี้จะช่วยให้ข้อตกลงเสร็จสมบูรณ์
ด้านAbbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่าอิหร่านจะเปิดทางให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยในช่วงหยุดยิง ภายใต้การประสานงานกับกองกำลังของอิหร่าน พร้อมระบุว่า หากการโจมตีต่ออิหร่านยุติลง กองกำลังอิหร่านก็จะยุติปฏิบัติการตอบโต้เช่นกัน
การประกาศหยุดยิงมีขึ้นไม่ถึง 2 ชั่วโมงก่อนเส้นตายที่ทรัมป์กำหนดไว้ในเวลา 20.00 น. ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของอิหร่าน เช่น สะพานและโรงไฟฟ้าทั่วประเทศ หากไม่มีข้อตกลง โดยในช่วงเช้าวันเดียวกันยังได้โพสต์ข้อความเตือนว่า “อารยธรรมทั้งระบบอาจล่มสลายในคืนนี้”
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการหารือกับ Shehbaz Sharif ซึ่งได้ขอให้สหรัฐเลื่อนเส้นตายออกไป 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อ พร้อมเสนอให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงเวลาดังกล่าวในฐานะ “ท่าทีแห่งความปรารถนาดี”
หลังข่าวหยุดยิง ราคาน้ำมันดิ่งลงแรง ขณะที่ตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวกโดยฟิวเจอร์สของดัชนี Dow Jones พุ่งขึ้น 967 จุด หรือ 2.1% ส่วน S&P 500 และ Nasdaq 100 เพิ่มขึ้นราว 2.1% และ 2.3% ตามลำดับ
นักวิเคราะห์ ระบุว่า ตลาดเริ่มคาดการณ์ทิศทางของทรัมป์ได้ดีขึ้น และตอบสนองเชิงบวกต่อสัญญาณลดความตึงเครียด อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนว่ากรอบเวลา 2 สัปดาห์จะนำไปสู่ข้อตกลงจริงหรือไม่
ก่อนหน้านี้ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 70% ตั้งแต่ต้นปี และดันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐสูงเกิน 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022
การโจมตีเรือพาณิชย์และความตึงเครียดในภูมิภาค ทำให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ และสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ
อ้างอิง : www.cnbc.com